posttoday
ลดน้ำหนักด้วย ‘เวลาในการกิน’

ลดน้ำหนักด้วย ‘เวลาในการกิน’

13 พฤศจิกายน 2561

แค่เรียนรู้เวลาในการกิน คุณก็อาจผอมได้ ปรับเปลี่ยนเวลากินอาหารมื้อเช้าช้ากว่าเดิม 1 ชั่วโมงครึ่ง

เรื่อง บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

แค่เรียนรู้เวลาในการกิน คุณก็อาจผอมได้ ปรับเปลี่ยนเวลากินอาหารมื้อเช้าช้ากว่าเดิม 1 ชั่วโมงครึ่ง และกินมื้อเย็นให้เร็วกว่าเดิม 1 ชั่วโมงครึ่ง พิสูจน์แล้วว่าเพิ่มการเผาผลาญและลดไขมันส่วนเกินได้มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่กินเวลาเดิม ไม่เกิน 10 สัปดาห์เห็นผล!

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Intermittent Fasting (IF) มันคือหนึ่งในวิธีจัดการกับความอ้วนอย่างได้ผล ได้แก่ การจัดเวลาในการรับประทานอาหาร โดยแบ่งให้มีช่วงเวลาอด และเวลากินเป็นช่วงๆ ไป ไอเอฟกำลังเป็นเทรนด์ในต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าช่วยให้ร่างกาย
เผาผลาญไขมันส่วนเกินที่ร่างกายสะสมไว้

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และโภชนาการ เจอร์นัล ออฟ นิวตริชันแนล ไซนซ์ (29 ส.ค. 2018) โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซอรเรย์ ประเทศอังกฤษ พวกเขาศึกษาเรื่องการปรับเวลาในการกินอาหารของคนปกติ (ไม่มีภาวะโรค)

สิ่งที่พวกเขาพบคือ การขยับเวลากินอาหารเช้าให้ช้าลงไปกว่าปกติเป็นเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง และปรับเวลากินอาหารมื้อเย็น หรือมื้อสุดท้ายของวันให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมงครึ่งเช่นกันนั้น มีผลทำให้กลุ่มตัวอย่าง ลดไขมันส่วนเกินไปได้คิดเป็นอัตรากว่า 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมให้กินอาหารตรงเวลาปกติของตัวเอง

ผลต่างของอัตราลดลงของไขมันในสองกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว วัดเปรียบเทียบกันหลังจบการวิจัย ซึ่งใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 10 สัปดาห์ เทียบกับก่อนเริ่มงานวิจัยของแต่ละกลุ่ม ทั้งนี้ยังพบด้วยว่าการจัดเวลาใหม่ มีผลให้กลุ่มตัวอย่างรับปริมาณพลังงานจากอาหารเช้าเข้าสู่ร่างกายน้อยลงกว่าปกติ 25% ด้วย

โจนาธาน จอห์นสตัน หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวว่า การวิจัยเกี่ยวกับการจัดเวลาในการกินอาหารแต่ละมื้อ แม้ว่าปัจจุบันยังเป็นเรื่องใหม่อยู่มาก แต่ก็เริ่มได้ผลการศึกษาที่เป็นความหวังใหม่ๆ ในการปรับปรุงสุขภาพของคนเราให้ดีขึ้นได้ด้วยวิธีการที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่มากมายนัก

โจนาธานกล่าวต่อไปว่า กลุ่มทดลองที่ได้ขยับเวลากินมื้อเข้าและมื้อเย็น มีปริมาณไขมันในร่างกายลดลงมากถึง 2% ขณะที่กลุ่มที่ควบคุมไขมัน (ด้วยอาหาร) ลดลงเพียง 1% เท่านั้น นอกจากนี้ยังพบว่าปกติแล้วกลุ่มทดลองจะรับปริมาณพลังงานจากการรับประทานอาหารเข้าสู่ร่างกายเฉลี่ยที่ 2,091 แคลอรี/วัน

หากเมื่อเปลี่ยนเวลาการกิน พบว่าอัตราการรับพลังงานเข้าสู่ร่างกายของคนเหล่านี้ ลดลงไปอยู่เฉลี่ยที่ 1,553 แคลอรี/วัน ซึ่งผลการประมวลจากแบบสอบถามกลุ่มทดลองพบว่า พวกเขามีแนวโน้มรับประทานอาหารน้อยลง โอกาสในการกินก็น้อยลง การกินอาหารว่างก็น้อยลงด้วย

โจนาธานวิเคราะห์ให้ฟังว่า ทีมวิจัยเชื่อว่าที่เป็นเช่นนั้น เป็นเพราะ 2 ปัจจัยหลัก กล่าวคือ ประการแรก น่าจะเป็นเพราะเวลามื้ออาหารเปลี่ยนในมื้อเช้าและมื้อเย็นนั้น เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับจังหวะในการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย และอีกประการหนึ่ง คือพอช่วงเวลากินทั้งหมดของวันเปลี่ยนไปแล้ว ทำให้เวลาที่ร่างกายต้องอดอาหารนั้น ยืดออกไปโดยปริยาย

“เชื่อว่าน่าจะเป็นผลรวมกันของทั้งสองปัจจัยดังกล่าวนี้ ที่ทำให้กลุ่มตัวอย่างในโปรแกรมเปลี่ยนเวลาการกิน ได้รับพลังงานเข้าสู่ร่างกายน้อยลง ไขมันส่วนเกินน้อยลง”

ทีมนักวิจัยยังกล่าวต่อไปว่า การศึกษาทดลองยังจำเป็นต้องมีการทำวิจัยที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ และลึกกว่านี้ เช่น ขยับเวลาการกินในช่วงที่แตกต่างกันออกไปให้หลากหลายกว่านี้ ก่อนที่จะสรุปข้อสันนิษฐานที่ว่านี้ได้

ข้อด้อยของการเปลี่ยนเวลาในการกินมื้ออาหารนั้นพบว่า กลุ่มทดลอง 57% ยอมรับว่าพวกเขาไม่สามารถรักษาการเปลี่ยนเวลากินแบบนี้ในระยะยาวได้ เพราะวิถีชีวิต การกินข้าวกับครอบครัวหรือการเข้าสังคม เป็นต้น

“นอกจากนี้ การเลือกรับประทานอาหาร ชนิดของอาหาร การจัดเวลามื้ออาหาร ต้องกล่าวว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ขยับและถ่างเวลากินของมื้ออาหารแล้ว การเลือกชนิดและประเภทของอาหาร ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน” โจนาธานเล่

ข่าวล่าสุด

SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst วิเคราะห์เอกสารการเงินไทย ยกระดับ Document Intelligence พร้อมยื่นจดสิทธิบัตร

SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst วิเคราะห์เอกสารการเงินไทย ยกระดับ Document Intelligence พร้อมยื่นจดสิทธิบัตร