posttoday
อนาคตที่กำลังจมหาย

อนาคตที่กำลังจมหาย

12 ธันวาคม 2553

เบื้องหน้าไกลออกไปไม่กี่หลา คือลำน้ำสาละวินที่ไหลทอดยาวจากต้นธารบนเทือกเขาชิงไห่ เหนือที่ราบสูงเสียดยอดฟ้าของทิเบต...

เบื้องหน้าไกลออกไปไม่กี่หลา คือลำน้ำสาละวินที่ไหลทอดยาวจากต้นธารบนเทือกเขาชิงไห่ เหนือที่ราบสูงเสียดยอดฟ้าของทิเบต...

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

เบื้องหน้าไกลออกไปไม่กี่หลา คือลำน้ำสาละวินที่ไหลทอดยาวจากต้นธารบนเทือกเขาชิงไห่ เหนือที่ราบสูงเสียดยอดฟ้าของทิเบต เพื่อกลืนตัวเองกับกระแสคลื่นสมุทรที่ปากน้ำต่ำกว่าระดับน้ำทะเลไม่ไกลจากเมืองมะละแหม่ง

ทิเบตกับเมาะละแหม่งหรือ?

นักแรมทางหนุ่มไพล่นึกถึงชีวิตของหญิงสาวสองคนที่เกี่ยวพันกับสายน้ำแห่งนี้ เจ้าหญิงเหวินเฉิงแห่งราชวงศ์ถัง ผู้เดินทางข้ามเทือกเขาชิงไห่อันทุรกันดารเพื่อเสกสมรสกับซองซันคัมโป ราชันแห่งทิเบต รักของทั้งคู่นั้นไม่เพียงสุขสมหวัง แต่ยังกลายเป็นตำนานรักข้ามพรมแดนอันลือลั่นนานนับพันปี

อีกหนึ่งนั้น คือหญิงสาวจากอดีตไม่ไกลกว่าศตวรรษ ชื่อของ มะเมี้ยะ หญิงสาวในโศกนาฏกรรมระหว่างสาวชาวพม่ากับเจ้าน้อยสุขเกษมแห่งเชียงใหม่ รักพลัดพรากของทั้งคู่แทบกลายเป็นสิ่งคุ้นเคยอย่างเดียวของคนไทยกับเมืองมะละแหม่ง

โศกนาฏกรรมและสุขนาฏกรรมนับไม่ถ้วนเรื่องเกิดขึ้นระหว่างสายน้ำแห่งนี้ “แม่น้ำคง” ในคำเรียกขานของชาวพื้นถิ่นและ “แม่น้ำสาละวิน” ของเราทุกคน

บัดนี้ฝั่งด้านซ้ายของเราคือรัฐกะยา ดินแดนภายใต้คำสาปความขัดแย้ง ที่บางพลบค่ำยังอาจได้ยินก้องคำรามราวสีหนาทของเสียงปืน สลับกับเสียงสุโนกในซ่อนพงไพร

คำ “สีหนาท” ในการเดินทางหลายกาลเวลากร่อนเหลือเพียง “สินาด” - ปืนในพากย์คำเมืองเก่าแก่ และยังอาจติดปากพรานเฒ่าแห่งแม่สะเรียงบางคนที่ยังมีลมหายใจ

อนาคตที่กำลังจมหาย

ฝั่งด้านขวาคือแผ่นดินแม่ฮ่องสอนที่ปูไว้ด้วยถนนสายเล็กซ่อนในป่าโปร่งรำไร เส้นทางวางวายนี้เชื่อมต่อระหว่างแม่สามแลบกับสบเมยที่เบื้องใต้และท่าตาฝั่งเบื้องทิศเหนือ มันวางวายดายเดียวกระทั่งนักเดินทางบางคนหลอกหลอนตัวเองด้วยความหวาดกลัวผีสางและนางไม้
ความตายตามรายทางไม่ใช่เรื่องผิดปกติในดินแดนที่ยังห่มคลุมด้วยความขัดแย้ง (ผู้อพยพที่ถูกระดมยิงจากอีกฝั่ง นอนตายเกลื่อนถนน) และซ่อนพิษร้ายของเชื้อมาลาเรียอำมหิตเงียบ (โรงพยาบาลอยู่ไกลเกินทนพิษไข้สั่นเทาถึงกระดูกดำ)

แต่เราทั้งสี่กำลังมุ่งหน้าบนเรือเหมาลำทวนกระแสน้ำสู่ท่าตาฝั่งด้วยความเพลิดเพลินใจ

ท่าตาฝั่งเป็นสถานที่เช่นไร เราทั้งสี่คนไม่เคยจินตนาการออก ด้วยความสู่รู้ของนักแรมทางหนุ่ม เขาพบข้อมูลที่น่าสนใจของเมืองท่าแห่งแรกของสาละวินฝั่งไทย หมู่บ้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เคยเป็นจุดผ่านของขบวนการค้าที่อาจสาวไปไกลถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ ถ้วยชามจากจีนบางชิ้นบ่งชี้ถึงความเก่าแก่ถึงสมัยราชวงศ์หมิง และประวัติศาสตร์บางตอนของวงการตำรวจไทยเคยบันทึกไว้ว่าโรงพักเก่าอายุคราวทวด ที่สุดเขตพรมแดนตะวันตกเคยตั้งอยู่ที่นี่

ท่าตาฝั่งสำหรับนกขมิ้น 4 ตัวในวินาทีแรกพบนั้น ห่มตัวในหุบเขาที่ผ่ากลางด้วยสายน้ำ ทิ้งแนวทรายละเอียดกว่าผงมุขระยิบระยับ วาดผ่านคุ้งน้ำเหนือใต้สลับโตรกไศลสลักเสลาด้วยกระแสธาร หมู่บ้านวางตัวเองบนไหล่เขาชะเง้อมองยอดข้าวเล่นลมบนนาขั้นบันไดเบื้องล่าง งดงามกว่าคำบรรยายไม่กี่บรรทัด

ในความงดงามนั้น ยังมีด้านที่มัวมนซุ่มแฝง

การฆ่าฟันเพื่อช่วงชิงแผ่นดินยังคงดำเนินเป็นปกติ เทือกเขาสลับพื้นราบแคบๆ และที่มั่นของกองกำลัง KNU สลับกับฐานกำลังของทัพพม่า
“แนวรบด้านตะวันตก สถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง”

นักเขียนหนุ่มโพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบหลายวินาที ประโยคนั้นขอยืมจากชื่อนิยายสะท้อนความโหดร้ายของสงครามโลกครั้งที่ 1 จากปลายปากกาของ Erich Maria Remarque

ในความเป็นจริงพรมแดนตะวันตกกำลังเปลี่ยนไป เหมือนกับสงครามที่ผันแปรรูปลักษณ์ไม่สิ้นสุด แต่ความเปลี่ยนแปลงที่สาละวินช่างเงียบกริบ ค่อยคืบคลานเข้ามากลืนกินทั้งแผ่นดิน ชีวิต และวิญญาณของสองฝั่งลำน้ำ

เขื่อน คือชะตากรรมเลวร้ายขั้นอุกฤษฏ์ของลูกสาละวิน

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน (สว.1) ชี้นิ้วไล่ไปตามราวสันเขาสูงกว่าคอแหงนมอง มันคือระดับน้ำหลากท่วมภายหลังเขื่อนเสร็จสิ้น สิ่งที่จะจมหายใต้กระแสน้ำเอ่อท้น มิใช่เพียงเกาะแก่งนับร้อยพันอันเป็นที่ฟูมฟักถิ่นน้ำ มิใช่เพียงพื้นที่ป่าเกินคำนวณมูลค่า และมิใช่เพียงหมู่บ้านไม่กี่หลังคาเรือน

คืนนั้นความมืดเร่งรีบเข้าห่อหุ้มวารวันรวดเร็วกว่าความคุ้นเคยของมนุษย์หลงแสงนีออน เราจุดอารมณ์ให้รำไรด้วยบทสนทนาในอารมณ์คุกรุ่นและน้ำกลั่นสีทองรสร้อนแรง สายตาของบางเราพยายามแทงฝ่าความมืด คงพยายามเก็บภาพของภูผาให้ประทับลงความทรงจำให้มากที่สุด ก่อนความยิ่งยงจะลับหายใต้กระแสธาร

เขื่อนงั้นหรือ?

พรานป่า พรานเบ็ด และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ผู้ร่วมเชื้อสายของพี่น้องร่วมเผ่าอีกฟากฝั่งน้ำ เล่าลือ อย่างเจ็บปวดถึงความพยายามอย่างแนบเนียนของรัฐบาลทหารพม่าในอันที่จะกำจัดชนกลุ่มน้อยที่เป็นเสี้ยนหนามตามตะเข็บชายแดน การกักน้ำให้ล้นท่วมแผ่นดิน หมายบีบคั้นให้ชาวพื้นถิ่นถอยร่นออกห่างจุดยุทธศาสตร์ เพื่อกวาดล้างอย่างง่ายดาย

แน่นอนการกระทำนี้ย่อมได้รับความเห็นชอบของนายทุนประเทศเพื่อนบ้าน ผู้มองเห็นตัวเลขผลประกอบการสูงค่ากว่าชาติพันธุ์

“ใช้น้ำล้างแผ่นดินเกิดและตาย ถมชีวิตให้จมลงสู่ใต้ผืนน้ำตลอดกาล มันคือการชำระล้างเผ่าพันธุ์ทางอ้อมมิใช่หรือนี่!”

นักเขียนหนุ่มคำรามในหัวใจที่กำลังครุ่นคิดไม่ตกกับความหมายของคำว่า Ethnocide การชำระล้างเชื้อชาติ และแผ่นดินด้วยน้ำมือมนุษย์
เขื่อนคงเป็นอาวุธที่แนบเนียนที่สุด!

อาจเป็นความคิดกล่าวหาที่เกินกว่าเหตุ แต่เราอดจินตนาการผลพวงของการผลักดันชนชาติหนึ่งๆ ให้สูญสิ้นแผ่นดินเกิดมิได้ เพราะมันคือภาพสะท้อนของเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับชาวยิวมาแล้ว

ผู้คนซึ่งพลัดแผ่นดินมักตกเป็นเหยื่อของการกวาดล้างอย่างง่ายดาย และชาวกะเหรี่ยงนานาเผ่าอาจเผชิญชะตากรรมเยี่ยงนั้นในอีกไม่นาน
โศกนาฏกรรมกำลังโหมโรงฉากแรกในอีกไม่นานเกินรอ ในระหว่างที่เผด็จการบางคนในกรุงเนย์ปิดอว์กำลังนับกระสุนปืนในคลังแสง และระหว่างที่นายทุนในบางกอกคำนวณผลกำไรสุทธิอย่างเลือดเย็น

แต่เราบางคนที่ริมฝั่งสาละวินกำลังรอคอยวันนับร่างไร้วิญญาณ

นักแรมทางแทบคลั่งในความยินดีอย่างยิ่งที่ไฟฟ้าดับลง พร้อมกับเปลวเทียนที่วาบแสงขึ้น ห้วงอารมณ์รุนแรงบีบเค้นให้เขาผละตัวจากความเกี่ยวข้องทั้งมวลกับการสร้างเขื่อน รวมถึงไฟฟ้า แม้ว่ากระแสไฟที่นี่จะปั่นด้วยเครื่องยนต์ดีเซลมิใช่พลังน้ำก็ตาม

คืนนั้นการสนทนายังดำเนินต่อไปอย่างเนิบนาบ จากเรื่องราวของเขื่อนสู่สังคมของชาวไพร ชาวเมืองกับความเฉยเมย ประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อน อนาคตที่ไร้ความแน่นอน และมิตรภาพท่ามกลางถ้อยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสลับกับความเงียบกริบของราวป่า ฉับพลันลำน้ำสาละวินเกิดเสียงลั่นราวสำลักกระแสไหลบ่าเรื่อยจากฝั่งพม่าขยับเข้าใกล้ฝั่งของเรา คณะนักนิยมไพรมองหน้าเลิกลั่ก ก่อนที่หยาดน้ำฟ้าเม็ดใหญ่จะเฉลยความจริงกับเรา ว่าคือฝนหลงฤดู

“ฟ้าวิปริต” เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ (อช.) เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากังวล และเราเห็นด้วยอย่างยิ่งเราดั้นด้นค้นหาความหนาวเหน็บท่ามหุบผา แต่กลับพบไอร้อนจนต้องเปลื้องเสื้อผ้า แต่แล้วกลับถูกปั่นหัวโดยธรรมชาติด้วยฤดูฝนกลางเดือน 12

ใช่ ชาวท่าตาฝั่งอาจไม่คุ้นเคยกับภาวะโลกร้อนที่กรอกหูชาวเมืองทุกวี่วัน แต่พวกเขาต้องทนรับกับความวิปริตของฟ้าดินเฉกเช่นเดียวกัน ทั้งที่น้ำมือของพวกเขาอาจมิได้ลงมือย่ำยีได้เท่าเราทั้งหลายในมหานคร และอนุนคร

ไม่นานเกินยามสองฝนเริ่มซาเม็ด พร้อมกับเสียงลั่นปังก้องมาจากอีกฝั่งประเทศ นักแรมทางทั้งสามมองแก้วที่ว่างเปล่า แล้วคิดเสียดายกับเสบียงสีอำพันที่น้อยเกินไป แต่นักเขียนหนุ่มกระหายลมหายใจหอบอวลควันขาวของยาสูบบางชนิด

“กลางป่าไม่มีขายหรอก ไอ้ของอย่างว่า” แต่กับนักแรมทางกับการสนทนาถูกคอ เขาพร้อมที่จะบริการด้วยความเต็มใจในฐานะเจ้าบ้าน “ถ้าคุณอยาก เดี๋ยว ‘สุย’ มาให้”

“สุย” คำนั้น เพื่อนพรานเบ็ดเชื้อสายกะเหรี่ยงเฉลยความหมายของมันที่คลับคล้ายกับการฉกชิงด้วยกระบวนการบางอย่างที่คล้ายจะถูกต้องแต่ก็ไม่ต้องกับคลองธรรมเสียทีเดียว

เราไม่ปรารถนาให้ชีวิตตกอยู่ในความกำกวมของความหมายและกฎหมาย คำปฏิเสธนุ่มนวลตามด้วยรอยยิ้มคือมารยาทสากล พร้อมยืนยันว่าในบรรดาศัพท์กะเหรี่ยงทุกคำที่ได้ยินในคืนนี้ การเข้าใจความหมายซ่อนเร้นของ “สุย” เป็นความสำราญของเราที่สุด

แต่ในบางขณะมันทำให้เราหดหู่ เขื่อนขวางลำสาละวินเกิดจาก “สุย” การฉกฉวยด้วยอำนาจที่เหนือกว่า บนความสูญเสียของคนชายขอบเช่นกัน

จากคืนนั้นผ่านถึงยามเช้าหมอกโลมไล้ใบหน้า นักแรมทางพยายามนึกฝันถึงการ “สุย” ข้อตกลงสร้างเขื่อนมาขยำเล่นแล้วโยนทิ้งแม่น้ำ แต่มันเป็นเพียงจินตนาการที่หลุดโลกเกินไป ในห้วงกาลที่แนวเขื่อนเริ่มตั้งบ่า ราวยักษ์น้อยรอเติบใหญ่ เพื่อกวาดผลักกระแสน้ำให้ไหลท่วมทะลักภาพปัจจุบัน

อนาคตร้อนรนจะละลายสายหมอกยะเยือก วันนั้นตำนานจะกลายเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นอนนิ่งใต้ท้องน้ำ ชนเผ่าจากสรวงสวรรค์ จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสมรภูมินรกกลางป่า ขุนเขาสีมรกตจะไร้มงกุฎขาวละไมกว่าปุยฝ้าย สวมไว้เหนือยอดเสียดหาว

อีกไม่นาน น้ำจะท่วมฟ้า

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน