posttoday
ทนไม่ไหวแล้ว

ทนไม่ไหวแล้ว

09 มกราคม 2554

....อ.ตุ้ย วรธรรม

....อ.ตุ้ย วรธรรม

มีผู้หญิงรู้จักกันคนหนึ่งเพราะเคยสงเคราะห์อนุเคราะห์กันมา ได้ร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับพระคุณเจ้าไม่ทราบว่าอยู่วัดไหนบิณฑบาตไร้ซึ่งความสำรวมและอาจาระที่ดี จนเธอและผู้คนในละแวกใกล้เคียงกันมีความรู้สึกขยาดหวาดกลัวและหมดศรัทธาต่อพระกลุ่มนี้ ซึ่งมีประมาณ 3 รูป ห่มจีวรแบบพระธุดงค์

เหตุเกิดที่ซอยปรีชา 2 ตลาดบางโพงพาง สาธุประดิษฐ์

เธอเล่าว่าตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ซอยนี้เกือบ 1 ปีแล้ว ก็ได้เห็นพระสงฆ์มาบิณฑบาตในซอยเกือบทุกวัน เท่าที่สังเกตมีประจำ 3 รูป และเป็น 3 รูป หน้าเดิมแต่สลับวันกันมา ซึ่งเธอเคยใส่บาตรพระกลุ่มนี้

แรกๆ พระเหล่านั้นดูน่าเลื่อมใสศรัทธาอยู่ เดินบิณฑบาตอย่างสำรวมและให้พรทุกครั้งที่ญาติโยมใส่บาตรเสร็จ แต่พักหลังผู้ทรงศีลทั้งสามเปลี่ยนไป ทั้งพฤติกรรมและคำพูด ซึ่งเธอบอกว่าเห็นและประสบด้วยตัวเองแล้วรู้สึกตกใจ ทำไมพระเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

สิ่งที่เธอรับไม่ได้อย่างแรงคือการที่พระเรียกเธอว่า “น้อง” ทั้งที่แต่ก่อนเคยเรียก “โยม” ขณะที่เธอกำลังซักผ้าอยู่

 

“ทำอะไรน้อง พระมารอแล้วนะ” เธออ้างคำเรียกของพระ

ทันทีที่ได้ยินคำเรียก “น้อง” จากปากของผู้ทรงศีลก็คิดถามตัวเองว่าผู้ครองผ้ากาสาวพัสตร์พูดจาอย่างนี้ได้หรือ ควรหรือ และถูกต้องแล้วหรือ ทำไมแต่ก่อนเรียก “โยม” วันนี้มาเรียกเธอว่า “น้อง” ก็คิดว่าพระผู้ทรงศีลนี้ชักจะยังไงและดูไม่น่าไว้วางใจ จึงตอบพระไปว่าวันนี้ตื่นสาย ไม่ได้เตรียมของใส่บาตร และตอนนี้กำลังซักผ้านิมนต์ไปข้างหน้าแล้วกัน และพระนั้นก็ไปโดยดี

เธอเล่าว่าการที่พระมายืนที่หน้าบ้านแล้วร้องบอกโยมว่า “พระมาแล้ว” ยิ่งงงและสงสัยเพราะไม่เคยแจ้งความประสงค์กับพระไว้เลยว่าถ้าบิณฑบาตมาถึงหน้าบ้านเมื่อไรให้บอก!

สำหรับเธอแม้จะชอบใส่บาตร แต่ก็ใช่จะใส่ทุกวัน เพราะบางวันมี บางวันไม่มี งานเย็บผ้าเงินก็ไม่ได้มาก ทั้งงานก็ทำแต่เช้า เวลาเลิกก็ดึก ทุกวันแทบไม่พอ

 

“เพราะฉะนั้น วันไหนตั้งใจไว้ก็จะใส่ ซึ่งถ้าของใส่บาตรไม่มีก็จะใส่เงินแทน” เธอเล่า

หญิงวัยสี่สิบเศษ เล่าต่อว่า แต่จากวันนั้นไม่กี่วัน ขณะที่กำลังเย็บผ้ากับเพื่อนๆ สามสี่คนอยู่ในบ้านพระเห็นมายืนคอยที่หน้าบ้านแล้วเรียกให้ไปใส่บาตรอีก

 

“น้องๆ พระมาแล้ว”

“วันนี้ไม่ได้เตรียมของใส่บาตรค่ะ” เธอร้องบอกพระรูปที่เรียก

 

“ไม่มีอาหารใส่เงินก็ได้” พระรูปนั้นแนะนำ

พอได้ยินคำนี้ อารมณ์เธอเริ่มขุ่นจึงตอบกลับด้วยอารมณ์เคืองนิดๆ ว่า นิมนต์ไปข้างหน้าเลย หลวงพี่ วันนี้อิฉันไม่ใส่บาตร!

หลังจากวันนั้นเธอคิดว่ายังไงพระก็คงไม่มายืนรอที่หน้าบ้านอีก แต่การไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะตื่นเช้ามาวันหนึ่งก็เห็นพระยืนที่หน้าบ้านแล้วเรียกบอกคนในบ้านไปใส่บาตร

เธอบอกว่า ไม่เฉพาะที่หน้าบ้านที่เธออยู่เท่านั้น แต่ชาวบ้านแถวซอยปรีชา 2 และ 3 ก็ถูกพระเหล่านี้รบกวน ระอากันจนไม่รู้จะระอายังไงแล้ว

บางคนทนรำคาญไม่ไหวถึงกับเขียนป้ายกระดาษเล็กๆ ติดหน้าบ้านว่า “บ้านนี้งดใส่บาตร” บางคนก็เขียน “นิมนต์ไปข้างหน้าเลย”

 

ถ้าพฤติกรรมพระเป็นแบบที่เล่ามาจริงก็ต้องบอกว่าน่าเห็นใจแทนชาวบ้านที่ถูกพระกลุ่มนี้รบกวน ตอนนี้ไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นยังไง เพราะเธอเล่าให้ฟังเมื่อกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมานี้

ขอเรียนตามตรงในทุกสังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี สังคมพระก็เหมือนกัน ก็มีทั้งพระดีและไม่ดี เพราะฉะนั้นจงเลือกที่ดี ส่วนที่ไม่ดีก็ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตารักษาศาสนาเอาไว้ อย่าปล่อยให้คนไม่ดีออกมาอาละวาดสร้างความเดือดร้อน

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน