posttoday

ชิโกคุ ครั้งแรก (6)

24 กุมภาพันธ์ 2562

คำว่า ฮิโรเมะ มาจากชื่อของ คาโอะ ฮิโรเมะชิเกะอาคิ

คำว่า ฮิโรเมะ มาจากชื่อของ คาโอะ ฮิโรเมะชิเกะอาคิ หัวหน้ารับใช้คนสนิทของตระกูลโทสะ ผู้ปกครองแคว้นโคจิ ในสมัยรัฐบาลบาคุฟุ เนื่องจากพื้นที่บริเวณตลาดแห่งนี้เคยเป็นอาณาเขตบ้านเรือนของ คาโอะ ฮิโรเมะชิเกะอาคิ ถึงแม้บ้านเรือนของเขาจะหายไปตามกาลเวลา แต่บริเวณแห่งนี้ก็ยังถูกเรียกว่าฮิโรเมะเรื่อยมา จนต่อมาบริเวณนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกลายเป็นตลาดที่ถือว่าเป็นครัวแห่งโคจิ ซึ่งก็ยังได้ชื่อว่า ตลาดฮิโรเมะ ตามคำเรียกขานตั้งแต่สมัยอดีต

ไม่ต้องกลัวว่าจะหาตลาดไม่เจอ อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าตลาดอยู่ใกล้กับปราสาท และด้านหน้าทางเข้าตลาดจะมีป้ายรูปแมวกวักยิ้มเชิญชวนผู้คนให้เข้ามา มีตัวอักษรเขียนชื่อตลาดอย่างชัดเจน ภายในตลาดฮิโรเมะมีร้านค้ากว่า 60 ร้าน มีทั้งร้านขายปลา ร้านขายวัตถุดิบทำอาหารต่างๆ ร้านอาหาร ไม่ใช่แค่อาหารญี่ปุ่นเท่านั้น ยังมีร้านอาหารหลายเชื้อชาติอีกด้วย และยังมีร้านเสื้อผ้า ร้านของฝาก รวมทั้งบาร์สำหรับดื่มสังสรรค์ เรียกว่าตลาดฮิโรเมะเป็นทั้งครัวแห่งโคจิ และเป็นเหมือน Meeting Point ของคนที่นี่ ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากที่จะมาเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิต กิน และดื่ม อย่างคนท้องถิ่นจริงๆ

ชิโกคุ ครั้งแรก (6)

เรามีเวลาสำรวจเดินเล่นภายในนี้ไม่มากนัก เดินมาซอยแรกก็สะดุดตากับเมนูท้องถิ่นชื่อดัง Katsuo no Tataki หรือปลาคัตสึโอะย่างฟาง มีร้านที่เราสามาถเห็นเขาย่างปลาได้อย่างใกล้ชิด ปลาคัตสึโอะ เป็นปลาที่บ่งบอกถึงการมาของฤดูร้อน เมื่อก่อนถือเป็นปลาพิษ เนื่องจากสมัยก่อนมีช่วงหนึ่งที่ทานดิบแล้วทำให้คนจำนวนมากอาหารเป็นพิษ จึงมีกฎหมายห้ามทานปลาชนิดนี้ แต่ด้วยความที่ประชาชนก็ยังอยากกินปลาชนิดนี้อยู่ จึงเกิดการคิดค้นกรรมวิธีในการทำปลาขึ้น โดยนำปลาไปรมควันด้วยการย่างแค่บริเวณหนังปลา แต่เนื้อด้านในยังคงความสดอยู่ กลายเป็นเมนูใหม่ที่เป็นเมนูเฉพาะของโคจิเท่านั้น เป็นกรรมวิธีที่เริ่มต้นจากโคจิและแพร่หลายไปยังที่อื่น

นอกจากนี้ ปลาคัตสึโอะ ยังนำไปทำเป็น Katsuobushi ปลาคัตสึโอะที่ผ่านกรรมวิธีหลากหลายขั้นตอน ทั้งต้ม อบเตาเผา ตากแห้ง และบ่มเชื้อรา ลักษณะเหมือนท่อนไม้แข็งๆ ไม่น่าจะเป็นของกินได้ แต่คัตสึโอะบูชิมักจะนิยมนำมาขูดโรยหน้าพวกโอโคโนมิยากิ หรือทาโกะยากิ เป็นเจ้าปลาแห้งที่ดิ้นได้บนหน้าเมนูเหล่านี้นั่นเอง ภายในตลาดยังเด่นเรื่องบาร์ ร้านเครื่องดื่มต่างๆ มีโซนที่นั่งที่สามารถเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของคนท้องถิ่นได้ ถ้ามาเที่ยวโคจิก็อย่าลืมมานั่งชิลๆ สั่งเครื่องดื่มไป ทานอาหารท้องถิ่นไปเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตของที่นี่ไปด้วย เผลอๆเผื่อจะได้เพื่อนใหม่เป็นชาวญี่ปุ่นร่วมสังสรรค์ด้วยก็ได้

ชิโกคุ ครั้งแรก (6)

บริเวณข้างๆ ตลาดฮิโรเมะ ยังมีถนนช็อปปิ้ง Oshihadori มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อ ถ้าเดินไปจนสุดถนนก็จะเจอกับสถานีรถไฟโอชิฮะโดริ หลังจากเดินเล่นตลาดฮิโรเมะสำรวจอาหารท้องถิ่นเป็นที่เรียบร้อย พวกเราก็เดินกลับมายังที่จอดรถบริเวณปราสาทโคจิ เพื่อไปยังโรงแรม The Crown Palais New Hankyu Kochi ถึงห้องจะตกแต่งดูคลาสสิกไปหน่อย แต่โลเกชั่นต้องยกนิ้วให้ เพราะอยู่ใจกลางเมืองโคจิสามารถเดินไปยังปราสาทโคจิและตลาดฮิโรเมะเพียง 5 นาที

สมัยก่อนในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง จะมีการต้อนรับอย่างสมเกียรติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร หรือการแสดง จะมีเกอิชาคอยปรนนิบัติต้อนรับ ร่ายรำขับร้องแสดงดนตรีสร้างความบันเทิงรื่นเริงต่างๆ ครั้งนี้บอกเลยว่าโคจิต้อนรับอย่างดีเยี่ยม ร้านอาหารมื้อนี้ ไม่ใช่ร้านอาหารทั่วไป แต่เป็นร้านอาหารท้องถิ่นที่มีโชว์เกอิชา แถมยังขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยของอาหารท้องถิ่นโคจิอีกด้วย ภายในร้านมีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละห้องตกแต่งแตกต่างกัน เราขึ้นมาชั้น 2 ได้ห้องที่อยู่ตรงหน้าเวทีการแสดงพอดี นั่งได้สักพักอาหารก็เริ่มทยอยเสิร์ฟ แต่ละจานล้วนเป็นอาหารท้องถิ่นของโคจิ เช่น เมนูจานพิเศษ Sawachi Ryori มีทั้งเซตซาชิมิจานใหญ่สุดอลังการ ปลามาเป็นตัวๆ ซึ่งแต่ก่อนเมนูนี้จะรวมของกินหลากหลายอย่าง ทั้งซาชิมิ อาหารทอด อาหารตุ๋น อาหารดอง เสิร์ฟรวมกันเป็นจานใหญ่ๆ ถือเป็นเมนูเฉพาะของโคจิที่เสิร์ฟในโอกาสพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลหรือต้อนรับแขก นอกจากนี้ยังมี
นาเบะ เนื้อย่าง ปลาคัตสึโอะย่างฟาง บอกเลยว่าอาหารทยอยเสิร์ฟมาเรื่อยๆ จัดหนักจัดเต็มตัวแน่นกันไปเลย

ชิโกคุ ครั้งแรก (6)

และแล้วก็ถึงเวลาสำคัญที่จะได้ชมการร่ายรำจากเกอิชา ซึ่งถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านนี้ ท่วงท่าที่อ่อนช้อยเคล้าประสานกับบทเพลงจากชามิเซน กว่าจะได้มาเป็นเกอิชาผู้ซึ่งสืบทอดศิลปะด้านการบันเทิงต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านการฝึกฝนมาหลายปีกว่าจะออกงานได้ หลังจากจบการแสดงของเกอิชา ก็ถึงเวลาพวกเราขึ้นไปโลดเล่นเต้นบนฟลอร์กันบ้างแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังแจกจ่ายหน้ากากวิเศษที่ใครได้ไปแล้วจะต้องเต้น! พวกเราก็เกี่ยงกันใหญ่แต่ก็มีผู้สนใจไปโชว์สเต็ปบนเวทีเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าหน้ากากเป็นหน้าปลาฉลาม แต่ที่จริงแล้วมันคือหน้าตาของภูตผีที่คล้ายๆ กัปปะ การเต้นนี้เรียกว่า Shibaten Odori เป็นการร่ายรำพื้นบ้านของโคจิ มีการขับร้องง่ายๆ ท่าเต้นไม่ยาก ทุกคนสามารถร่วมเต้นได้

ได้ยินมาว่าชาวโคจิเป็นคนที่ชื่นชอบการดื่มเหล้าสังสรรค์มาก พวกกิจกรรมการร่ายรำ หรือเกมต่างๆ ก็เกิดขึ้นมาจากระหว่างการดื่มทั้งสิ้น และกิจกรรมต่อไปนี้ คือ การเล่นเกม พูดง่ายๆ ก็คือ เกมที่ใช้เล่นในวงเหล้านั่นเอง โดยมีอุปกรณ์เป็นถ้วยสำหรับดื่มสาเกจำนวนครบคน มีดอกเบญจมาศสีเหลือง 1 ดอก ใส่ไว้ในถ้วยคว่ำเหล่านั้น จากนั้นก็ร้องเพลง วนเปิดหงายถ้วยไปเรื่อยๆ จนครบวง ถ้าใครเปิดถ้วยมาเจอดอกเบญจมาศ ก็ต้องดื่มเหล้าตามจำนวนถ้วยที่เปิดหงาย ฉันก็ภาวนาให้มีคนเปิดเจอตั้งแต่ช่วงแรกๆ พอมาถึงตาเราถ้าเปิดเจอจำนวนถ้วยก็จะได้ไม่เยอะ ถือว่าเป็นเกมที่สนุกดีได้ลุ้นกันทุกคน

ชิโกคุ ครั้งแรก (6)

แต่ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นมาอีกระดับ เป็นเกมพิเศษตรงที่ถ้วยดื่มเหล้าไม่เหมือนที่ไหน เรียกว่า Beku Cup เป็นถ้วย 3 ชนิดที่มีหน้าตาและรูปร่างประหลาด มีทั้งหน้าผู้หญิงแก้มอิ่มเอิบ รูปตัวตลกหน้าตาขบขันมีรูอยู่ตรงก้นถ้วย และรูปหน้ายักษ์จมูกแหลม ซึ่งแต่ละถ้วยไม่สามารถตั้งวางหงายได้ เท่ากับว่าถ้ารินเหล้าไปแล้วจะต้องดื่มให้หมด! ให้เกลี้ยง! จนกว่าถ้วยจะสามารถวางคว่ำได้โดยไม่มีเหล้าหยดลงมา จะใช้ลูกข่างที่แต่ละด้านจะมีหน้าของถ้วยเหล่านี้ ส่วนปลายเป็นลูกศรชี้ เวลาเล่นก็จะหมุนลูกข่างนี้
ถ้าปลายชี้ไปโดนใคร ก็ต้องดื่มเหล้าในถ้วยตามที่หมุนได้ ถ้าใครสนใจสามารถซื้อถ้วยแบบนี้ได้ที่ชั้นแรกของร้าน

เกมสนุกสนานในระหว่างการดื่มสังสรรค์ของโคจิมีหลากหลายจริงๆ เพื่อนรวมทริปโดนไปหลายตา ดื่มจนหน้าแดงเลยทีเดียว นับว่าการต้อนรับแบบฉบับของโทสะหรือโคจิ เป็นการต้อนรับที่สนุกสนานครื้นเครง สร้างเสียงหัวเราะและความสุขได้ไม่ยาก ทุกคนสามารถเอ็นจอยมีส่วนรวมได้ บวกกับอาหารเลิศรสทำด้วยความพิถีพิถัน การแสดงอันอ่อนช้อยจากเกอิชา และการดูแลบริการต่างๆ เป็นสิ่งที่ทำให้แขกที่มาเยี่ยมเยียนโคจิเกิดความประทับใจและได้สัมผัสถึงการต้อนรับอย่างมิตรไมตรีของโคจิจริงๆ

ข่าวล่าสุด

"ธรรมนัส" ลั่น! กล้าธรรมมีศักดิ์ศรี ย้ำ! พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน