
กิเลนปะทะฉลาม สงครามแข้งก่อนเปิดลีก
เมื่อศึกฟุตบอลรายการนี้เวียนมาบรรจบครบปีอีกครั้ง สิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ ก่อนที่จะมองไปยังการฟาดฟันของนักเตะทั้งสองทีมในสนามด้วยซ้ำคือ...ปีนี้จะมีตีกันอีกมั้ย?
เมื่อศึกฟุตบอลรายการนี้เวียนมาบรรจบครบปีอีกครั้ง สิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ ก่อนที่จะมองไปยังการฟาดฟันของนักเตะทั้งสองทีมในสนามด้วยซ้ำคือ...ปีนี้จะมีตีกันอีกมั้ย?
โดย...กิตติศักดิ์ โมฆรัตน์
มั่นใจว่าคอบอลไทยเกิน 95% ยังคงจดจำเหตุการณ์ในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. เมื่อปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี ซึ่งเผลอๆ อาจจะจำไปตลอดชีวิตเลยด้วยซ้ำ สำหรับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
ไม่ใช่เพราะประทับใจกับเกมการแข่งขัน
ไม่ใช่เพราะมีความสุขกับบรรยากาศในสนาม
ไม่ใช่เพราะดื่มด่ำกับชัยชนะของทีมโปรด
แต่เป็นเพราะเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท ระหว่างแฟนบอล เมืองทองฯ ยูไนเต็ด กับ การท่าเรือไทย เอฟซี โดยฝ่ายหลังตกเป็นจำเลยที่โดนสังคมประณามอยู่พักใหญ่ จากภาพที่ปรากฏออกมาว่าไปไล่ทำร้ายแฟนบอลฝ่ายตรงข้าม
และเมื่อศึกฟุตบอลรายการนี้เวียนมาบรรจบครบปีอีกครั้ง สิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ ก่อนที่จะมองไปยังการฟาดฟันของนักเตะทั้งสองทีมในสนามด้วยซ้ำคือ...
ปีนี้จะมีตีกันอีกมั้ย?
วัวหายแล้วต้องล้อมคอก
ปกติแล้วในเกมฟุตบอลนัดสำคัญเช่นนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันมักจะมีการเปิดแถลงข่าวถึงเรื่องการฟาดแข้งทั่วๆ ไป โดยจะเชิญโค้ชและนักเตะของทั้งสองฝ่ายมากล่าวถึงความมั่นใจหรือความพร้อมของทีมตัวเอง หรืออาจจะแถลงถึงการจัดการอื่นๆ ในสนาม
แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์อัปยศขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา คราวนี้ฝ่ายจัดการแข่งขันถึงกับมีการประชุมหารือเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมกับเปิดแถลงข่าวให้สื่อมวลชนและแฟนบอลได้รับทราบถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะกันเลยทีเดียว
ปีนี้ฝ่ายจัดวางแผนตรวจตราแฟนบอลอย่างเข้มงวด (ขอให้เข้มงวดจริงๆ ก็แล้วกัน) โดยขวดน้ำ พลุ ดอกไม้ไฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ห้ามนำเข้าสนามเด็ดขาด อีกทั้งมีการจัดตั้งกองรักษาการณ์ขึ้นภายในสนาม นำโดยรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 100 นาย
ส่วนบริเวณนอกสนาม จะมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ กระจายกำลังคอยดูแลความเรียบร้อยทั่วบริเวณ นอกจากนี้ยังมีชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และสุนัขตำรวจ รวมกำลัง|เจ้าหน้าที่ใน-นอกสนามทั้งหมดถึง 464 นาย และยังมีหน่วยสนับสนุนเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ด้วย เช่น รถดับเพลิง รถพยาบาล และรถไฟฟ้าส่องสว่าง
ขณะที่การแบ่งโซนแฟนบอลจะมีการแยกฝั่งอย่างชัดเจน โดยเหล่าอุลตราเมืองทองจะเข้าประตูด้านทิศเหนือ ส่วนสาวกฉลามชลเข้าประตูด้านทิศตะวันตก และจะมีการเว้นพื้นที่ว่างระหว่างแฟนบอล 2 ทีม ไม่ให้อยู่ประชิดกันเพื่อหลีกเลี่ยงการยั่วยุที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยบัตรเข้าชมยังสามารถหาซื้อได้ที่หน้าสนาม ราคา 100 และ 200 บาท
ทั้งนี้ มีโอกาสไม่น้อยครับที่แฟนบอลทั้งสองทีมจะแห่กันมาชมเกมจนตั๋วถูกขายหมดเกลี้ยง เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย แต่ถึงแม้แฟนบอลจะมาเยอะขนาดไหน ทั้งสองฝ่ายเชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงซ้ำรอยปีที่แล้วอย่างแน่นอน
“ผมมั่นใจว่าแฟนบอลชลบุรีจะไม่ก่อความวุ่นวายแน่ เพราะพวกเรามีประสบการณ์ในเกมใหญ่ๆ มาแล้วมากมาย ซึ่งไม่ว่าชลบุรีจะเป็นแชมป์หรือไม่ แฟนบอลของเราก็พร้อมยอมรับในผลการแข่งขัน” จีรศักดิ์ โจมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของทีมฉลามชล กล่าว
หรือแม้แต่คนนอกอย่าง “โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน กุนซือทีมชาติไทยชุดปรีโอลิมปิก เชื่อว่าบรรยากาศของเกมนัดนี้จะออกมาสวยงาม เพราะนักเตะและกองเชียร์ของทั้งสองทีมเคยทำให้เห็นมาแล้วในเกมนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของชลบุรี 2-1 เมื่อปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา
“ตอนฟุตบอลเอฟเอคัพเป็นภาพการแข่งขันที่ดีมาก ฝ่ายหนึ่งล้ม อีกฝ่ายมาจับมือดึงลุกขึ้น หรือชลบุรีเป็นตะคริว ผู้เล่นเมืองทองก็มากดขาให้ พอเมืองทองเป็นตะคริว ผู้เล่นชลบุรีก็มาช่วยกดขาบ้าง ส่วนกองเชียร์ทั้งสองทีมก็เชียร์กันดีมาก ไม่มีพฤติกรรมนอกลู่นอกทาง ซึ่งผมหวังว่าภาพนั้นจะเกิดขึ้นอีกในวันอาทิตย์นี้”
กิเลนโฉมใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม?
หลังจากอุ่นใจในเรื่องของความปลอดภัยแล้ว ก็กลับมาที่เกมการแข่งขันในสนาม เริ่มจากความพร้อมของ “แชมป์เก่า” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ซึ่งปีที่แล้วนำการท่าเรือไทย 2-0 ในช่วงท้ายเกม ก่อนจะตามมาด้วยเหตุการณ์วุ่นวายทำให้ทีมสิงห์เจ้าท่าแสดงสปิริตขอยอมแพ้และยกแชมป์ให้เมืองทองไปเลย
ปัญหาใหญ่ของทีมกิเลนผยองอยู่ที่ตำแหน่งด่านสุดท้าย เนื่องจาก กวิน ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บกระดูกมือแตก มาตั้งแต่ช่วงรับใช้ทีมชาติไทยในศึกเอเชียน เกมส์ ที่กว่างโจว ทำให้ วีระ เกิดพุดซา ที่เพิ่งดึงตัวมาจากแบงค็อก ยูไนเต็ด เตรียมลงยืนเฝ้าเสาแทน
นอกจากนี้ เมืองทองฯ มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นเข้า-ออกมากมายเลยทีเดียวในช่วงปิดฤดูกาล ตั้งแต่นักเตะยันโค้ชเลยทีเดียว โดยพวกเขายกเลิกสัญญากับ เรเน เดอ ซาเยียร์ แล้วหันไปดึงคาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญ กุนซือชาวแซมบา มากุมบังเหียนแทน
ทั้งนี้ ไม่มีใครปฏิเสธว่า ชื่อชั้นของขุมกำลังเมืองทองฯ นั้นเต็มไปด้วยนักเตะคุณภาพคับแก้วและมีดีกรีติดตัวแทบทุกคน แต่การปรับเปลี่ยนทีมเยอะขนาดนี้ รวมทั้งการเพิ่งได้โค้ชใหม่เข้ามาคุมทีม พวกเขาจะสามารถปรับจูนทีมกันได้ดีมากน้อยแค่ไหน
แต่อย่างน้อยเหล่ากิเลนยังอุ่นใจได้ เพราะแข้งหลักอยู่กันครบและพร้อมลงสนามถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น ธีรศิลป์ แดงดา, ดัสกร ทองเหลา, ดักโนเซียกา, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ รวมทั้งแข้งใหม่อย่าง อานนท์ สังสระน้อย, เชส เรห์มาน, คัพฟ้าบุญมาตุ่น ฯ
“ต้องยอมรับว่าชลบุรีเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งพวกเขาเอาชนะเราได้ในรอบชิงฟุตบอลเอฟเอ คัพ แต่สำหรับฟุตบอลถ้วย ก. ปีนี้ บอกได้เลยว่าชลบุรีต้องเจอทีมเมืองทองฯ ที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะความแข็งแกร่งและระบบทีมเวิร์ก ซึ่งเรามั่นใจว่าเราจะคว้าแชมป์ถ้วย ก. มาครองเป็นสมัยที่ 2 ได้” รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้จัดการทั่วไปของเมืองทองฯ กล่าว
ทีมเวิร์ก...ไม้ตายของฉลามชล
แตกต่างกับเมืองทองฯ อย่างสิ้นเชิงในแง่ของปริมาณการเสริมทีม เพราะชลบุรีมีสมาชิกใหม่บิ๊กเนมเพียงรายเดียวเท่านั้น คือ อนุชา กิจพงษ์ศรี วิงแบ็กซ้ายจากพัทยา ยูไนเต็ด เท่านั้น
แต่นี่อาจเป็นจุดแข็งที่ทีมฉลามชลอาจทำให้กิเลนผยองไม่ออก
“ผมมั่นใจว่าชลบุรีไม่เป็นรองใคร โดยเราจะใช้จุดเด่นคือ ทีมสปิริตที่ทุกคนอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่เด็กๆ สู้กับทีมอื่น โดยเกมถ้วย ก. กับเมืองทองฯ ผมคิดว่า ด้วยระบบทีมเวิร์กจะทำให้ชลบุรีคว้าแชมป์มาครองได้อีกครั้ง” “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ เฮดโค้ชทีมฉลามชล กล่าว
ชลบุรี ซึ่งครองแชมป์ถ้วย ก. มาแล้ว 2 สมัยคือในปี 2550 กับ 2551 สภาพทีมค่อนข้างพร้อม เริ่มจากแผงหลัง 4 คน รวมทั้งผู้รักษาประตูที่มีดีกรีทีมชาติไทยติดตัวทุกราย คือ สุรีย์ สุขะ, สุทธินันท์ พุกหอม, ชลทิตย์ จันทคาม, ณัฐพงษ์ สมณะ และสินทวีชัย หทัยรัตนกุล
ขณะที่แดนกลางมี “น้าเทิด” เทิดศักดิ์ ใจมั่น ยืนบัญชาเกมรุก ร่วมกับ ภูริทัต จาริกานนท์ มิดฟิลด์ตัวรับคอยทำลายเกมฝ่ายตรงข้าม บวกกับริมเส้นตัวจี๊ดอย่าง “เชอรี่” เอกพันธ์ อินทะเสน และจอมปั่นฟรีคิกประจำทีมคือ อาทิตย์ สุนทรพิธ ส่วนแดนหน้า พิภพ อ่อนโม้ มีอาการบาดเจ็บรบกวนเล็กน้อย แต่ยังน่าจะลงสนามได้
และ “เจ้าโม้” นี่แหละครับที่อาจจะเป็นตัวทีเด็ดของชลบุรี หลังจากเคยซัดประตูชัยในเกมนัดชิงเอฟเอคัพมาแล้ว ซึ่งเจ้าตัวหวังว่าจะสามารถซัดประตูย้ำแค้นให้เมืองทองฯ น้ำตาตกอีกครั้ง
“ผมอยากจะคว้าแชมป์ให้ได้ เพราะรายการนี้เหมือนการออกสตาร์ตฤดูกาล ซึ่งหากเราเริ่มต้นได้ดีก็เชื่อว่าชลบุรีจะก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ ซึ่งในส่วนของผมเองที่เป็นคนยิงประตูชัยให้ทีมชนะเมืองทองฯ ในเอฟเอคัพ ก็มั่นใจว่าจะพังประตูชัยให้ชลบุรีได้อีกครั้ง”







