posttoday
ความยิ่งใหญ่ ของวัดสามพระยาที่หลายคนไม่รู้

ความยิ่งใหญ่ ของวัดสามพระยาที่หลายคนไม่รู้

05 สิงหาคม 2561

มีธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่ง เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี วัดสามพระยา แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

โดย วรธาร ทัดแก้ว 

มีธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่ง เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี วัดสามพระยา แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ จะมีพิธีปฐมนิเทศเปิดเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีของคณะสงฆ์ส่วนกลาง วัดสามพระยา ชั้นประโยค ป.ธ.7, 8, 9 ซึ่งก็จะมีภิกษุสามเณรที่เรียนชั้นดังกล่าวจากวัดต่างๆ เดินทางมาร่วมพิธี ณ ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา

หลังจากปฐมนิเทศก็เป็นอันเข้าสู่โหมดของการเรียนต่อไป โดยอาทิตย์หนึ่งจะเรียนอยู่ 5 วัน หยุดวันพระและวันอาทิตย์ เวลาเรียน 16.00 น. ไปจนถึง 18.00 น. แต่ปีนี้วันขึ้น 1 ค่ำเดือน 9 ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2561 จึงต้องเลื่อนปฐมนิเทศไปวันจันทร์ที่ 13 ส.ค. 2561

ธรรมเนียมนี้เกิดขึ้นมานานตั้งแต่สมัยที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ.9) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ดำรงตำแหน่ง “แม่กองบาลีสนามหลวง” (ระหว่าง พ.ศ. 2503-2531) โดยท่านได้ตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีของคณะสงฆ์ วัดสามพระยา ขึ้นมาให้เป็นของคณะสงฆ์สำหรับให้ภิกษุสามเณรได้มาเรียนรวมกันทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เปิดสอนเฉพาะประโยค ป.ธ.8 และ 9 ต่อมาได้เปิดสอน ป.ธ.7 ด้วย

การที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ดำริให้ตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีของคณะสงฆ์ขึ้นที่วัดสามพระยานั้น เนื่องจากท่านเห็นว่าสำนักเรียนบาลีที่เปิดสอน ป.ธ.8-9 ในยุคนั้นมีน้อยมาก ประกอบกับครูอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการสอนก็หายาก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการตั้งโรงเรียนดังกล่าว และผลของการตั้งโรงเรียนนี้ ปรากฏว่ามีภิกษุสามเณรวัดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เรียนประโยค ป.ธ.7, 8, 9 เดินทางมาเรียนที่วัดสามพระยาจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน

เพราะฉะนั้นวัดสามพระยาจึงถือเป็นวัดที่สร้างมหาเปรียญระดับเปรียญเอก (7-8-9) มากมายมหาศาล โดยเฉพาะผู้ที่จบประโยค ป.ธ.9 ตั้งแต่สมัยที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ดำรงตำแหน่งแม่กองบาลีสนามหลวงถึงปัจจุบัน ที่มีจำนวนถึง 1,600 กว่ารูป ไม่ว่าตอนนี้จะอยู่ในสมณเพศหรือลาสิกขาไปแล้วน้อยนักที่จะไม่เคยเรียนที่วัดสามพระยา ลองถามผู้ที่จบประโยค 9 ดูได้ว่าเรียนที่ไหน

ความยิ่งใหญ่ ของวัดสามพระยาที่หลายคนไม่รู้

นี่คือความยิ่งใหญ่ของวัดสามพระยากับการเป็นศูนย์กลางการศึกษาแผนกบาลีของคณะสงฆ์ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าไม่มีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีของคณะสงฆ์ส่วนกลาง ก็อาจจะไม่เกิดขึ้นที่วัดสามพระยาก็เป็นได้

หากย้อนความเป็นมาของสำนักเรียนวัดสามพระยากว่าจะมาถึงภารกิจมากมายในปัจจุบัน เช่น การเปิดสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี ชั้นประโยค 1-2-ป.ธ.9 เป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมคณะสงฆ์ส่วนกลาง ประโยค ป.ธ.7-8-9 เป็นสถานที่สอบบาลีสนามหลวง ชั้นประโยค ป.ธ.7-8-9 ทั่วประเทศ เป็นสถานที่สอบบาลีสนามหลวง ชั้นประโยค ป.ธ.5 ในเขตกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ตรวจข้อสอบบาลีสนามหลวง เป็นสถานที่สอบธรรมสนามหลวง ในเขตกรุงเทพฯ และสถานที่ตรวจข้อสอบธรรมสนามหลวงทั่วประเทศ

เดิมที วัดสามพระยา มิได้เน้นการศึกษาด้านปริยัติมากนัก แต่เน้นวิปัสสนาเป็นหลัก ต่อมาสมัย พระเทพเมธี (ครุฑ ป.ธ.4) พ.ศ. 2436-2480 เป็นเจ้าอาวาส จึงตั้งโรงเรียนนักธรรมและบาลีขึ้น มีภิกษุสามเณรสอบได้ทั้งนักธรรมและบาลีมากขึ้น และในสมัยนั้นได้มีการเรียนการสอนภาษาไทยขึ้นมา ซึ่งได้สร้างโรงเรียนขึ้นหลังหนึ่ง ทำการเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมถึงมัธยมกลาง มีนักเรียนประมาณ 200 คนเศษ

ยุคสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร)

ความยิ่งใหญ่ ของวัดสามพระยาที่หลายคนไม่รู้

ต่อมาระหว่าง พ.ศ. 2481-2539 สมัยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นเจ้าอาวาส การศึกษาพระปริยัติธรรมโดยเฉพาะแผนกบาลีได้เจริญรุ่งเรืองมาก มีการเรียนการสอนตั้งแต่บาลีประโยค ป.ธ.3-9 โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เป็นทั้งเจ้าสำนักเรียน และเป็นครูสอนบาลีประโยค ป.ธ.4 ของสำนักเรียนและเป็นครูสอนบาลีประโยค ป.ธ.9 โรงเรียนพระปริยัติธรรมคณะสงฆ์ส่วนกลางวัดสามพระยา ที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้ตั้งขึ้นมาให้เป็นของคณะสงฆ์สำหรับให้ภิกษุสามเณรได้มาเรียนรวมกันทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เปิดสอนประโยค ป.ธ.8-9 ต่อมาได้เปิดสอน ป.ธ.7 ด้วย

ในปี 2489-2503 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้เปิดสำนักอบรมครูวัดสามพระยา (ส.อ.ส.) เพื่อให้ภิกษุสามเณรได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งในด้านการปกครอง ด้านการศึกษา ด้านการเผยแผ่ และด้านสาธารณูปการ ซึ่งสำนักอบรมครูวัดสามพระยานี้เป็นที่สนใจของภิกษุสามเณรทั่วทุกแห่ง โดยจะพากันมาอบรมเป็นประจำปีละจำนวนมากจนไม่มีสถานที่จะอบรมเพียงพอจนต้องสร้างสถานที่ชั่วคราวมุงจากขึ้นใหม่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอจนรัฐบาลในยุคนั้นเห็นความสำคัญจึงได้สร้างศาลาอบรมสงฆ์ และตึกพักสงฆ์แบบถาวรขึ้นถวายไว้ในวัดสามพระยา

การอบรมได้ดำเนินมาเป็นลำดับจนกระทั่งถึงการอบรมครั้งสำคัญ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นครั้ง “ประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทย” นั่นคือ เมื่อปีฉลอง 25 พุทธศตวรรษ พระสงฆ์ทั่วสารทิศทั้งภายในและภายนอกประเทศมาเข้ารับการอบรมเป็นจำนวนมากที่สุดถึง 2,500 รูป เป็นครั้งสำคัญที่สุด การจัดสถานที่ออกเป็นหน่วยย่อยๆ เพื่อให้เพียงพอและรวดเร็วแก่ระยะเวลาการอบรมได้ดำเนินมาเป็นลำดับ นับได้ว่าสำนักอบรมครูวัดสามพระยาแห่งนี้ได้ก่อคุณประโยชน์อย่างไพศาลแก่การคณะสงฆ์ไทยเป็นอย่างยิ่ง

ภิกษุที่เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้และประสบการณ์ต่างๆ จากพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่เกือบทุกระดับที่มาถวายความรู้และจากหน่วยงานต่างๆ ที่มาถวายความรู้ให้แต่ละครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความอนุเคราะห์จากผู้อำนวยการสถานที่สำคัญๆ ให้เข้าชมสถานที่นั้นๆ อย่างทั่วถึง เช่น พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งอนันตสมาคม ทำเนียบรัฐบาล เป็นต้น ตามปกติจะไม่มีโอกาสได้เข้าชมง่ายๆ นับว่าท่านที่เข้ารับการอบรมจะไดรับประสบการณ์โดยตรง

ความยิ่งใหญ่ ของวัดสามพระยาที่หลายคนไม่รู้

ในปี 2495 สำนักอบรมครูวัดสามพระยาได้ตั้งโรงเรียนขึ้นโรงเรียนหนึ่งชื่อว่า “สภาการศึกษาแห่ง ส.อ.ส.” วัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรมภิกษุสามเณรที่สอบเปรียญธรรมได้และมีความรู้ทางพระพุทธศาสนาพอสมควร ได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาสามัญมีภาษาอังกฤษเป็นหลัก เมื่อสำเร็จจากสำนักนี้แล้วจะถูกส่งไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศหรือในต่างจังหวัด อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดายที่ ส.อ.ส. ต้องเลิกไปด้วยเหตุผลบางประการ

นอกจากนี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ยังดำริตั้งโรงเรียนพระสังฆาธิการขึ้น โดยได้เสนอต่อคณะกรรมการมหาเถรสมาคม และคณะกรรมการมหาเถรสมาคมได้มีมติเห็นชอบให้ตั้งขึ้นที่วัดสามพระยาเป็นแห่งแรก โดยชื่อว่า “โรงเรียนพระสังฆาธิการ” วัตถุประสงค์เพื่อจะให้พระสังฆาธิการทั่วประเทศได้เสริมสร้างและศึกษาหาความรู้และเทคนิค หรือกลไกในการปกครองที่ใหม่ให้เจริญก้าวหน้าเพื่อดำรงพระพุทธศาสนาให้วิวัฒนาการยิ่งๆ ขึ้นไป อีกประการหนึ่ง เพื่อให้การปกครองของคณะสงฆ์มีส่วนสัมพันธ์กับการปกครองของราชอาณาจักรได้เป็นอย่างยิ่ง

โรงเรียนนี้ได้เปิดเรียนรุ่นแรกที่วัดสามพระยาก่อน จึงถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของคณะสงฆ์ไทยที่ได้มีการริเริ่มขึ้นในครั้งนั้น ต่อมาภายหลังจากสิ้นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์แล้ว ด้วยความสำนึกในพระคุณของท่านผู้เป็นต้นแบบคณะสงฆ์ก็ยังใช้สถานที่ภายในวัดสามพระยาเป็นสถานที่ประชุมและอบรมพระสังฆาธิการอยู่เสมอมาจนถึงปัจจุบัน เช่น งานอบรมพระอุปัชฌาย์ทั่วประเทศ งานประชุมพระสังฆาธิการในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

พ.ศ. 2505 กรมการศาสนา โดยมติมหาเถรสมาคมให้ตั้งโรงเรียนขึ้นที่วัดสามพระยา ให้ชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนครูสอนพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์” วัตถุประสงค์เพื่อให้ภิกษุสามเณรที่สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยคขึ้นไป เข้าศึกษาวิชาสามัญและวิชาครู เมื่อสำเร็จแล้วจะได้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมในสถาบันต่างๆ ของคณะสงฆ์ หรืออาจจะช่วยสอนตามโรงเรียนต่างๆ ตามสถานที่ทางราชการ

ยุคสมเด็จพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม)

ความยิ่งใหญ่ ของวัดสามพระยาที่หลายคนไม่รู้

พ.ศ. 2539-2561 สมัยพระราชปริยัติบดี (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ.9, Ph.D.) สมณศักดิ์สุดท้ายก่อนที่จะถูกดำเนินคดีเงินทอนวัด คือ พระพรหมดิลก เป็นเจ้าอาวาส ก็ได้เจริญรอยตาม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ในการส่งเสริมสนับสนุนภิกษุสามเณรให้ได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลีมาตลอด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2539-2541 ได้ดำเนินการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์หมู่กุฎีสงฆ์วัดสามพระยา และรับภิกษุสามเณรจำนวนมากเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี

ในปี 2541 ได้ทำการเปิดสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลีเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยแผนกบาลีเปิดสอนตั้งแต่บาลีไวยากรณ์ถึงบาลีประโยค ป.ธ.9 และแค่เปิดเรียนปีแรกในยุคของพระพรหมดิลก ก็มีผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ในปี 2542 ก็คือ สามเณรอิทธิยาวุธ เสาวลักษณ์คุปต์ และถ้านับตั้งแต่ปี 2542-2561 มีผู้สอบได้ ป.ธ.9 ทั้งหมดรวม 44 รูป ถือได้ว่า พระพรหมดิลก เป็นพระนักปั้นมหาเปรียญ 9 ประโยครูปหนึ่งอย่างมิต้องสงสัย

ปัจจุบัน วัดสามพระยา มี พระเทพวิสุทธิดิลก (ละเอียด กิตฺติสุขุโม ป.ธ.9) เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดสามพระยา

ข่าวล่าสุด

ชง ครม. ยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน 93 ประเทศ ปรับเหลือ 30 วัน ตามเดิม

ชง ครม. ยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน 93 ประเทศ ปรับเหลือ 30 วัน ตามเดิม