
สู้ต่อไป 'หน้ากากเสือ'
ท่ามกลางความเลวร้ายของภัยพิบัติแผ่นดินไหว สึนามิ และต่อเนื่องปัญหากัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สิ่งที่ทั่วโลกกำลังชื่นชมสังคมและคนญี่ปุ่น คือ ภาวะที่ยังคงรักษาสติ และตั้งมั่นอยู่ในระเบียบวินัย แตกต่างกับสังคมหลายประเทศที่เกิดภาวะจลาจล จี้ปล้น ทำร้ายกันยามเมื่อเกิดภาวะภัยพิบัติ พร้อมกับข่าวคราวที่สร้างความประทับใจคือ เรื่องการเสียสละของบรรดาเหล่าอาสาสมัคร 50 คน ในชุดแรก และ 180 คน ในชุดที่สอง ยินดีและยินยอมเข้าไปทำหน้าที่ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการระเบิดเพื่อกอบกู้ระบบป้องกันและกอบกู้ให้โรงไฟฟ้าฯ สามารถทำงานตามปกติและคืนสู่ความปลอดภัย
ท่ามกลางความเลวร้ายของภัยพิบัติแผ่นดินไหว สึนามิ และต่อเนื่องปัญหากัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สิ่งที่ทั่วโลกกำลังชื่นชมสังคมและคนญี่ปุ่น คือ ภาวะที่ยังคงรักษาสติ และตั้งมั่นอยู่ในระเบียบวินัย แตกต่างกับสังคมหลายประเทศที่เกิดภาวะจลาจล จี้ปล้น ทำร้ายกันยามเมื่อเกิดภาวะภัยพิบัติ พร้อมกับข่าวคราวที่สร้างความประทับใจคือ เรื่องการเสียสละของบรรดาเหล่าอาสาสมัคร 50 คน ในชุดแรก และ 180 คน ในชุดที่สอง ยินดีและยินยอมเข้าไปทำหน้าที่ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการระเบิดเพื่อกอบกู้ระบบป้องกันและกอบกู้ให้โรงไฟฟ้าฯ สามารถทำงานตามปกติและคืนสู่ความปลอดภัย
โดย...ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ
ท่ามกลางความเลวร้ายของภัยพิบัติแผ่นดินไหว สึนามิ และต่อเนื่องปัญหากัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สิ่งที่ทั่วโลกกำลังชื่นชมสังคมและคนญี่ปุ่น คือ ภาวะที่ยังคงรักษาสติ และตั้งมั่นอยู่ในระเบียบวินัย แตกต่างกับสังคมหลายประเทศที่เกิดภาวะจลาจล จี้ปล้น ทำร้ายกันยามเมื่อเกิดภาวะภัยพิบัติ พร้อมกับข่าวคราวที่สร้างความประทับใจคือ เรื่องการเสียสละของบรรดาเหล่าอาสาสมัคร 50 คน ในชุดแรก และ 180 คน ในชุดที่สอง ยินดีและยินยอมเข้าไปทำหน้าที่ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการระเบิดเพื่อกอบกู้ระบบป้องกันและกอบกู้ให้โรงไฟฟ้าฯ สามารถทำงานตามปกติและคืนสู่ความปลอดภัย
แน่นอนว่า อาสาสมัครเหล่านี้รู้ดีว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัย การเสียสละเช่นนี้ของกลุ่มอาสาสมัครสามารถทำได้ย่อมหมายถึงสำนึกของสังคมที่หล่อหลอมคนญี่ปุ่นให้มีสำนึกเรื่องส่วนรวม อุดมการณ์จักรพรรดิ หรือบุตรแห่งอาทิตย์อุทัยเคยเป็นอุดมการณ์ที่หล่อหลอมคนญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 อุดมการณ์ผิดหรือถูกก็ตาม แต่ก็นำพาให้ญี่ปุ่นกลายเป็นตัวละครสำคัญในฉากสงครามครั้งนั้น และแม้ญี่ปุ่นจะแพ้สงคราม ถูกทำลายด้วยระเบิดปรมาณู กระนั้นญี่ปุ่นก็สามารถลุกขึ้นกอบกู้ประเทศกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ภาพของสังคมญี่ปุ่นที่มักเป็นที่รับรู้คือการทำงานหนัก อุทิศตัวเพื่อผลสำเร็จของงาน จนกลายเป็นสังคมที่เครียด แข่งขันรุนแรงและมีอัตราการฆ่าตัวตายสูง ญี่ปุ่นมักถูกเรียกขานวา “สัตว์เศรษฐกิจ” กระนั้นความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจก็ทำให้ชีวิต สังคม และความเป็นอยู่มีความก้าวหน้า เจริญพร้อมทางวัตถุ อาชีพเกษตรกรได้รับความสำคัญเช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ
“อย่าสูญเสียความหวัง” คือ คือพระราชดำรัสปลอบประโลมขององค์จักรพรรดิญี่ปุ่นจากภัยพิบัตินี้ เช่นเดียวกับข่าวคราวที่สะท้อนความตื่นตัว ความเข้มแข็ง ความร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทยต่างรวบรวมพรรคพวกเพื่อช่วยกันระดมเงินทุน ความช่วยเหลือจากทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยเพื่อส่งกลับไปช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติของตน ภายใต้ความเลวร้ายของสิ่งที่ประสบ แม้ว่ารุนแรงสาหัสและโหดร้ายเพียงใด แต่การที่ได้ระลึก ได้รับรู้และได้สัมผัสว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยว และยังคงมีน้ำใจ ความรัก ความเห็นอกเห็นใจจากคนอื่นก็คือ น้ำฝนที่ปลอบประโลมใจท่ามกลางความทุกข์ยากขมขื่น
