
ดีเจสาวดาวรุ่งอารมณ์ดี อรวรรยา เหลืองรังษี
หัวเรื่องฉบับนี้แทบจะอธิบายความเป็นตัวตนของนิสิตสาวปี 3 จากรั้วมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ครบเชียว!
หัวเรื่องฉบับนี้แทบจะอธิบายความเป็นตัวตนของนิสิตสาวปี 3 จากรั้วมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ครบเชียว!
โดย...พี่ชายที่แสนดี
หัวเรื่องฉบับนี้แทบจะอธิบายความเป็นตัวตนของนิสิตสาวปี 3 จากรั้วมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ครบเชียว!
เจ้าของความสูง 160 ซม. หนัก 40 กิโลกรัม กับสัดส่วน 30-23-31.5 ไม่ต้องพบเอง วาดภาพเอา ก็รู้ว่าตัวเล็ก เบาหวิว แต่นั่นไม่เป็นอุปสรรคกับงานการขายเสียงบนหน้าปัดวิทยุ พีดี เรดิโอ คลื่น 98 แต่อย่างใด
หมิวอรวรรยา เหลืองรังษี แขกรับเชิญ วัย 21 ปี จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการแสดงและกำกับการแสดง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีความใฝ่ฝันในโลกเบื้องหน้ามาตลอด เธอมีผลงานกิจกรรมนอกมหาวิทยาลัย อาทิ เข้าสู่รอบ 100 เอเอฟ 7 ปี 2010 ทีวีซีคิท แคท ปี 2009 ทีวีซี เนเจอร์กิฟ และทีวีซี ทรูมูฟ ปี 2008
ปัจจุบันหมิวจัดรายการวิทยุที่ค่ายน้องใหม่ พีดี เรดิโอ เอฟเอ็ม 98 ทุกวันจันทร์ศุกร์ ช่วงเวลา 20.00-23.00 น. ผ่านด่านการทำเดโมทดสอบการจัดรายการเมื่อค่ายน้องใหม่แห่งนี้เปิดตัว และแล้วความสามารถและบุคลิกก็โดนใจกรรมการ
“ใครๆ มักบอกว่าหมิวตลกเฮฮา ส่วนตัวแล้วคิดว่ามี 2 ภาคในร่างเดียว คือ เรียนจริง เล่นจริง แต่ถ้าไม่พูดกับใครเลยแสดงว่ามีปัญหาแล้ว...ส่วนใหญ่เครียดเรื่องเรียนค่ะ”
พีดี เรดิโอ คลื่น 98 ทำให้เธอได้เรียนรู้โลกของการใช้ทักษะ ความรู้มากมาย
“ตอนเด็กๆ คุณแม่เคยเล่าว่า หมิวช่างพูดกล้าแสดงออก ร่าเริง ตอนเด็กๆ ไปเชียงใหม่ มีนิสิต มช.เปิดเพลง แล้วจู่ๆ หมิวก็ออกไปเต้นกับเขาสนุกสนาน ไม่อายสักนิด ตอนนี้เราได้มาจัดรายการวิทยุ เอาความเป็นตัวเราออกมา ไม่ใช่แค่เปิดเพลงให้คนฟัง แต่ยังอัพเดตข้อมูลข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทั้งสุขภาพและความสวยความงาม ไปกับ หมวยสิว หมิวสวย และเบลลี่ คู่หูประจำช่วงค่ะ”
เสียงของเธอเจื้อยแจ้ว ฟังเพลินจนผมไม่รู้จะถามอะไรก่อนดี “พี่คะ...จริงๆ หมิวเรียนการแสดงและกำกับการแสดงเนี่ย ได้ใช้สิ่งที่เรียนมาร่วมด้วยจริงๆ เวลาอยู่มหาวิทยาลัย การแสดงทุกบทของหนู กลายเป็นบทตลกไปหมดเลย (ฮา) เพื่อนบอกยังไงก็ดรามาอีกไม่ได้แล้ว”
นั่งฟังหมิวเล่า เธอเป็นเด็กกิจกรรมตัวยงมาตั้งแต่ประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย ไม่ห่างจากการเป็นเชียร์ลีดเดอร์ แต่เมื่อเข้าสู่รั้วอุดมศึกษาแล้ว เธอยังทุ่มเทใส่ใจเรื่องเรียนด้วย “ถนัดภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ที่สุดค่ะ” ฟังดูไม่น่าจะเกี่ยวกับภาคการแสดงฯ ด้วยทีแรกไม่ทราบว่าสาขานี้จะนำสู่การแสดงละครเวทีเป็นตัวตั้ง “การบ้านเยอะมากค่ะ และก็มีละครภาคด้วย ตอนนี้ปี 3 แล้ว ตื่นไปเรียนสายๆ แล้วก็จบการเรียนตอนเย็น จากนั้นก็กลับไปทำการบ้าน และไปสถานีวิทยุย่านพระบรมรูปทรงม้า เป็นอย่างนี้ จันทร์ศุกร์ค่ะ เสร็จกลับมาถ้ายังมีงานค้างอยู่ ก็ทำต่อ เข้านอนราวๆ 01.00 น.”
หมิวเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว คุณพ่อคุณแม่อยู่ในวัยเกษียณ เธอได้ค่าขนมไปเรียน แต่ค่าน้ำมันรถจ่ายเองแล้ว แถมรายได้จากงานบันเทิงยังขอมอบกลับให้คุณพ่อคุณแม่ แถมคุณตาคุณยายด้วย
“ท่านไม่ได้หวงห้ามเรื่องงาน ทุกอย่างชิลมากค่ะ แล้วหมิวเองก็เต็มที่กับทั้งเรียนและงาน สิ่งที่ที่บ้านมักพร่ำสอนเสมอ คือ นอบน้อมกับผู้ใหญ่ ตอนเด็กๆ แม่บอกหนูไหว้ทุกคน แม่สอนเสมอ และเราก็ติด ให้ทุกคนเท่ากัน ไม่ว่าจะอาชีพอะไร ทำอะไร ก็ให้เกียรติและดีกับคนทุกคน
ยามว่างหมิวก็อัพเดตตัวเองในเรื่องต่างๆ เพื่อให้มีสิ่งดีๆ ไปพูดในรายการ ตอนนี้ห่างยิมไปนาน ไม่ได้ออกกำลังกายเลย อาศัยกินวิตามินเสริมด้วย แต่กินอาหารปกติ ส่วนตัวเป็นภูมิแพ้ คัดจมูก ถ้าเจอฝุ่นจะจามตลอด เลยพยายามรักษาสุขภาพให้มาก”
เธอวางอนาคตไว้ว่า หากทางต้นสังกัดกรุณาก็จะได้มีโอกาสก้าวหน้าพัฒนาตัวเองทางด้านดีเจคลื่นต่อไป
“ในอีกทางก็มองว่า ถ้ามีเวลาจะเรียนปริญญาโท ด้านโฆษณาและการสื่อสาร ซึ่งคุณแม่ก็แนะนำ เพราะเอามาใช้ได้หลายแขนง และคงเรียนเสริมด้านการทำอาหาร เพราะสนใจอยู่ไม่น้อยค่ะ
ท้ายสุดหมิวอยากให้เพื่อนพี่น้องวัยเรียนทุกคน เล่น เรียน ทำงาน อย่างมีสมดุล
“เล่นมากเรียนน้อย คะแนนแย่ ก็ไม่ดี เรียนเยอะ เล่นน้อย ก็เครียดเกิน พักผ่อนบ้าง เรียนหนักบ้าง ให้สมดุล อีกเรื่องคือ การแต่งกายให้ดูดี สมกับเป็นนิสิต นักศึกษา ช่วยให้ภาพลักษณ์ของสถาบันน่ายกย่องค่ะ”







