posttoday
How to พิชิตมะเร็งร้ายด้วยพลังของใจ

How to พิชิตมะเร็งร้ายด้วยพลังของใจ

25 สิงหาคม 2562

วิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้นหากมีคนใกล้ชิดป่วยเป็นโรคมะเร็ง พร้อมเทคนิคเพิ่มกำลังใจเมื่อเราเป็นผู้ป่วยเสียเอง

วิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้นหากมีคนใกล้ชิดป่วยเป็นโรคมะเร็ง พร้อมเทคนิคเพิ่มกำลังใจเมื่อเราเป็นผู้ป่วยเสียเอง

How to พิชิตมะเร็งร้ายด้วยพลังของใจ

เมื่อรู้ว่าป่วยด้วยโรคมะเร็ง ไม่ว่าใครก็มักมีความกังวลใจ หดหู่ หรืออาจเกิดภาวะซึมเศร้า ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นปัญหาสำคัญ อุบัติการณ์ของโรคมะเร็งในประเทศไทย ประมาณ 153.6 ต่อประชากรไทย 100,000 คน สำหรับผู้ชาย และประมาณ 123.8 คน ต่อประชากร 100,000 คน สำหรับผู้หญิง ช่วงอายุที่พบเป็นมะเร็งมากคือ เพศชาย 55-75 ปี เพศหญิง 45-65 ปี แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 30 ปี สำหรับเพศชาย และ 25 ปี สำหรับเพศหญิง แต่สำหรับหญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วแนวโน้มของการเป็นโรคมะเร็งอาจมีตั้งแต่อายุน้อยกว่า 25 ปี 

แต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่กว่า 1.3 แสนราย และมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตมากกว่า 6 หมื่นราย แนวโน้มที่ผู้ป่วยมะเร็งจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องถึงประมาณ 3.5% ต่อปี นับเป็นตัวเลขที่สูงมาก หากเรารู้ตัวว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความเสี่ยง หรือมีคนในครอบครัวที่ต้องเผชิญกับมะเร็ง ความวิตกกังวลคงไม่ช่วยให้เรารอดพ้นจากโรคร้ายนี้ แต่เราจะทำอย่างไรให้มีพลังแรงใจในการต่อสู้

How to พิชิตมะเร็งร้ายด้วยพลังของใจ

8 วิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้นหากมีคนใกล้ชิดป่วยเป็นมะเร็ง พร้อมเทคนิคเพิ่มกำลังใจเมื่อเราเป็นผู้ป่วยเอง 

1.ยอมรับแล้วก้าวต่อไป

ผู้ป่วย-มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ความทุกข์ท้อใจ กังวล เหนื่อยล้า มารุมเร้าเป็นธรรมดาในที่สุดคุณจำเป็นต้องยอมรับให้ได้ ยิ่งยอมรับเร็วเท่าไหร่ ก็จะจัดการปัญหาอย่างไรได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น

เพื่อนหรือญาติ-คุณจำเป็นต้องเข้มแข็ง ยอมรับ และเข้าใจสถานการณ์ก่อน จึงจะไปสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยยอมรับได้อย่างมีพลัง สารพัดคำปลอบโยนจากคนที่เข้าใจใกล้ชิด คือยาบรรเทาขนานแรกที่จะใช้ได้ในยามนี้

2.ลดความกังวล-เติมกำลังใจ

ผู้ป่วย-กล้าพูดคุยกับครอบครัว เพื่อนฝูง คนใกล้ชิด เพื่อระบายความกังวลใจ และหาทางออกร่วมกันหลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวแน่นอน

เพื่อนหรือญาติ-ให้ผู้ป่วยได้ระบายความทุกข์ หลีกเลี่ยงการพูดถึงความเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติด้านร่างกาย รูปลักษณ์ และเรื่องแง่ลบของโรคมะเร็ง แล้วเติมความสุข ให้กำลังใจ เพื่อผู้ป่วยจะก้าวผ่านความทุกข์ท้อ กังวลใจไปได้

3.เข้าถึงรายละเอียดในการจัดการ

ผู้ป่วย-ต้องมีส่วนร่วมคิด ร่วมหาทางรักษาจนตัวเองเข้าใจและพอใจ รวมถึงการปฏิบัติตนที่ถูกต้องระหว่างการรับการรักษา เพื่อลดความผิดพลาด หรือทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง

เพื่อนหรือญาติ-หลังพบความเสี่ยงและได้ข้อสรุป ญาติต้องร่วมคิด ตัดสินใจ ตลอดจนการปฏิบัติตัวและอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ลดโอกาสติดเชื้อต่างๆ ซึ่งเป็นอีกอุปสรรคสำคัญในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็ง

How to พิชิตมะเร็งร้ายด้วยพลังของใจ

4.ศึกษาเพิ่มเติมเสริมการรักษา

ผู้ป่วย-ควรรู้จักธรรมชาติของโรค เพื่อที่จะเข้าใจและตั้งรับถึงการเปลี่ยนแปลงในแต่ละอาการ ซึ่งจะช่วยลดความวิตกกังวลได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงพัฒนาสภาพจิตใจ คิดแต่สิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุข และมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

เพื่อนหรือญาติ-ศึกษาหาข้อมูลในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างดีต่อเนื่อง

5.ออกกำลังกายและมีกิจกรรมไม่ขาด

ผู้ป่วย-ออกกำลังกายไม่หักโหม ช่วยให้ร่างกายสดชื่น นอนหลับสนิท กระตุ้นการอยากอาหาร การไหลเวียนเลือด และลดโอกาส
ท้องผูก หากไม่ไหวขอให้พยายามเคลื่อนไหวร่างกายเสมอ ไม่นอนติดเตียงหรือนั่งติดเก้าอี้

เพื่อนหรือญาติ-กิจกรรมที่ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ทรุด คือ พาเขาออกกำลังกาย ขยับตัวสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเดินสั้นๆ ในสวน การหยิบจับสิ่งของด้วยตัวเอง การทำงานบ้านอย่างง่ายๆ นอกจากนั้นกิจกรรมนั่งเมาท์เป็นเพื่อนคุย งานศิลปะและดนตรีอย่างง่ายๆ ที่ทำร่วมกันได้ ไม่ลืมใส่ความสนุกจัดหนักลงไปด้วย เพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสได้มาก

6.ลาขาดจากสิ่งบั่นทอนสุขภาพ

ผู้ป่วย-งดหรือเลิกสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัดเพราะจะติดเชื้อได้ง่าย รวมถึงดูแลรักษาและควบคุมโรคอื่นๆ ควบคู่ร่วมไปกับการรักษาโรคมะเร็งไม่ให้โรคต่างๆ หรืออาการแทรกซ้อนขยายผลซ้ำเติมความป่วยไข้ที่มีอยู่

เพื่อนหรือญาติ-คอยผลักดันให้ผู้ป่วย ลด ละ เลิก ให้กำลังใจ และคอยควบคุมพฤติกรรมของผู้ป่วยอย่างถนอมน้ำใจ ให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจเพื่อประสิทธิผลที่ดีในการรักษา

7.ปรับพฤติกรรมการกิน เติมความสดชื่น

ผู้ป่วย-เมื่อกินอาหารได้น้อยให้พยายามกินในจำนวนมื้อที่บ่อยขึ้น และต้องงดอาหารหวานเพราะทำให้มะเร็งขยายตัวเร็ว และงดอาหารเค็มเพราะมีผลต่อการทำงานของไต หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารทอด ผัด หรือมีกลิ่นรุนแรงเพราะมักกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน และควรงดอาหารที่จะกระตุ้นเซลล์มะเร็ง เช่น น้ำตาล หรือเนื้อแดง

เพื่อนหรือญาติ-ปรับเปลี่ยนสถานที่กินอาหารของผู้ป่วย ลดความจำเจ เปลี่ยนไปนั่งกินข้าวริมระเบียง หรือส่วนอื่นๆ ของบ้านที่บรรยากาศดี อากาศถ่ายเท มีแสงแดด หรือต้นไม้ดอกไม้

8.ตั้งเป้าหมายตบรางวัลให้ชีวิต

ทั้งผู้ป่วยและคนใกล้ชิด ต้องมีหัวใจเดียวกันว่าการมีชีวิตอยู่ต่อนั้นมีความหมายมาก ทั้งต่อตัวเรา คนรอบข้าง ยังมีสิ่งที่เราชอบ กิจกรรมที่เราอยากทำ สถานที่ที่ยังไม่ได้ไป หรืออะไรที่เรารัก ตั้งธงเป็นกำลังใจเลยว่า เราจะตายไม่ได้ เราจะหายดี แล้วเราจะได้ทำ จะได้ลอง จะได้ไปคว้าเอารางวัลที่เรารอคอย

 

 

ภาพ freepik

ข่าวล่าสุด

พม. ปักหมุด Universal Design เป็นวาระแห่งชาติ! ผนึก อว.  ยกระดับนโยบายสู่การปฏิบัติ

พม. ปักหมุด Universal Design เป็นวาระแห่งชาติ! ผนึก อว. ยกระดับนโยบายสู่การปฏิบัติ