posttoday
ปรี๊ดดด...ระเบิดศึกไทย พรีเมียร์ลีก 2011

ปรี๊ดดด...ระเบิดศึกไทย พรีเมียร์ลีก 2011

12 กุมภาพันธ์ 2554

โดย...สไปเดอร์แมว

โดย...สไปเดอร์แมว

ในที่สุดศึกลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งสยามประเทศ สปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 ก็ได้ฤกษ์เป่านกหวีดเริ่มตะบันแข้งนัดแรกในวันนี้ สมใจคอบอลไทยที่เฝ้ารอมานานนับเดือน

อย่างไรก็ตาม สัปดาห์แรกของฤดูกาลใหม่มีลงฟาดแข้งกันเพียง 5 คู่ 5 สนาม เนื่องจาก “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด จะลงทำศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ บุกไปเยือน ศรีวิจาย่า (อินโดนีเซีย) วันเสาร์ที่ 12 ก.พ. และวันอาทิตย์ที่ 13 ก.พ. “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย เอฟซี ทีมแชมป์โตโยต้า ลีก คัพ ก็จะดวลแข้งนัดพิเศษ โตโยต้า พรีเมียร์คัพ พบกับ โชนัน เบลมาเร (ญี่ปุ่น) ที่สนามศุภชลาศัย เวลา 16.00 น.

สำหรับศึกไทยลีกนัดแรกทั้ง 5 คู่จะลงสนามเวลา 18.00 น. โดยแบ่งเป็น 4 คู่ในวันเสาร์ที่ 12 ก.พ. ได้แก่ พัทยา ยูไนเต็ด – บางกอกกล๊าส เอฟซี, อินทรีเพื่อนตำรวจ – ทีโอที เอสซี, บีอีซี เทโรศาสน – บุรีรัมย์ พีอีเอ, ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี - เอสซีจี สมุทรสงคราม และวันอาทิตย์ที่ 13 ก.พ. อีก 1 คู่ คือ ทีทีเอ็ม เอฟซี พิจิตร – เชียงราย ยูไนเต็ด

 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ไทยลีกฤดูกาลนี้มีความเปลี่ยนแปลงมากมายหลายอย่าง สิ่งแรกที่เห็นชัดเจนคือ การเพิ่มจาก 16 เป็น 18 ทีม โดย “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกลูกหนังไทย ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะลีกไทยกำลังบูม การเพิ่มทีมและเพิ่มโปรแกรมเตะจะส่งผลให้และสโมสรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น (แต่ถ้าทีมชาติล้มเหลว ห้ามอ้างว่าเวลาเตรียมทีมน้อยเพราะโปรแกรมแน่นนะครับ)

ขณะเดียวกัน หากไล่เรียงกวาดตาดูรายชื่อทั้ง 18 ทีม บางคนอาจจะสะดุดกึ้ก เพราะไม่คุ้นชื่อบางทีมว่าโผล่มาจากไหน เริ่มจากสโมสร ทหารบก ที่ปฎิวัติสโมสรครั้งใหญ่ในเรื่องของการจัดการ พร้อมเปลี่ยนชื่อมาเป็น อาร์มี่ ยูไนเต็ด ส่วนทีมน้องใหม่อย่าง ศรีราชา เอฟซี ก็ได้สปอนเซอร์เจ้าใหญ่มาหนุน จึงได้ชื่อทีมใหม่ว่า ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี

นอกจากนี้ช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา บางสโมสรมีปัญหาแย่งสิทธิ์ส่งทีมเข้าแข่งขัน ซึ่งในที่สุดสมาคมฟุตบอลฯก็ตัดสินให้สโมสรสมาชิกของสมาคมฯ ได้สิทธิคืน ทำให้ ราชนาวี ระยอง เหลือเพียง ราชนาวี เฉยๆ พร้อมกับย้ายฐาน

ที่มั่นจากระยองกลับไปยังสัตหีบ จ.ชลบุรี และอีกทีมหนึ่งคือ ทีโอที แคท เอฟซี ก็กลายเป็น ทีโอที เอสซี หลังจากบมจ.ทีโอที ทวงสิทธิคืนได้สำเร็จ  หวังว่า คงไม่งงเรื่องชื่อทีมกันแล้วนะครับ สำหรับการติดตามศึกไทยลีกตลอดฤดูกาลนี้

ปรี๊ดดด...ระเบิดศึกไทย พรีเมียร์ลีก 2011

แข้งดีกรีบุกไทยลีก

ปฎิเสธไม่ได้ว่า นักเตะต่างชาติถือเป็นสีสันอย่างหนึ่งของการแข่งขัน ซึ่งตามกฎแล้ว แต่ละทีมสามารถลงทะเบียนแข้งนอกได้ไม่เกิน 7 คน และส่งลงสนามได้นัดละไม่เกิน 5 คน

ทั้งนี้ บริษัทไทยพรีเมียร์ลีกขีดเส้นตายให้แต่ละทีมส่งชื่อแข้งต่างชาติได้ถึงวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา ปรากฎว่า 18 สโมสรมีชื่อนักเตะต่างชาติรวมกันทั้งสิ้น 105 คน โดยในจำนวนนี้ นักเตะบราซิลขายดีที่สุดคือ 25 คน ตามมาด้วย แคเมอรูน 14 ญี่ปุ่น 12 เกาหลีใต้ 10 ไนจีเรีย 7 คน และชาติอื่นๆจากทุกทวีปทั่วทุกมุมโลกลดหลั่นกันไปตามลำดับ

จากจำนวน 105 คนดังกล่าว มีนักเตะต่างชาติที่ตบเท้าเข้ามาค้าแข้งในเมืองไทยพร้อมกับพกพาดีกรีซึ่งเคยผ่านสังเวียนแข้งชั้นนำของยุโรปมาด้วย เริ่มจาก เชส เรห์มาน และ โทนี คาลลิโอ 2 ปราการหลังของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ที่เคยเล่นให้กับ ฟูแลม ในศึกพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ

ด้าน บางกอกกล๊าส เอฟซี ดึง ซิลแว็ง อิด็องกา หัวหอกเลือดน้ำหอมที่เคยผ่านเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกกับโอลิมปิก ลียง มาล่าตาข่ายคู่กับ “โจ้ 5 หลา” ศรายุทธ ชัยคำดี ส่วน บีอีซี เทโรศาสน ไม่น้อยหน้าคว้า คริส แบรนดอน มิดฟิลด์จอมเก๋าวัย 34 ปีที่ผ่านเกมในลีกอังกฤษมาอย่างโชกโชน ด้าน การท่าเรือ ได้ สตีเฟน ร็อบบ์ ปีกจากสกอตแลนด์ ที่เคยกระชากลากเลื้อยให้กับ ดันดี ยูไนเต็ด และ เซนต์ เมียร์เรน ซึ่ง “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ ออกโรงเตือนกองหลังไทยลีกเจองานหนักแน่นอน

 “ฮัลโหล” ทีโอที เอสซี นำทีมโดย อูมาร์ คอนเด กองหลังชาวสวิสวัย 31 ปี ซึ่งเคยอยู่กับแบล็กเบิร์นในอังกฤษและไฟร์บวร์กในลีกเมืองเบียร์ รวมทั้ง ยูเนส ซาอิบ อดีตมิดฟิลด์ซามพ์โดเรียและเจนัว

อ๊ะ อ๊ะ...ใช่ว่าจะมีแต่นักเตะตาน้ำข้าวหรือแข้งผิวสีเท่านั้น แต่ “ไดโนเสาร์พิฆาต” ขอนแก่น สอย 2 แข้งดังทีมชาติลาวเข้าร่วมทีมคือ กัลยา สายสมหวัง และ คำแพง สายวุฒิ ซึ่งนอกจากจะได้ใช้งานในสนามแล้ว ยังสามารถขยายฐานแฟนบอลไปยังประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงด้วย เช่นเดียวกับ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ที่มี คิม บอเร กองหน้าทีมชาติกัมพูชา

แต่จากปัญหาชายแดนในขณะนี้ จะทำให้ คิม บอเร ตกเป็นเป้าหมายที่แข้งไทยอยากจะเข้าไปอัดหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ (ฮา)

ใครจะแชมป์-ใครจะช้ำ ใครจะเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 ?

นี่คือคำถามที่คอบอลไทยจะได้ยินกันไปตลอดทั้งปี ซึ่งเชื่อมั่นว่าการฟาดฟันแย่งแชมป์จะต้องเข้มข้นไม่แพ้ปีที่ผ่านๆมาแน่นอน เพราะแต่ละทีมทุ่มงบกันมหาศาล รวมแล้วทะลุหลัก 1 พันล้านบาท !!!

อย่างไรก็ตาม คำตอบแชมป์ที่คาดการณ์กันไว้ ไม่น่าจะหลุดไปจากทีมในกลุ่มบิ๊กโฟร์ คือ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด, บุรีรัมย์ พีอีเอ, ชลบุรี เอฟซี, บางกอกกล๊าส

 “แชมป์เก่า” เมืองทองฯ มีการเสริมขุมกำลังที่น่ากลัว โดยเฉพาะการได้ อานนท์ สังสระน้อย ดาวซัลโวไทยลีก 2 สมัยมาล่าตาข่าย แต่สิ่งที่เหล่าอุลตราเมืองทองยังกังขาคือฝีไม้ลายมือในการคุมทีมของ คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญ ว่าจะพาทีมได้ยอดเยี่ยมมากน้อยแค่ไหน แถมยังต้องกรำศึกหนักหลายรายการ

 ขณะที่ บุรีรัมย์ พีอีเอ ของ “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ทุ่มงบเกิน 100 ล้านบาทหวังกระชากแชมป์ไทยลีกมาครองให้ได้ และจากความพร้อมในทุกๆด้านทำให้กูรูหลายคนยกให้ทีมปราสาทสายฟ้าเป็นเต็ง 1 เลยด้วยซ้ำ แต่ก็อย่าละสายตาจาก “ฉลามชล” ชลบุรี ที่มีจุดเด่นในเรื่องของทีมเวิร์ก อีกทั้งมีประสบการณ์ลุ้นแชมป์ทุกปี รวมทั้ง บางกอกกล๊าส ที่น่ากลัวขึ้นเยอะ หลังจากได้ โจ้ 5 หลา กับ อิด็องกา มายืนประสานงานล่าตาข่าย หลังจากทีมกระต่ายแก้วมีปัญหาเรื่องการจบสกอร์ในฤดูกาลที่แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีทีมอย่าง บีอีซี เทโรศาสน, การท่าเรือไทย, โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ซึ่งมีศักยภาพมากพอที่จะขึ้นมาเบียดในพื้นที่หัวตารางได้ หากปรับจูนทีมให้เข้าฝักได้เร็ว ก็มีลุ้นเซอร์ไพรส์กันยาวๆ

ด้านทีมที่อาจจะต้องเหนื่อยในการใช้ชีวิตอยู่ในลีกสูงสุด คงหนีไม่พ้น 3 ทีมน้องใหม่คือ ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี, เชียงราย ยูไนเต็ด และ ขอนแก่น เอฟซี นอกจากนี้ ราชนาวี ก็น่าจะเจองานยาก หลังจากแข้งหลักหลายรายพาเหรดออกจากทีม ไม่ว่าจะเป็น สุทธินันท์ นนที, สมเจต สัตบุษ, สุระเดช เสาไธสง ฯ แถมการย้ายกลับมาอยู่สัตหีบ อาจทำให้ทีมลูกประดู่ต้องคิดถึงแฟนบอลระยองที่เคยแห่เข้ามาเต็มสนามเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ให้กับทีม

ส่วนทีมอื่นๆ ใช่ว่าจะสบายใจได้  เชื่อเถอะว่าปีนี้การขับเคี่ยวโหดกว่าปีที่ผ่านๆมาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการลุ้นแชมป์ หรือ ดิ้นรนหนีตกชั้น

ให้ตายเถอะ !!!...แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว แล้วเจอกันที่สนามตลอดทั้งฤดูกาลนี้นะครับ
 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม