posttoday
สัปดาห์ ‘เราไม่ซื้อ’

สัปดาห์ ‘เราไม่ซื้อ’

16 กุมภาพันธ์ 2554

...หนูดี วนิษา เรซ

หลังวันวาเลนไทน์ 1 วัน เป็นวันที่หนูดีได้ฤกษ์ ชักชวนคนรู้จัก รวมถึงแฟนหนังสือและผู้ที่อยู่ในแฟนเพจของหนูดี มาร่วมกิจกรรม “สัปดาห์ไม่ซื้อ” กับหนูดีค่ะ จริงๆ หนูดีตั้งใจจะชวนคนมาเริ่มสังเกตพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองมาพักใหญ่ๆ แล้ว ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ด้วยซ้ำไป แต่ก็ติดตรงที่ช่วงปีใหม่ก็เป็นช่วงแห่งการช็อป หากไปห้ามก็คงไม่ไหว แถมต่อจากปีใหม่ ก็เป็นวันแห่งความรักอีก ขืนไปชวนคนมาลดการช็อปปิ้ง หนูดีกลัวว่าเดี๋ยวจะทำให้คนมีปัญหาความรักหรือเปล่า ไม่ได้ซื้อของให้แฟนกันพอดี ดังนั้น หลังวันวาเลนไทน์นี่ละค่ะ ได้ฤกษ์ดีพอดีเลย

เกมไม่ช็อปที่เราจะเล่นกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม ตั้งแต่วันที่ 1521 ก.พ.นี้ โดยคนที่จะเล่นนั้นสามารถเริ่มต้นพร้อมๆ กันได้เลย โดยเราจะซื้อได้ทุกอย่างยกเว้น “ของที่ไม่มีความสำคัญต่อความสุขระยะยาว” ของเรา งานนี้กระเป๋าใครก็ต้องตีความกันเองค่ะ ส่วนใครที่มีเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์อยู่ หนูดีจะคอยอัพเดตข้อมูลใหม่ๆ เรื่องการเงินตลอดทั้งสัปดาห์นั้น รวมถึงเรื่องสถานที่เรียนเรื่องการเงินการลงทุน ที่มีฟรี ตลอดทุกเดือน ตลอดทั้งปี หรือหากเสียเงินก็เสียเพียงเล็กๆ น้อยๆ น่าเสียดายที่คนไทยเราเสียภาษีกันทุกคน และเงินภาษีนั้นก็นำมาสนับสนุนคอร์สเหล่านี้ แต่คนที่ได้รับประโยชน์กลับเป็นคนกลุ่มที่ค่อนข้างเก่งเรื่องนี้อยู่แล้ว และเป็นคนที่คลุกคลีกับการเงินการลงทุนอยู่ก่อน ดังนั้นกรณีนี้ คนเก่งก็ยิ่งเก่งขึ้น ส่วนคนที่ไม่เก่ง ไม่กล้าลงทุนอยู่แล้วก็ยิ่งไม่กล้าไปใหญ่ รู้สึกเป็นเรื่องไกลตัวและน่ากลัวไปเลย

หนูดีมีเพื่อนสองประเภทใหญ่ๆ คือ ประเภทที่ลงทุนกันอยู่อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งในลักษณะพันธบัตร กองทุนรวม ตราสารหนี้ หุ้น ทอง เพชร ที่ดิน กลุ่มนี้มักจะมีพ่อแม่ที่ลงทุนมาก่อนแล้วหนึ่งเจเนอเรชัน ดังนั้นพวกเขาจะรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกับการวิเคราะห์ตลาด การพูดคุยว่าจะย้ายเงินไปอยู่ที่ไหนบ้างในปีนี้ ไม่มีหวาดกลัว จัดการการเงินแบบรู้ตัวว่าจะขาดทุนได้เท่าไร ถอยเมื่อไร รุกเมื่อไร คือเป็นคนกลุ่มบริหารความเสี่ยงเรื่องเงินเป็นตั้งแต่อายุน้อยๆ นับว่าพวกเขาโชคดีมาก แต่เพื่อนกลุ่มนี้ของหนูดีก็ไม่ใหญ่เท่าอีกกลุ่ม ที่น่าจะเป็นตัวแทนของคนเมืองในปัจจุบันได้ดีมากคือ “กลุ่มมืออาชีพอายุน้อยเงินเดือนสูง” ซึ่งกลุ่มที่สองนี้ ส่วนใหญ่ก็คือเพื่อนสมัยเด็กๆ นั่นเอง พอโตขึ้นมาแยกย้ายกันไปเรียนที่ต่างๆ ก็เรียนได้ดี จบมหาวิทยาลัยดี แล้วก็กลายมาเป็นคนเมืองกินเงินเดือนไม่ขี้เหร่เลยตามบริษัทใหญ่ๆ

ปัญหาก็คือ เพื่อนกลุ่มนี้ของหนูดีนี่เองที่ถูกอัดอยู่เหมือนแซนด์วิช ก็คือ พ่อแม่ไม่ได้เตรียมเงินก้อนใหญ่หลักล้านไว้ให้ลงทุน แต่ก็ให้วิถีชีวิตที่ดีมากๆ สำหรับเขา เงินเดือนที่หากันได้หลักหมื่นหลักแสนก็ไม่เอื้อให้เขาใช้ชีวิตซอมซ่อได้ แถมบริษัทดีๆ ก็ไม่ใช่ที่ที่คุณจะมาใส่รองเท้าคู่ละ 199 บาท เดินอยู่ได้ทุกวัน และเลิกงานก็แน่นอนว่า หากอยู่ในเมืองก็ควรจะต้องไป “แฮงเอาต์” กันในร้านอาหารญี่ปุ่นบ้าง ร้านอิตาเลียนเปิดใหม่ ไวน์บาร์ กาแฟเก๋ๆ และอื่นๆ อีกมากมาย วิถีชีวิตเก๋ๆ แบบนี้ทำให้คนกลุ่มนี้เก็บเงินกันไม่อยู่ มีเงินเดือนเท่าไหร่ก็หายไปในค่าเช่าหรือผ่อนคอนโด ค่ารองเท้า กาแฟ เสื้อผ้า เดินทาง แถมบางทีลาพักร้อนได้ ยังเอาเงินส่วนที่พอเหลืออยู่บ้างบินไปเที่ยวประเทศใกล้ๆ ด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้นสุดๆ ว่า “ทำงานมาเหนื่อยแทบตาย ขอให้รางวัลตัวเองบ้าง”

ปัญหาคนเมืองรุ่นใหม่เก็บเงินไม่อยู่นี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ค่ะ แต่หนูดีเพิ่งเห็นว่ามันเป็นปัญหาแบบจริงๆ จังๆ ก็เมื่อหนูดีเริ่มชวนเพื่อนสนิทหลายๆ คนไปเรียนเรื่องการลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์บ้าง ไปนั่งฟัง บลจ.ต่างๆ แนะนำเรื่องการลงทุนบ้าง สิ่งเหล่านี้ฟรีทั้งนั้น แถมเป็นวันหยุดด้วย แต่พบว่าหาคนไปด้วยยากมาก แม้กระทั่งเพื่อนสนิทยังบอกว่าให้หนูดีไปฟังเสร็จแล้วเดี๋ยวเรามารับไปกินข้าวเที่ยงกับนั่งร้านกาแฟต่อกันดีกว่า ขี้เกียจไปนั่งฟังเรื่องเงินๆ ทองๆ วันหยุด ยิ่งถ้าพูดเรื่องเล่นหุ้นล่ะก็ จะต้องโดนมองและถามกันตรงๆ ว่า “ถ้าอยากเล่นพนันก็ไปปอยเปตสิ มาเล่นอะไรแถวตลาดหุ้น”

อาจเป็นเพราะอายุของกลุ่มหนูดีซึ่งเป็นคนทำงานกลุ่มใหญ่มากในเมืองใหญ่นั้นไม่เด็กพอจะหยอดกระปุกแล้ว แต่ก็ยังไม่แก่พอจะวางแผนเกษียณอายุ หนุ่มสาววัยนี้ส่วนใหญ่ก็เลยสนุกมากกับการทำงาน การหาเงินได้ และการใช้เงินให้กับตัวเองอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่หากเราต้องการเกษียณทางการเงิน คือ ไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้ เราควรเริ่มคิดตั้งแต่วันนี้ เพราะการเริ่มออมและลงทุนก่อน เราจะใช้เงินตั้งต้นได้น้อยกว่า และสิ่งหนึ่งที่คนอายุเท่าเพื่อนๆ หนูดีมีมากกว่าเศรษฐีอีกหลายคน (แต่พวกเขาไม่ตระหนัก) ก็คือ “เวลา” ซึ่งเจ้าเวลานี่ละค่ะที่ทำให้นักลงทุนเงินไม่หนาเอาชนะเศรษฐีสูงอายุมาได้หลายกรณีแล้ว เพราะเงินเมื่อเริ่มลงทุนเร็วอย่างถูกที่ จะไปเริ่มทบกันได้เยอะเมื่อมันได้ทบต้นทบดอกไปมาสักหลายๆ ปี ดังนั้นก็เป็นอย่างที่เขาบอกกันในโลกการลงทุนว่า “เวลาที่ดีที่สุดในการลงทุนคือสิบปีที่แล้ว แต่เวลาที่ดีที่สองคือวันนี้”

หนูดีก็เลยจะมาเชิญชวนทุกคนที่ยังไม่เคยคิดจะลองออมอย่างจริงจังและลงทุนอย่างเป็นระบบ มาเริ่มต้นกันดูค่ะ ส่วนท่านไหนที่ทั้งออมทั้งลงทุนเก่งมากแล้ว ถ้าหากมีเวลา หนูดีจะชวนมาแวะเวียนในแฟนเพจและทวิตเตอร์ของหนูดีเพื่อแลกเปลี่ยนทิปส์กันด้วย ในวันที่ 1521 ก.พ.นี้ นอกจากหนูดีจะมาแนะนำหนังสือการเงินสนุกๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การไม่ช็อป (ในสิ่งไม่จำเป็นแล้ว) หนูดียังได้ขอให้เพื่อนๆ ที่เก่งในด้านต่างๆ ตั้งแต่สายแฟชั่น การช็อปปิ้งอย่างฉลาด เพื่อนที่ได้ทุนไปเรียนปริญญาเอกต่างประเทศมาพูดคุยเรื่องการใช้เงินอยู่ในงบทุน และอีก ฯลฯ ใครที่สนใจ เรามาเริ่มพร้อมกันนะคะ 1 สัปดาห์เท่านั้น เพื่อตามหารอยให้ได้ว่า เงินที่หามาแทบตาย หายไปไหนกันหมด

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69