“หน้ากากเสือ” คือ ซีรีส์การ์ตูนญี่ปุ่นที่โด่งดังเมื่อ 30 ปีก่อน และยังเป็นที่จดจำ น่าสนใจว่าญี่ปุ่นใช้สื่อการ์ตูนในการหล่อหลอมเยาวชนและเป็นสื่อบันเทิงสำคัญทั้งทางบวกและลบ การ์ตูนนี้เป็นเรื่องราวของนักมวยปล้ำฝ่ายอธรรมที่หันเหแนวทางชีวิต และแนวทางการต่อสู้จากวิธีสกปรก นอกกติกาเพื่อชัยชนะ มาเป็นแนวทางต่อสู้ตามกฎกติกา ใช้ศิลปะและน้ำใจนักกีฬาเอาชนะอีกฝ่าย แรงจูงใจสำคัญคือ ความรักและความต้องการเป็นแบบอย่างให้แก่เด็กๆ ในบ้านเด็กกำพร้าที่ตนเองเคยพักอาศัยมาก่อน การกระทำของหน้ากากเสือเป็นลักษณะ “ปิดทองหลังพระ” โดยอีกด้านของหน้ากากเสือคือ ชายหนุ่มที่ดูซุ่มซ่าม อารมณ์ดี และมีเมตตา และเป็นผู้บริจาคสำคัญที่ทำให้บ้านเด็กกำพร้าอยู่รอดได้ เหล่าเด็กๆ ไม่รู้เลยว่าอีกด้านของเขาคือ หน้ากากเสือ วีรบุรุษที่เข้มแข็ง กล้าหาญ
เรื่องราวของการ์ตูนนี้สนุกสนานไปกับฉากการต่อสู้มวยปล้ำ หลายฉากถือว่ามีความรุนแรงไม่เหมาะกับเด็กเล็ก แต่สิ่งที่พิเศษของการ์ตูนนี้คือ เรื่องราวความเป็นมนุษย์ของหน้ากากเสือ ซึ่งบ่อยครั้งเขาก็ทำผิดพลาด การต่อสู้หลายครั้งเขาต้องกลับไปใช้วิธีการสกปรกเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ทุกครั้งผู้ชมก็จะเห็นตัวละครต้องอยู่กับความรู้สึกผิด กระนั้นหน้ากากเสือยังมุ่งมั่นที่จะรักษาความตั้งใจนี้ต่อไป เขาพัฒนาอาวุธไม้ตายเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้แทนวิธีสกปรก เรื่องราวสอดแทรกเรื่องราวของความรัก ความผูกพันและคุณค่าทางจิตใจ หน้ากากเสือเลือกที่จะใช้เงินรางวัลที่ได้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แทนการใช้เพื่อการหาความสุขส่วนตัวหรือเพื่อเอาชีวิตรอด จากการไม่ยอมจ่ายส่วนแบ่งผลประโยชน์ให้กับค่ายฝึกต้นสังกัดจึงต้องถูกลงโทษ เรื่องราวยังเชื่อมโยงถึงสภาพสังคม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความทุกข์ยากของผู้ยากไร้ ปัญหาสวัสดิการผ่านชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์
สิ่งที่น่าสนใจคือ การ์ตูนนี้ยังเชื่อมโยงกับประเด็นทางจิตวิทยาตัวตนหน้ากากเสือเป็นที่รัก ขวัญใจคนทั้งประเทศ แต่ตัวตนนี้เป็นเพียงบทบาทหนึ่ง แต่อีกตัวตนคือ ชายหนุ่มที่โดดเดี่ยว ไร้ครอบครัว ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีชื่อเสียง ชีวิตที่แขวนอยู่กับอันตรายของหน้ากากเสือทำให้อีกตัวตนไม่สามารถผูกสัมพันธ์กับใครได้ ฉากสำคัญที่มักเห็นคือ ชายหนุ่มที่เดินโดดเดี่ยว เงียบเหงา ความสุขของเขาจึงไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียง แต่คือ การได้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น และพร้อมที่จะอยู่กับความเงียบเหงา โดดเดี่ยว แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ที่ทุกข์ทรมานกับความเงียบเหงา ต้องหันหนีไปอยู่กับกิจกรรมหรือผู้คนรอบข้างเพื่อพึ่งพิง ยอมเสียอิสรภาพ และไม่ต้องอยู่กับตนเอง แต่การที่ใครสักคนยินดีกับความโดดเดี่ยว ทำประโยชน์และเสียสละเพื่อผู้อื่น การดำเนินชีวิตเช่นนี้ได้ สะท้อนการมีสันติสุขในจิตใจ และเมื่อมีสันติสุขจึงเป็นเรื่องธรรมดามากที่เราสามารถเป็นมิตรกับตน
ภาพสะท้อนสังคมญี่ปุ่นผ่านการ์ตูนนี้ ผู้เขียนมองว่า การที่ชาวญี่ปุ่นเลือกเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์นี้ด้วยการอยู่ในระเบียบวินัย และการช่วยเหลือเกื้อกูล แทนการแย่งชิง ทำร้ายเพื่อเอาตัวรอด สะท้อนถึงสภาพสังคมที่ปัจเจกชนมีสำนึกความรัก ความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของต่อสังคมที่ตนอาศัย
การพร้อมรับวิกฤตการณ์ใดๆ ก็ตามของสังคมไทย จึงต้องดูสำนึกเพื่อส่วนรวมของคนในสังคมด้วย
สู้ต่อไป คุณธรรมความดีทั้งหลาย







