posttoday
เถื่อนที่ไม่เถื่อน

เถื่อนที่ไม่เถื่อน

12 มีนาคม 2554

ผมตั้งความหวังในการเดินทางไปศึกษาธรรมชาติในป่าห้วยขาแข้งเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาว่าจะเข้าไปศึกษาชีวิตธรรมชาติของนกยูงป่าที่น่ารักของไทยที่เหลืออยู่ในป่าแห่งนี้ หลายเดือนที่ผ่านมาคนรอบป่าบางคนได้เล่าถึงการ “รำแพน” อันเป็นวิธีการ “เกี้ยวพาราสี” ของนกยูงตัวผู้เอาไว้อย่างน่าตื่นตา

ผมตั้งความหวังในการเดินทางไปศึกษาธรรมชาติในป่าห้วยขาแข้งเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาว่าจะเข้าไปศึกษาชีวิตธรรมชาติของนกยูงป่าที่น่ารักของไทยที่เหลืออยู่ในป่าแห่งนี้ หลายเดือนที่ผ่านมาคนรอบป่าบางคนได้เล่าถึงการ “รำแพน” อันเป็นวิธีการ “เกี้ยวพาราสี” ของนกยูงตัวผู้เอาไว้อย่างน่าตื่นตา

โดย...จำลอง บุญสอง

 

 

เถื่อนที่ไม่เถื่อน

ผมตั้งความหวังในการเดินทางไปศึกษาธรรมชาติในป่าห้วยขาแข้งเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาว่าจะเข้าไปศึกษาชีวิตธรรมชาติของนกยูงป่าที่น่ารักของไทยที่เหลืออยู่ในป่าแห่งนี้ หลายเดือนที่ผ่านมาคนรอบป่าบางคนได้เล่าถึงการ “รำแพน” อันเป็นวิธีการ “เกี้ยวพาราสี” ของนกยูงตัวผู้เอาไว้อย่างน่าตื่นตา

จากอิทธิพลของคำบอกเล่าดังกล่าว ทำให้จินตภาพของความเป็นนกยูงป่าในสมองผม จึงเป็นภาพของนกยูงตัวผู้กำลังรำแพนเกี้ยวตัวเมียริม “ห้วยขาแข้ง” ห้วยซึ่งเป็นแหล่งน้ำ แหล่งชีวิต ของคนและสรรพสัตว์ตลอดทั้งลำน้ำ

หน่วยรักษาพงไพรย่อยของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่เรียกกันว่าหน่วย “กรึงไกร” จึงเป็นที่นัดหมายของพวกเรากับเจ้าหน้าที่

“กรึงไกร” เป็นชื่อพื้นที่ที่คาบเกี่ยวระหว่างเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นแดนต่อแดนของกาญจนบุรีกับอุทัยธานี ที่ใช้สุพรรณบุรีเป็นทางผ่าน

ที่เราต้องมาศึกษาชีวิตของสัตว์ป่าทางด้านนี้ นอกจากจะง่ายต่อการเดินทางแล้ว ยังชุกชุมไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิดอีกต่างหาก

หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่ากรึงไกรสั่งเรือมารับเราช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผมออกจะตื่นเต้นกับการเข้าป่าในแถบนี้ เพราะมีสภาพป่าแบบเดียวกับบ้านเกิดของผม ป่าที่เป็นดินปนทรายและอุดมไปด้วยพืชตระกูลหนามเป็นหย่อมๆ พืชตระกูลหนามนี่เองทำให้ผมได้รับรสชาติอันเจ็บปวดของ “หนามไผ่” “หนามพงดอ” และ “หนามมะขามเทศ” บ่อยครั้ง

ควายชาวบ้านกับนกกระยางเป็นสัตว์ที่พวกเราเห็นเป็นปฐมหลังจากลงเรือมาแล้ว ยามแล้งที่ไม่มีหญ้าสดบนดิน ควายมักจะถูกต้อนไปกิน “หญ้าอ่อน” ที่ขึ้นมาบนดินนุ่มๆ ของหาด หาดที่น้ำเพิ่งงวดลงไป

 

เถื่อนที่ไม่เถื่อน

ควายกับนกกระยางเป็นคู่หูที่อยู่กันแบบ “ฉลาม” และ “เหา” นกกระยางนอกจากกินปลาเป็นอาหารแล้ว “แมลง” ที่บินหนีจากการก้าวเดินของควายก็เป็นอาหารจานโปรดอีกชนิดหนึ่ง

“หญ้าอ่อน” ใช่เพียงแต่จะเป็นอาหารอันโอชะของสัตว์กินเคี้ยวเอื้องเท่านั้น แต่มันยังเป็นปฐมบทแห่งห่วงโซ่อาหารของแมลง แมลงเป็นอาหารอันโอชะของสัตว์ตระกูลนก เช่น นกยูง ไก่ป่า และสรรพนกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น “นกอพยพ” และ “นกประจำถิ่น” รวมทั้ง มด ปลวก แมงมุม แย้และสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็กๆ อื่นๆ ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์ที่กินมัน

ด้วยเหตุนี้หญ้าอ่อนจึงมีความสำคัญเช่นเดียวกับใบไม้ป่าที่ย่อยสลายกลายเป็นฮิวมัส ฮิวมัสซึ่งเป็นอาหารโปรดของแพลงก์ตอน แพลงก์ตอนเป็นอาหารของปลาเล็ก ปลาเล็กเป็นอาหารของปลาใหญ่ ปลาใหญ่เป็นอาหารของนก นาก และคน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นหญ้าหรือใบไม้เพียงใบเดียว จึงมีความหมายต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ ในฐานะห่วงโซ่อาหารนั่นเอง

เราไม่ได้ไปศึกษาธรรมชาติตอนช่วงเย็นของวันแรก เพราะนอกจากเวลาไม่อำนวยต่อการเดินทางแล้ว ช้างป่างวงใหญ่ยังมานวยนาดให้เราตื่นเต้นอีกด้วย

น้ำที่เก็บเอาไว้บนแท็งก์บนฟ้าโปรยเม็ดใสลงมาระหว่างการหุงหาอาหารค่ำ น้ำฝนทำให้พวกเราได้มีน้ำบริโภคโดยรบกวนน้ำแท็งก์อันมีค่าของหน่วยน้อยกว่าปกติ

เสียงเก้ง กวาง และนกกลางคืน ที่ส่งเสียงอยู่รอบๆ ที่พักของเรา ทำให้ผมมั่นใจว่าพรุ่งนี้เราคงได้ภาพดีๆ ในกล้องแน่ๆ

บุฟเฟต์ปลวก

 

เถื่อนที่ไม่เถื่อน

แมงเม่า “อวบ” ตัวโตเต็มวัยนับแสนนับล้านตัว พรั่งพรูออกมาจากโพรงเพื่อการร่ายระบำเพลงรักแบบเดียวกับผึ้ง มันบินขึ้นมาก่อนพระอาทิตย์จะไต่ยอดไม้มาทักทายสรรพสัตว์ ฝนที่ผ่านมาเมื่อคืนเป็นเสมือนยาปลุกกำหนัด ปลุกสัญชาตญาณแห่งการดำรงเผ่าพันธุ์ของพวกมันออกมา

ไก่ป่า นก ชะนี ส่งเสียงร้องของมันออกมาตามสัญชาตญาณระหว่างการออกมาหาอาหาร ความสับสนวุ่นวายของป่าก็เหมือนกับความสับสนวุ่นวายของเมืองที่ “คนเมือง” ออกไปทำงาน

ระหว่างที่เดินไป “ทำธุระเช้า” ที่ชายป่า น้ำค้างและละอองฝนที่เกาะบนหญ้าและใยแมงมุมใสๆ ทำมุมกับพื้นโลกได้อย่างลงตัว บรรยากาศที่ไม่ได้ปรุงแต่งทำให้ผมนึกถึง “มนุษย์กรุง” ผู้ทุกข์ยาก ทุกข์ยากเพราะอยู่ภายใต้หน้ากากมายาแห่งจิตใจอันน่าขยะแขยงและระบอบการเมืองอันอัปลักษณ์ ตราบใดที่มนุษย์ยังเข้าไม่ถึงความจริงแห่งธรรมชาติ ไม่ว่าธรรมชาติในทางจิตหรือธรรมชาติทางสังคม ตราบนั้นพวกเขาก็ยังทุกข์ยากกันอยู่ต่อไป

แมงเม่าเพิ่มมากขึ้นในห้วงอากาศ นกนานาชนิดโฉบขึ้นโฉบลงเพื่อจิกกินเจ้าแมลงดินตัวอวบอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะแซงแซวตัวดำคู่ผัวตัวเมีย นกกระจิบตัวน้อยที่เคยกินหนอนตามกิ่งไม้ละการล่าแบบเดิมชั่วคราว หันมาจิกกินปลวกอวบอย่างตะกละตะกลาม

ตาข่ายของแมงมุมทุกสายพันธุ์ไม่ต้องดักแมลงประเภทไหนอีกแล้ว เช้านี้ใยเหนียวของมันเต็มไปด้วยปลวกตัวอวบ การสั่นสะเทือนและการฉีกขาดของใย ส่งสัญญาณไปถึงมันว่า อาหารเช้ามื้อนี้มีมากเกินอิ่ม ปัญหาเฉพาะหน้าของมันไม่ได้อยู่ที่เหยื่อมากหรือน้อย ปัญหาของมันก็คือ

กูจะกินตัวไหนก่อน?

แมงมุมหมาป่าหน้าตาน่าเกลียดแบบโจรสลัด ผู้ไม่เคยทำรังแบบแมงมุมพันธุ์อื่น ออกมาขย้ำเหยื่อของมันอย่างเต็มปากเต็มคำ เนื้ออ่อนนุ่มของปลวกอวบจำนวนมากที่หมดแรงบินตายลงต่อหน้าต่อตา ทำให้มันไม่ต้องออกแรงหาเหยื่อเหมือนวันอื่นๆ

ระหว่างที่สัตว์ตื่นเช้ากำลังตักอาหารบุฟเฟต์ใส่ปาก ผมนึกถึงเจ้าแย้ “สัตว์รู” ผู้กินแมลงที่ชุกชุมในแถบนั้น “การตื่นสาย” ของมันอาจทำให้มันพลาดบุฟเฟต์ปลวกงานนี้ก็ได้

น้องๆ จากแคมปิงและคณะตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันและหุงข้าวเพื่อกินกันในหมู่พวก พวกเขาสงเคราะห์อาหารแก่ผมและเพื่อนด้วยความเต็มใจ บะหมี่ซองที่เตรียมมาจึงนอนสงบนิ่งอยู่ในที่ของมัน

หลังกินข้าวมื้ออร่อยหมดไป หัวหน้าหน่วยอนุเคราะห์เรือหางยาวล่องตามลำห้วยขาแข้ง นกกระยางหลากหลายชนิดบินมารอกินปลาเล็กที่ริมตลิ่งเช่นเดียวกับเหยี่ยวกินปลา ทั้งสองนกเป็นคู่แข่งของชะโดวัยคะนองที่ชอบฮุบเหยื่อปลาน้อยที่ริมฝั่งที่หากินน้ำตื้น ปลวกใช่เพียงแต่อาหารสัตว์บก มันยังเป็นอาหารสัตว์น้ำอีกด้วย

ความชุกชุมของปลาทำให้ผมเรียนรู้ว่าต้นน้ำทุกๆ แห่งที่ไม่มีคนอยู่จะมีปลาชุกชุมมากไม่ต่างอะไรกับ “ปลาหน้าวัด” ปลาหน้าวัดไม่มีใครจับเพราะเกรงอาญาบาป แต่ปลาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ถูกจับเพราะเกรงอาญาแผ่นดิน

แม้ไม่เห็นด้วยในบางสิ่งบางอย่างในการจัดตั้งองค์กร แต่ผมก็ต้องขอบคุณผู้ริเริ่มที่ให้มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าขึ้นมา ถ้าไม่มีหน่วยงานนี้เสียแล้ว ป่าธรรมชาติบ้านเราคงไม่มีให้ลูกหลาน ไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์ปลาธรรมชาติให้คนลุ่มน้ำด้านล่างได้กินมาจนทุกวันนี้

พอว่าถึงเรื่องนี้ก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่อง “คนอยู่กับป่า” ผมนั่งยัน ยืนยัน และนอนยัน ได้เลยว่า ตราบใดที่การปกครองของเรายังอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการที่ทำให้คนไทยจนวาบลงไปทุกวัน ด้วยวิถีแห่งเศรษฐกิจแบบทุนนิยม (ผูกขาด) ที่เอื้อให้คน “มือยาว” ผู้อยู่ในวงจรการเมืองและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเมือง “สาวได้สาวเอา” โดยปราศจากการเฉลี่ยรายได้แห่งชาติอย่างเป็นธรรม ตราบนั้น “คนอยู่กับป่าไม่ได้ครับ” เพราะคนที่มีโอกาสเพียงหยิบมือเดียวนั้นจะ “ล่าคนจน” ส่วนคนจนถ้าไม่ล่ากันเองก็ต้อง “ล่าป่า” “ล่าปลา” “ล่าสัตว์” ทำลายปฐมบทแห่งห่วงโซ่อาหารของมนุษย์เองเพื่อฆ่ามนุษย์ในทางอ้อม

 

เถื่อนที่ไม่เถื่อน

เถื่อนอย่างนี้ทรัพยากรธรรมชาติของชาติจะไม่หมดไปได้อย่างไร ขอให้ดูภาพคนพื้นที่ที่เอาไฟชอร์ตปลาเพื่อขายให้นายทุนท้องถิ่น เพื่อให้นายทุนท้องถิ่นขายให้นายทุนระดับใหญ่ๆ ต่อไปดูก็ได้ เจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่กรมประมง จะไปตามจับไหวหรือ เพราะทำกันทุกๆ ลุ่มน้ำจนปลาเล็กปลาน้อยไม่มีเหลือ ถึงไปจับคนจนมาลงโทษได้คาหนังคาเขา ก็ไม่ได้หมายความว่าคนจนคนต่อไปจะไม่ทำผิดขึ้นอีก โจรเสื้อนอกกับโจรคนยาก ใครน่าจะถูกจัดการมากกว่ากัน ในเมื่อการปกครองนี้ไม่สามารถกระจายรายได้แห่งชาติไปอย่างทั่วถึง ก็ต้องไปจัดการกับเหตุแห่งทุกข์ คืออำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อยที่เอื้อประโยชน์ต่อคนรวยเพียงไม่กี่ตระกูลไม่ใช่หรือ?

ศึกษาเรื่องนากดีกว่า

นากตัวเขื่องคาบปลาอยู่ริมตลิ่งอยู่ลิบๆ เสียงเครื่องเรือหางยาวขึกๆ ทำให้มันต้องขบฟันบนปลาขาวที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 2 กิโลอย่างแรง พลางหันมาทางต้นเสียง เจ้าตัวลูกกระโดดหนีเข้ารูไปอย่างอกสั่นขวัญแขวน ปล่อยให้แม่ “งง” อยู่กับสิ่งแปลกปลอมตามลำพัง พอเจ้านากคาบปลารู้แน่ว่าสิ่งแปลกปลอมนั้นบรรทุกคนมาเต็มลำ มันก็ตาลีตาเหลือกลากปลาขึ้นบกไปแบบเต็มสูบ นึกไม่ถึงว่านากมีศักยภาพในการวิ่งคาบปลาไปได้หนักขนาดนั้น เจ้าหน้าที่บนเรือผู้อยู่กับป่ามานานตอบคำถามของพวกเราได้ว่า ฟันและกล้ามเนื้อไหล่ของนากนั้นแข็งแรงเหลือล้น นากหลายตัวคาบปลาตัวใหญ่กว่าได้สบายๆ

นากธรรมชาติทำให้วงสนทนาไม่พูดถึงนกยูงกันอีกต่อไป พลางต่างถามไถ่กันว่าใครได้รูปนากคาบปลาบ้าง แต่ปรากฏว่าไม่มีใครถ่ายรูปนี้ได้เลย ยกเว้นผม แต่ภาพที่ได้หลายรูปก็ต้องลบทิ้งถัง เพราะการใช้สปีดต่ำนั่นเอง

ตอนบ่ายเราก็ไม่ได้ไปไหนกันเพราะเรามากันคณะใหญ่ การมาคณะใหญ่ๆ แบบนี้ทำให้การเดินทางในป่าไม่คล่องตัวเท่าที่ควร ผมเลือกถ่ายรูปนกกับแย้ที่ออกมากินบุฟเฟต์แมงเม่ารอบๆ ที่พัก โดยไม่ออกไปเดินป่าหาถ่ายรูปพันธุ์ไม้ตามราวป่าตามที่น้องๆ ชวน

วันนี้อากาศครึ้มกว่าเมื่อวานเพราะฝนยังไม่จางจากฟ้า บรรยากาศครึ้มๆ แบบนั้น สัตว์ป่าจะออกมากินน้ำน้อยลงเสมอ ยกเว้นช้างป่าเจ้าเก่าที่นวยนาดออกมากินหญ้าริมป่าด้านอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ก่อนหน้านั้นมันออกมาให้เราถ่ายรูปกันช่วงเย็นแรกที่เรามาถึง

ถ่ายรูปช้างกันจนเบื่อสองเบื่อ ดูมันไม่สนใจเสียงชัตเตอร์ของพวกเราที่อยู่ตรงข้ามฝั่งน้ำเลยแม้แต่น้อย การมาของช้างป่าทำให้กวาง ควายบ้านที่หนีข้ามจากฝั่งหมู่บ้าน ไม่ปรากฏกายให้เราเห็นตามที่เจ้าหน้าที่บอก เจ้าหน้าที่บอกว่าช้างตัวเดิมมาที่นี่ตามวงรอบของมันในแต่ละปี และในปีหน้าในช่วงเวลาเดียวกัน มันจะกลับมาอีก

ช้างนับเดือนนับปีได้แบบเดียวกับคนจริงหรือ?

เราไปถ่ายรูปที่ชายเขาท้ายเหนือของหน่วย หาดเขียวที่เต็มไปด้วยหญ้ามีกวางป่าออกมาหากินฝูงเล็กๆ อย่างระแวด

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน