
พช. ปั้น OTOP สู่รันเวย์โลก! อัปเกรดผ้าไทย ‘Sustainable Fashion’
กรมการพัฒนาชุมชน รุกหนักเทรนด์รักษ์โลก จัดเวิร์กชอป Sustainable Fashion ต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยสู่สากล หนุนผู้ประกอบการ OTOP สร้างมูลค่า สู่รันเวย์โลก
KEY
POINTS
- กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP ด้านผ้าไทยสู่แนวคิดแฟชั่นที่ยั่งยืน (Sustainable Fashion)
- โครงการมุ่งเน้นการให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบ การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่ตลาดโลกตามแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ และสร้างรายได้ที่มั่นคงกลับคืนสู่ชุมชน
เจาะลึกมิติใหม่ผ้าไทย: เมื่อภูมิปัญญาบรรจบกับความยั่งยืน
กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเต็มสูบ ล่าสุดจัดงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาองค์ความรู้สู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน (Sustainable Fashion)” ณ โรงแรม ยู นิมมาน เชียงใหม่ เพื่อติดอาวุธให้ผู้ประกอบการ OTOP ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ สู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมแฟชั่นยุคใหม่ที่ใส่ใจโลก
นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เผยถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า "นับเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้สนองแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเรามุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต OTOP ให้มีทักษะรอบด้าน ตั้งแต่การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง"
เข้มข้นด้วยเนื้อหาจากกูรูระดับประเทศ
งานนี้ไม่ได้มีเพียงทฤษฎี แต่เป็นการ Workshop เชิงลึกที่ระดมพลยอดฝีมือ ทั้ง นายมีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ, นายศิริชัย ทหรานนท์ จากแบรนด์ THEATRE และคณะอาจารย์จาก มศว มาร่วมถ่ายทอดเทคนิคการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ การใช้สีตาม Thai Textiles Trend Book และการปั้นแบรนด์ให้น่าสนใจ
นางสาวริตยา รอดนิ่ม รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาชุมชน กล่าวเสริมถึงทิศทางของโครงการว่า "เราให้ความสำคัญกับการนำงานเย็บ ปัก ถัก ร้อย ที่เป็นอัตลักษณ์ชุมชนมาพัฒนาให้สากลมากขึ้น โดยใช้แรงงานฝีมือเป็นหัวใจหลักควบคู่กับดีไซน์ร่วมสมัย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ผ้าไทยดูทันสมัยและเข้าถึงผู้บริโภคยุคปัจจุบัน"
Roadmap สู่ความสำเร็จ 2026
การประชุมที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 เมษายน 2569 นี้ ครอบคลุมถึง 6 หลักสูตรหลัก ตั้งแต่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงเทคนิคการเป็นนักขายมืออาชีพและการตลาดดิจิทัล ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมผ้าไทยจาก "ของฝาก" ให้กลายเป็น "Must-have Item" บนรันเวย์แฟชั่นยั่งยืนระดับโลก พร้อมสร้างรายได้ที่มั่นคงกลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน







