อินเด็กซ์ เปิดตัว ‘เคียงตั๋ว’ ฝีมือช่างคนไทย รับตลาด Green Furniture โต
อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ผนึกชุมชนบ้านกิ่วแลน้อย จ.เชียงใหม่ เปิดตัว ‘เคียงตั๋ว’ ชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลัก ฝีมือช่างคนไทย สอดรับเทรนด์ตลาด Green Furniture โตระดับโลก
นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น โดยปีแรกบริษัทฯ ได้ลงพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับ ‘กลุ่มใบไม้’ ชุมชนบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช นำงานคราฟท์ผ้ามัดย้อมออร์แกนิกมาต่อยอดพัฒนาเป็นเฟอร์นิเจอร์ชุดห้องนอนและห้องนั่งเล่นคอลเลกชัน ‘Happy Vacation’
และสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ในปีที่ 2 ได้ขยายพื้นที่ไปภาคเหนือเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กับ ‘ชุมชนบ้านกิ่วแลน้อย’ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมที่โดดเด่นด้านงานคราฟท์ไม้แกะสลักสไตล์ล้านนาจากช่างฝีมือคนไทยที่ถ่ายทอดความปราณีตงดงามผ่านการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาเกือบ 60 ปี เพื่อให้งานแกะสลักด้วยมือ 100% ยังคงอยู่และเป็นหัตถศิลป์ที่ทรงคุณค่า
โดยได้นำอัตลักษณ์ลวดลายความสวยงามของไม้แกะสลักมาร่วมถ่ายทอดบนเฟอร์นิเจอร์ Living Room คอลเลกชัน “เคียงตั๋ว” ด้วยการตีความดีไซน์เฟอร์นิเจอร์รูปแบบใหม่ให้มีความร่วมสมัย เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการออกแบบชิ้นงานที่ทันสมัยอย่างลงตัว เพื่อสืบสานศิลปะงานแกะสลักไม้และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
ซึ่ง อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้นำเสน่ห์ศิลปะล้านนามาผสานเข้ากับความเรียบง่ายของดีไซน์สแกนดิเนเวียน จนเป็นคอลเลกชันที่สะท้อนความงามที่เรียบง่าย อบอุ่น โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชาวบ้านกิ่วแลน้อยมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างสรรค์และความสำเร็จของผลงานครั้งนี้
สำหรับ แรงบันดาลใจในการดีไซน์สู่ Lannavian StyleFurniture คอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’ เป็นการถ่ายทอดผลงานศิลปะจาก จิตวิญญาณและวัฒนธรรมล้านนา โดยนำลวดลายและท่วงท่าของช้างสัตว์คู่บ้านชาวภาคเหนือ และดอกพุดตาลเอกลักษณ์งานแกะสลักไม้ของชุมชนบ้านกิ่วแลน้อย จ.เชียงใหม่ มาผสานกับเทคนิคการเซาะร่องไม้รูปทรงเรขาคณิตของสามเหลี่ยมลงบนชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์
ซึ่งการออกแบบที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมบวกกับความร่วมสมัยทำให้เฟอร์นิเจอร์คอลเลกชันนี้ จะสามารถตอบโจทย์ดีไซน์การใช้ชีวิตรองรับฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นทั้ง GEN Z-X (อายุ 35-55 ปี) รายได้ระดับ B ถึง A ทั้งนี้ยังตอบรับกับกระแสรักษ์โลกที่ทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญ ทั้งในมุมของผู้บริโภครายย่อย และภาคธุรกิจ
โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ และกลุ่มธุรกิจโรงแรม ทำให้มีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์ในกลุ่ม Eco-Friendly หรือ Green Furniture จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
โดยในปี 2573 คาดว่า ตลาด Eco-Friendly Furniture ทั่วโลก จะมีมูลค่ากว่า 81.9 พันล้านดลลาร์สหรัฐฯ เติบโตเฉลี่ย 8.0%CAGR (ปี 2566-73) เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีมูลค่า 47.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เกือบ 2 เท่าตัว (ที่มา : Krungthai COMPASS)
นางสาวกฤษชนก กล่าวว่า การลงพื้นที่ทำงานร่วมกับกลุ่มชุมชนในพื้นที่บ้านกิ่วแลน้อย ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดร่วมกันระหว่างไอเดียงานศิลปะงานแกะสลักและกระบวนการออกแบบและผลิตเชิงอุตสาหรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์คอลเลกชันนี้ให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ต้องมาศึกษาร่วมกัน
ทั้งนี้ไม้ที่ใช้แกะสลักเป็นไม้สักที่เหลือใช้จากชุมชนและต้องนำมาประสานไม้ให้เป็นชิ้นเดียวกัน โดยการต่อลายงานแกะสลักให้ออกมาสวยงาม ซึ่งเทคนิคพิเศษนี้เป็นภูมิปัญญาของกลุ่มชุมชนและต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ รวมถึงการใช้เทคนิคการออกแบบให้ชิ้นงานดูโมเดิร์นขึ้นด้วยการใส่ลวดลายกราฟฟิกรูปทรงสามเหลี่ยมจากการเซาะร่องไม้ที่ ILM เติมไอเดียให้กับกลุ่มชุมชน เพื่อผสานให้ชิ้นงานออกมาร่วมสมัยสามารถรองรับกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้น
ทั้งนี้ ‘เคียงตั๋ว’ ไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนเท่านั้น หากแต่เป็นการหลอมรวมธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ ILM ในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยยึดมั่นแนวคิดด้านความยั่งยืน (ESG) อย่างรอบด้าน
ซึ่งครั้งนี้นับเป็นพัฒนามิติสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งการร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาและศิลปะล้านนาให้คงอยู่และรู้จักแพร่หลายในวงกว้าง ควบคู่การร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเลือกใช้ไม้ยางพาราที่ไม่สามารถผลิตน้ำยางได้แล้วมาเป็นโครงสร้างหลักของเฟอร์นิเจอร์ และยังส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่าโดยนำไม้สักเก่าจากชุมชนกลับมาใช้ใหม่ เพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน
คุณแม่อำพร ศรีหาตา ผู้นำชุมชนแกะสลักไม้บ้านกิ่วแลน้อย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่กลุ่มชุมชนบ้านกิ่วแลน้อยได้นำงานแกะสลักมาร่วมพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าชิ้นใหญ่อย่างเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มาก แม้ว่าจะคลุกคลีกับงานแกะสลักไม้มานานหลายสิบปี ต้องเท้าความก่อนว่างานแกะสลักไม้ในแบบล้านนาผูกพันกับครอบครัวของแม่มานานเกือบ 60 ปี เป็นการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากจุดเริ่มต้นการฝึกแกะสลักไม้ลายดอกพุดตาล จึงได้ยึดเอาดอกพุดตาลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของการดีไซน์ไม้แกะสลักบนเฟอร์นิเจอร์คอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’
นอกจากนี้ยังนำลวดลายของ ‘ช้าง’ สัตว์ที่ชาวล้านนายกย่องให้เป็นสัตว์ที่สง่างาม และมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวล้านนามาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการหาไม้ ลากซุง การใช้ชีวิตที่อยู่ท่ามกลางป่าร่วมกัน เสมือนมีช้างเคียงคู่เป็นเพื่อนช่วยเหลือกันและกันมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ‘เคียงตั๋ว’ จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อบอุ่นและจริงใจ เข้ากับความร่วมสมัยในยุคปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน


