posttoday
สายน้ำชีวิต (3/3)

สายน้ำชีวิต (3/3)

06 มีนาคม 2554

มอร์ริสเป็นชาวอังกฤษ อายุราว 70 ปี ตลอดชีวิตเขามีเพื่อนไม่กี่คน เพื่อนสนิทของเขาคือ เหล้า มอร์ริสติดเหล้าและสูบบุหรี่หนักมากด้วย โชคดีที่เขามีภรรยาคนไทย แม้อายุน้อยกว่ากันมากแต่ก็ได้เกื้อกูลต่อกัน นั่นเป็นสิ่งดีที่สุดในชีวิตบั้นปลายของเขา มอร์ริสไม่สามารถกลับบ้านได้ เพราะเขาไม่มีค่าเครื่องบินและเขาก็ไม่มีเงินรายได้เพียงพอที่จะอยู่รอดในประเทศของตนเอง สิ่งที่เขาทำได้ คือ รอวันจากลาโลกใบนี้ในประเทศไทย

มอร์ริสเป็นชาวอังกฤษ อายุราว 70 ปี ตลอดชีวิตเขามีเพื่อนไม่กี่คน เพื่อนสนิทของเขาคือ เหล้า มอร์ริสติดเหล้าและสูบบุหรี่หนักมากด้วย โชคดีที่เขามีภรรยาคนไทย แม้อายุน้อยกว่ากันมากแต่ก็ได้เกื้อกูลต่อกัน นั่นเป็นสิ่งดีที่สุดในชีวิตบั้นปลายของเขา มอร์ริสไม่สามารถกลับบ้านได้ เพราะเขาไม่มีค่าเครื่องบินและเขาก็ไม่มีเงินรายได้เพียงพอที่จะอยู่รอดในประเทศของตนเอง สิ่งที่เขาทำได้ คือ รอวันจากลาโลกใบนี้ในประเทศไทย

โดย...ชัยยศ ยโสธโร

 

สายน้ำชีวิต (3/3)

มอร์ริสเป็นชาวอังกฤษ อายุราว 70 ปี ตลอดชีวิตเขามีเพื่อนไม่กี่คน เพื่อนสนิทของเขาคือ เหล้า มอร์ริสติดเหล้าและสูบบุหรี่หนักมากด้วย โชคดีที่เขามีภรรยาคนไทย แม้อายุน้อยกว่ากันมากแต่ก็ได้เกื้อกูลต่อกัน นั่นเป็นสิ่งดีที่สุดในชีวิตบั้นปลายของเขา มอร์ริสไม่สามารถกลับบ้านได้ เพราะเขาไม่มีค่าเครื่องบินและเขาก็ไม่มีเงินรายได้เพียงพอที่จะอยู่รอดในประเทศของตนเอง สิ่งที่เขาทำได้ คือ รอวันจากลาโลกใบนี้ในประเทศไทย

ครั้งหนึ่งเคยมีคนถามพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ว่าสิ่งดีที่สุดในชีวิตของท่านคืออะไร ท่านตอบว่า การได้เป็นพระและดำเนินชีวิตในฐานะพระภิกษุท่านหนึ่ง คำตอบเรียบง่ายแต่หากติดตามผลงานของท่านก็จะพบว่ามีมากมายทั้งในฐานะงานเขียน งานแปล งานรณรงค์ งานเคลื่อนไหวทางสังคม หลากหลายประเด็นทั้งเรื่องสันติวิธี การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การประยุกต์พุทธธรรมกับสังคม ฉลาดทำบุญ ความตายอย่างสงบ

เส้นทางชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกันไปด้วยเหตุปัจจัยมากมาย ตลอดชีวิตไม่ว่าเราจะเป็นใคร มีหน้าที่ การงานอย่างไร นับตั้งแต่เราเริ่มรู้ความ ครุ่นคิดตรึกตรองมากขึ้น เราต่างล้วนต้องประสบกับคำถามที่ผุดโผล่ในใจเสมอ คือ เราคือใคร ทำไมเรามาอยู่ในโลกใบนี้ และเราควรอยู่อย่างไร คำถามเหล่านี้เป็นเสมือนร่องรอยสัญญาณเตือนบางอย่างว่าการใช้และดำเนินชีวิตข้างหน้าเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและรับผิดชอบ เราไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างล่องลอย ด้านหนึ่งเรามีเจตจำนงเสรีที่จะตัดสินใจและเดินหน้าไป แต่ในอีกด้านทุกการกระทำ คือ กรรม และกรรมก็คือผลสะท้อนของการกระทำนั้นๆ “เราต่างมีกรรมเป็นเครื่องติดตาม เรามีกรรมเป็นผู้ให้ผล” ดังนั้นด้านหนึ่งเรามีอิสรภาพ แต่ในอีกด้านเรามีกรรมเป็นพันธะผูกพัน

ช่วงวัยหนุ่มสาว พลังชีวิตที่เต็มล้น และกายใจที่พร้อม ความสนุกสนานและความพึงพอใจ (Pleasure) คือ ความสุขที่เป็นแรงกระตุ้นเร้าสำคัญ ความสุขเช่นนี้มาจากยามที่เราได้ท่องเที่ยวไปยังสถานที่แปลกใหม่ ยามที่เราได้ลิ้มลองอาหารแสนอร่อย ยามที่ได้ใกล้ชิดกับคนที่พึงใจ ยามที่ได้รับประสบการณ์ ความบันเทิงที่แสนเร้าใจ ยามที่มีเงินทองทรัพย์สิน พร้อมที่จะจับจ่ายสนองความอยาก ความต้องการ ข้อเสียของความสุข แบบนี้คือ จิตใจของเรามีความสามารถมากที่จะคุ้นเคยและชินชากับความสุขแบบนี้ ในเวลาอันสั้น เช่น รสชาติของไอศกรีมอร่อยมากในช้อนแรก แต่ช้อนต่อๆ มา ความอร่อยเริ่มจางคลายลงเรื่อยๆ เราไม่รู้สึกถึงความสุขแบบนั้นได้อีก ต้องหันเหไปที่สิ่งใหม่ กระตุ้นเร้ามากกว่า รุนแรงมากขึ้น คำพูด ทำนองว่า “เบื่อ เซ็ง จืด ไม่จ๊าบ ฯลฯ” จึงเกิดขึ้นเนื่องด้วยความเบื่อ ความชินชา

และหากว่าเราเติบโตมีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น สัมผัสความสุขอีกลักษณะคือ การที่เราอยู่กับการงานที่เราพึงใจ เพลิดเพลินกระทั่งลืมเวลา ลืมตัวเอง ไม่มีเวลา ไม่มีตัวเราอีกต่อไป ดังเช่นกิจกรรม สมาธิ ภาวนา โยคะ ทำกับข้าว งานฝีมือ ฯลฯ ภาวะนี้เรามีความจดจ่อกับการงาน ไม่มี ความคิดรบกวน ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต ภาวะความสุขนี้ เรียกว่า Flow ภาวะนี้สะท้อนถึงการยอมรับความเป็นไป ไม่มีการต่อต้าน ขัดขืน เป็นความสุขที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา ความสุขนี้ทำให้ชีวิตสัมผัสกับความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างตัวเรากับสิ่งที่ตัวเราเกี่ยวข้องด้วย บุคคลสำคัญหลายท่านทำงานสร้างสรรค์มากมายที่เราอาจมองว่าเป็นงานยากลำบาก และทำมากมาย แต่ท่านเหล่านี้ก็มีความสุข ไม่เหน็ดเหนื่อย ก็เนื่องจากการสัมผัสและเข้าถึงความสุขแบบ Flow เสมอๆ นั่นเอง

อย่างไรก็ดี ความสุขเช่นนี้เกิดขึ้นในภาวะเราหลงลืมตนเอง ไร้ความรู้สึกตัว ขาดสติ หลงมัวเมากับความเพลิดเพลิน เช่น กิจกรรมอบายมุข การพนัน สุรา ยาเสพติด ชั่วขณะของความเพลิดเพลิน หลงลืมตนเอง อยู่กับความสุขแบบ Flow แต่เมื่อตื่นขึ้น หรือสร่างจากฤทธิ์ยา และมาอยู่กับโลกของความเป็นจริง อาการของความทุกข์ก็จะกลับเข้ามา ซึมเศร้าและหดหู่ ภาวะความสุขแบบนี้เป็นความสุขชั่วคราวที่อาจมี หลายคนดำเนินชีวิตโดยพึ่งพิงความสุขแบบนี้ อาการเสพติดงาน ทำงานตลอดก็เนื่องจากการให้ตัวเองจมกับความสุขแบบนี้ ช่วยตัดความวิตกกังวลเรื่องอื่นๆ

เราทุกคนมีสิทธิและอำนาจพิเศษที่จะมีเส้นทางชีวิตที่มีความสุขได้ หลักเกณท์ที่จะตรวจสอบเส้นทางชีวิต คือ เราดำเนินชีวิตอยู่กับความดี ความงาม และความจริง หรือไม่ อย่างไร และนั่นคือ สิ่งที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงความสุขที่สำคัญมาก มีความยั่งยืน นั่นคือ ความสุขจากการมีชีวิตที่มี “ความหมาย” เป็นชีวิตที่มีคุณค่า เกื้อกูลประโยชน์ต่อผู้อื่น พร้อมกับเกื้อกูลตนเองด้วย การสัมผัสและรู้สึกได้ถึงชีวิตที่มีความหมาย ทำให้เราสัมผัสถึงความสุข ความเต็มอิ่ม พร้อมกันนั้นกระบวนการที่เราเข้าถึงความสุขนี้ก็เป็นกระบวนการที่ช่วยเราได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงจากภายใน เช่น เรามีความสุขกับการให้ การแบ่งปัน การสละซึ่งตัวตนมากขึ้น เราสัมผัสถึงความรัก ความเมตตากรุณาจากการได้ปล่อยวางความเห็นแก่ตัว และสัมผัสเชื่อมโยง เข้าอกเข้าใจในความสุข ความทุกข์และความเป็นมนุษย์ร่วมกัน

กระนั้นเส้นทางชีวิตสู่ความสุขเช่นนี้ไม่ง่าย หลายคนตระหนักรู้และชัดเจนว่าเราควรดำเนินชีวิตอย่างไร แต่บ่อยครั้งเราก็มักตกหลุมความหลงลืม ความโง่เขลาเสมอๆ บทกวี “อัตชีวประวัติ 5 บท” บอกเล่าว่า

“ฉันเดินไปตามถนน มีหลุมลึกอยู่ข้างๆ ฉันตกลงไป ฉันหลงทาง ... ฉันสิ้นหวัง

นี่ไม่ใช่ความผิดของฉัน แสวงหาชั่วนิจนิรันดร์ก็เพื่อค้นหาทางออก

ฉันเดินบนถนนเส้นเดิม มีหลุมลึกอยู่ข้างทาง ฉันแสร้งมองไม่เห็น แล้วก็ตกลงไปอีก ไม่น่าเชื่อว่าฉันกลับมาสู่ที่เดิม แต่นี่ไม่ใช่ความผิดของฉัน ต้องใช้เวลาช้านานเพื่อออกจากหลุม

ฉันเดินบนถนนเส้นเดิม มีหลุมลึกอยู่ข้างทาง ฉันยังตกไปอีก เป็นนิสัยเสียแล้ว

ดวงตาของฉันเปิดกว้าง นี่เป็นความผิดของฉัน ฉันออกจากหลุมโดยพลัน

ฉันเดินบนถนนเส้นเดิม มีหลุมลึกอยู่ข้างทาง ฉันเดินอ้อม”

บทสรุปของสายน้ำชีวิตก็คือ บทกวีนี้เอง แตกต่างที่การเรียนรู้ ความตื่นรู้ และความเท่าทัน เราต่างล้วนต้องการความสุขทั้ง 3 แบบ สิ่งสำคัญคือ การเรียนรู้และเข้าใจความทุกข์ ความสุขจอมปลอมในฐานะหลุมลึก ที่เราต้องรู้จัก และเดินอ้อมได้

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69