
มาฆบูชาปี๒๕๕๔ ณ วัดเวฬุวันฯอินเดีย(ตอน ๒)
ปุจฉา :
ปุจฉา :
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา :
กราบเรียนพระอาจารย์ที่เคารพ
ดิฉันได้ติดตามอ่าน “ธรรมส่องโลก” มาเป็นระยะๆ จึงได้ทราบศาสนกิจของพระอาจารย์ในอินเดีย โดยเฉพาะ “งานมาฆบูชาโลก” อยากทราบว่าปีนี้ มีการจัดงานมาฆบูชาที่อินเดียอีกหรือไม่ ควรประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยได้ทราบจะได้ร่วมอนุโมทนา หรือหากจะร่วมทำบุญเพื่อจัดงานมาฆบูชาด้วย จะส่งปัจจัยไปที่ใคร หมายเลขบัญชีอะไร หรือหากจะมีญาติธรรมสนใจไปร่วมงานด้วย จะประสานงานได้ที่ใดค่ะ
สุดท้ายหวังว่าคงจะได้รับความรู้จากพระอาจารย์ตลอดไป โดยเฉพาะงานเผยแพร่ศาสนาในอินเดีย
ด้วยความเคารพยิ่ง
นิธินันท์/กรุงเทพฯ
จัดงานดังกล่าวขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๖๑๙ ก.พ. ๒๕๕๔ ณ ดินแดนแผ่นดินเกิดวันมาฆบูชา ได้แก่ วัดเวฬุวันมหาวิหาร อันเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ถึง ๕ พรรษา ได้แก่ พรรษาที่ ๒๓๔๑๗ และ ๒๐ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ต.ราชกีร์ (พระนครราชคฤห์ในอดีต) อ.นาลันทา ปัตนะ รัฐพิหาร (อินเดีย)
วิสัชนา:
ได้รับความกรุณาจากพระธรรมกิตติเมธี ปัจจุบันได้แก่ พระพรหมเมธี/ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานคณะสงฆ์ในศาสนพิธีดังกล่าว พรั่งพร้อมด้วยอุบาสกอุบาสิกา และพระสงฆ์นานาชาติ ที่เข้าร่วมพิธีตั้งแต่ยามเช้า ณ เขาคิชฌกูฏ จนถึง ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร ภาพงานและสาระธรรมในวันนั้น ยังคงประทับใจผู้ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมงานมาฆบูชามาจนถึงทุกวันนี้ ประชาชนชาวไทยจำนวนไม่น้อยที่ได้ชมภาพงานทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ รายการเที่ยวละไมไทยแลนด์ ของ ม.ล.สราลี กิติยากร ซึ่งนำคณะไปบันทึกเทปและถ่ายทำเชิงสารคดีในสถานที่สำคัญๆ ทางศาสนา มาเผยแพร่ให้ได้ชม
สำหรับในปีนี้ก็คงเช่นเดียวกัน และคงเป็นไปตามแผนงานเดิมของการจัดงานมาฆบูชาโลก ครั้งที่ ๒ ที่ได้ให้มีการจัดงานทั้ง ๒ แห่งอย่างต่อเนื่อง โดยจะจัดให้มีการเฉลิมฉลองเทศกาลมาฆบูชาขึ้น ณ ดิคชาภูมี รัฐมหาราษฏระ (อินเดีย) เพื่อชาวพุทธในอินเดียจำนวนมาก จะได้ร่วมงานมาฆบูชาดังกล่าว มีการรับศีล การถวายทาน ตลอดจนการฟังปาฐกถาธรรม เรื่องความสำคัญของวันมาฆบูชาในพระพุทธศาสนา จากพระสงฆ์ที่สำคัญๆ หลายๆ รูป ตลอดจนถึงคฤหัสถ์ ผู้ทรงความรู้ ปิดรายการโดยการร่วมประทักษิณ ณ ดิคชาภูมี
ด้วยคลื่นของฝูงชนจำนวนมาก ดังจะเห็นภาพแสงเทียน ดุจสายน้ำที่ไหลอย่างต่อเนื่อง สวยงามและประทับใจมาก ซึ่งจัดให้มีขึ้น ณ ดิคชาภูมี ในวันที่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๔ อาตมาได้บอกกล่าวไปยังศรัทธาสาธุชนหลายๆ ท่านว่า หากใครมีโอกาส มีกำลังความพร้อม ก็อยากจะให้ไปร่วม อยากจะให้ไปเห็นกระแสแห่งความศรัทธาที่คืนกลับมาอีกครั้งของมหาชนในชมพูทวีป ที่มีต่อพระพุทธศาสนาของเรา น่าชื่นใจ และน่ายินดียิ่งนัก โดยเฉพาะความประทับใจดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมพระสงฆ์ไทยรูปหนึ่งที่ชาวพุทธอินเดีย เรียกขานว่า กูรูจี (Ven.Guruji) เป็นผู้จุดประกายหรือเป็นผู้นำ และทำให้วันมาฆบูชากลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างยิ่งใหญ่ โดยชาวพุทธในอินเดียร่วมกันขับเคลื่อนอย่างไม่เคยมีมาก่อนในรอบร่วมเป็นพันปี (กล่าวตามหนังสือพิมพ์ในอินเดีย ที่ลงข่าวตีพิมพ์เผยแพร่ภาพงานดังกล่าว)
เมื่อจบงานเฉลิมฉลองที่ดิคชาภูมี นครนาคปุระ รัฐมหาราษฏระ ในวันที่ ๑๒ ก.พ. แล้ว ก็จะเข้าสู่วันมาฆบูชาที่ ๑๘ ก.พ. ๒๕๕๔ ทางคณะกรรมการจึงจัดงานดังกล่าวขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๖๑๙ ก.พ. ๒๕๕๔ ณ ดินแดนแผ่นดินเกิดวันมาฆบูชา ได้แก่ วัดเวฬุวัน มหาวิหาร อันเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ถึง ๕ พรรษา ได้แก่ พรรษาที่ ๒๓๔๑๗ และ ๒๐ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ต.ราชกีร์ (พระนครราชคฤห์ในอดีต) อ.นาลันทา ปัตนะ รัฐพิหาร (อินเดีย)
สำหรับงานมาฆบูชา ณ วัดเวฬุวันมหาวิหารในปีนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ ๒ ทางฝ่ายพระสงฆ์ไทยมีพระพรหมเมธี/กรรมการมหาเถรสมาคม รับเป็นประธานจัดงาน แต่ทราบว่าติดภารกิจที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๒ ก.พ. ๒๕๕๔ เกี่ยวกับวันเกิดและการจัดฉลองสมณศักดิ์ของคณะศิษย์ศรัทธา จึงไปร่วมงานไม่ได้ แต่ได้สนับสนุนการจัดงาน และรับเป็น ประธานคณะกรรมการจัดงานมาฆบูชา ตามคำเชิญของ มหาโพธิสมาคมในอินเดีย แต่อย่างไรก็ตามพระพรหมเมธีก็ได้มอบหมายให้มีพระสงฆ์ไปร่วมดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการจัดงานดังกล่าวให้ยิ่งใหญ่ ในแผ่นดินเกิดพระพุทธศาสนาอีกครั้ง
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







