
หลวงพ่อโตชอบทหาร
อานุภาพของหลวงพ่อโต พระประธานในวิหาร วัดมหาพุทธาราม จ.ศรีสะเกษ ทำความปรารถนาของหลายๆ คนถึงฟากฝั่งแห่งความสำเร็จมามากต่อมาก.....
อานุภาพของหลวงพ่อโต พระประธานในวิหาร วัดมหาพุทธาราม จ.ศรีสะเกษ ทำความปรารถนาของหลายๆ คนถึงฟากฝั่งแห่งความสำเร็จมามากต่อมาก.....
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
อานุภาพของหลวงพ่อโต พระประธานในวิหาร วัดมหาพุทธาราม จ.ศรีสะเกษ ทำความปรารถนาของหลายๆ คนถึงฟากฝั่งแห่งความสำเร็จมามากต่อมาก
แต่ก็คงไม่ได้เกิดกับทุกคนเสมอไป!!
อย่างสองพ่อลูกชาวศรีสะเกษคู่หนึ่ง แทนที่จะสมหวังเหมือนกับหลายคนที่มาขอพรจากหลวงพ่อผู้ที่เขาเชื่อมั่นที่สุดในความศักดิ์สิทธิ์มานานตั้งแต่รุ่นคุณปู่ แต่ว่าที่สุดแล้วก็ต้องพบกับความผิดหวังอย่างแรง จะเป็นอย่างไรนั้นลองฟังดูและโปรดอย่าลืมใช้วิจารณญาณ
เรื่องมีอยู่ว่า ต้นปี 2548 เวลาบ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง ณ ลานวัดมหาพุทธาราม ได้มีชายวัยกลางคนหนึ่งได้พาลูกชายวัยหนุ่มมาเพื่อที่จะบ่นบานต่อหน้าองค์หลวงพ่อโตโดยมีจุดประสงค์
ไม่ต้องการให้ลูกเป็นทหาร!!!
ก่อนเข้าไปกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อโตในวิหาร ชายคนนั้นได้พาลูกชายไปพบกับท่านเจ้าอาวาส พร้อมกับแจ้งจุดประสงค์ของการมาในวันนี้ให้ทราบเผื่อจะได้รับคำแนะนำ
ท่านเจ้าอาวาสฟังแล้วจึงได้กล่าวต่อสองพ่อลูกโดยเฉพาะผู้เป็นพ่อว่า โยมคงจะไม่รู้สิว่าหลวงพ่อโตท่านชอบทหารมากนะ อยากให้คนเป็นทหารรับใช้ชาติป้องกันประเทศ
“อาตมาได้ยินมาว่าใครที่มาขอพรหลวงพ่อเกี่ยวกับเรื่องนี้มักจะไม่สมหวังนะ ผลที่ได้รับมักจะตรงกันข้ามเสมอ” ท่านเจ้าอาวาสเล่าถึงเรื่องเล่าที่ได้ยินมาให้สองพ่อลูกฟัง
และยังกล่าวกับสองพ่อลูกอีกว่า โยมคิดแล้วหรือ การเป็นทหารนั้นถือเป็นหน้าที่ของลูกผู้ชาย อย่างที่เขาว่าชายชาติทหาร การที่ลูกชายของโยม ถ้าได้เป็นทหารจริงๆ นับเป็นโอกาสดีที่จะได้รับใช้ชาติตอบแทนคุณแผ่นดิน และเป็นโอกาสที่เขาจะได้รับการฝึกฝนอบรมให้มีความเข้มแข็ง
“ให้รู้จักความอดทนอดกลั้น ให้มีระเบียบวินัย หากเขาได้รับการอบรมดีแล้ว ย่อมได้กลับบ้านอย่างชายชาติทหาร แต่ถ้าลูกชายของโยมไม่ถูกทหาร อยู่บ้าน มั่นใจได้แค่ไหนว่าเขาจะทำตัวเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวโดยที่โยมไม่ต้องผิดหวัง คิดดีๆ นะโยม อาตมาขอย้ำ|กับโยมอีกครั้งว่าหลวงพ่อโตท่านชอบทหาร” ท่านเจ้าอาวาสฝากให้คิด
ท่านเจ้าอาวาสกล่าวต่อว่า โยมมาขอพรแบบนี้กับหลวงพ่อ ดีไม่ดีลูกโยมเองอาจจะ|ได้เป็นทหารเร็วขึ้นก็ได้ โยมฟังแล้วจะเห็นตามหรือไม่ก็สุดแต่โยม แต่เห็นมาหลายรายแล้ว
ชายผู้เป็นพ่อจึงกล่าวขึ้นว่า ยังไงที่มาวันนี้ก็ต้องขอพรหลวงพ่อโตให้ได้ อีกอย่างหนึ่ง ได้ยินได้ฟังอย่างนี้ก็อยากจะพิสูจน์ว่าหลวงพ่อโตชอบทหารจริงหรือไม่
เนื่องจากตนมีลูกชายคนเดียวและถ้าสมมติลูกได้เป็นทหารจริงๆ เกรงว่าจะได้รับความลำบากและอีกประการหนึ่งถ้าลูกอยู่ด้วยก็จะเบาแรง จึงมาเพื่อจะขอพรหลวงพ่อโตช่วยไม่ให้ลูกเป็นทหาร
เจ้าอาวาสได้ยินอย่างนั้นได้แต่นิ่ง พร้อมกล่าวกับสองพ่อลูกว่า สุดแต่โยมเถิด
จากนั้นทั้งสองก็เข้าไปในวิหาร กราบไหว้ถวายสักการะด้วยดอกไม้ ธูป เทียน และของอีกจำนวนหนึ่งที่นำมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ส่วนจะบนบานด้วยถ้อยคำอะไรไม่อาจทราบได้ แต่พอสมควรแก่เวลาแล้วจึงได้เดินทางกลับบ้าน
กาลเวลาผ่านไป วันที่ 4 เม.ย. ปีเดียวกัน จู่ๆ ชายคนนั้นพร้อมด้วยลูกชายได้มาที่วัดอีก และได้ไปพบกับท่านเจ้าอาวาสด้วยสีหน้าไม่แจ่มใสและมีวิตกกังวลให้เห็น
“เป็นยังไงมายังไงละโยม หายไปนานเลยนะ วันนี้มีธุระอะไรจะคุยกันหรือเปล่า” ท่านเจ้าอาวาสเริ่มปฏิสันถารสองพ่อลูกด้วยการถามถึงการมาพบในวันนี้
ผู้เป็นพ่อจึงเรียนท่านเจ้าอาวาสว่า วันนี้ผมตั้งใจมาขอโทษหลวงพ่อโตโดยเฉพาะครับ ที่ก่อนนี้ได้ละเมิดล่วงเกินท่านอยากพิสูจน์ว่าท่านจะศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่
“ท่านคงจำได้เกี่ยวกับเรื่องที่ผมกับลูกชายมาขอพรและบนบานกับหลวงพ่อโตให้ท่านช่วยไม่ให้ลูกเป็นทหารเมื่อต้นปี บัดนี้สิ่งที่ผมขอและบนไว้ไม่เป็นผล เพราะเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมานี้ ลูกชายผมได้เกณฑ์ทหารจับได้ใบแดงผลัดหนึ่งด้วย ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องมาในวันนี้ เพราะผมเชื่อท่านและเชื่อแล้วว่าหลวงพ่อโตชอบทหาร วันนี้ผมจึงมากราบขอโทษหลวงพ่อ” ผู้เป็นพ่อกล่าว
ฟังเรื่องนี้แล้วจะคิดอย่างไรก็สุดแต่วิจารณปัญญาของแต่ละคนที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้นะครับ ถ้าถามสองพ่อลูกคำตอบยืนยันคงไม่พ้นเพราะอานุภาพของหลวงพ่อโตแน่นอน







