
ปรากฏการณ์ใหม่ลบรอยแผลเป็น หลุมสิว
....พญ.นันทภัทร สุภาพรรณชาติ
แผลเป็น (Scar) เกิดจากขบวนการรักษาแผล หรือการฉีกขาดของเนื้อเยื่อผิวหนังตามธรรมชาติ โดยมีการสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็น (Fibrous Collagen) มาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป สาเหตุที่ทำให้เกิดแผลเป็นเกิดจากบาดแผลชนิดต่างๆ เช่น แผลผ่าตัด แผลจากอุบัติเหตุ แผลไฟไหม้ แผลสิว แผลจากโรคอีสุกอีใส เป็นต้น โอกาสเกิดแผลเป็นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผล การดูแลรักษาแผล และความยาวนานของการหายของแผล ถ้าเกิดบาดแผลเพียงผิวๆ เล็กๆ น้อยๆ ในระดับของหนังกำพร้า (Epidermis) ก็อาจทำให้เกิดแผลเป็นเล็กๆ น้อยๆ หรือไม่ทำให้เกิดแผลเป็นเลย แต่ถ้าบาดแผลลึกลงถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) หรือลึกกว่านั้น ก็อาจทิ้งให้เหลือเกิดรอยแผลเป็นได้หลังจากที่แผลหายดีแล้ว
ปัญหาแผลเป็นที่คนจำนวนมากมีก็คือ แผลเป็น หลุมสิว ซึ่งเกิดจากการอักเสบของสิวเป็นเวลานาน ทำให้แผลลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร เลิกเป็นสิวไปนานแล้ว แต่รอยแผลเป็นหลุมสิวก็ยังคงอยู่ และนับวันก็มีแต่จะดูใหญ่ขึ้น ลึกขึ้น เป็นที่ทุกข์ทรมานใจของคนหลายๆ คน
วิวัฒนาการของการรักษาแผลเป็น
การจะจัดการกับแผลเป็นได้ ก็จะต้องลงไปทำให้มีการสร้างผิวใหม่ หรือเรียกให้ถูกก็คือคอลลาเจนใหม่ ทดแทนคอลลาเจนที่มีปัญหาที่ทำให้เกิดลักษณะของแผลเป็นขึ้น ในอดีตก็จะใช้เลเซอร์เผาทั้งผิว ซึ่งก็ได้ผลดีมากในการสร้างผิวใหม่ ทำให้รอยแผลเป็นเล็กลง แต่ปัญหาใหญ่ก็คือทำให้หน้าดำคล้ำ ต่อมาจึงมีการคิดค้นวิธีการที่ไม่เผาทั้งหมด แต่เผาเป็นจุดๆ คือ เผาเพียง 25% ของพื้นที่ วิธีนี้ก็ทำให้ลดปัญหาเรื่องหน้าดำคล้ำลงได้มาก เพราะผิวชั้นบนส่วนใหญ่ไม่ได้โดนทำลาย เลเซอร์จะลงไปทำลายคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพในชั้นล่างๆ เป็นจุดๆ อย่างไรก็ดี ลักษณะของแสงเลเซอร์ที่ลงไปในชั้นผิวหนังลึกเพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนใหม่ มีลักษณะเป็นปลายเล็ก และบนกว้าง ทำให้พื้นที่ผิวชั้นบนกระทบกับการทำลายมากกว่าผิวชั้นลึก จึงทำให้ยังคงมีปัญหาในเรื่องหน้าดำคล้ำ และต้องใช้ระยะเวลาในการทำหลายครั้งเพื่อผลัดคอลลาเจนกว่าจะเติมเต็มเรียบเนียน
Sublative RF (SRF) เทคโนโลยีล่าสุดในการลบรอยแผลเป็น
เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการนำพลังงาน RF ซึ่งเป็นพลังงานชนิดเดียวกับเทอร์มาจ แต่ลงไปตื้นกว่า คือ ส่งพลังงานไปในชั้นของคอลลาเจนที่ทำให้เกิดแผลเป็น พลังงานนี้มีชื่อเรียกว่า Sublative RF (SRF) ลงลึกถึงชั้นผิวหนังลึกในลักษณะปลายบาน จึงให้พลังงานฟื้นฟูคอลลาเจนในพื้นที่ที่กว้างและลึก ขณะที่ทำร้ายผิวชั้นบนน้อยมาก แผลเป็นจึงเติมเต็ม เรียบเนียนอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นเมื่อพลังงานลงไปกระตุ้นคอลลาเจนด้านล่างในพื้นที่ที่มากกว่าผิวชั้นบนที่ถูกทำลาย จึงทำให้มีจำนวนคอลลาเจนสีชมพูที่เกิดจากการฟื้นฟูใหม่มากกว่า และเปล่งประกายออกมายังผิวด้านนอก เท่ากับว่าได้ผลข้างเคียงเป็นผิวเปล่งประกายจากภายใน Sublative RF (SRF) จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ของการรักษาแผลเป็นที่กำลังมาแรง และเป็นที่นิยมของแพทย์ผิวหนังจำนวนมาก เพราะได้ผลในการรักษาแผลเป็นที่ดีกว่าวิธีอื่นๆ เท่าที่มีในปัจจุบัน และมีผลข้างเคียงน้อยมาก นอกจากนั้นก็ยังช่วยลบเลือนริ้วรอยต่างๆ ได้ดีอีกด้วย ทำให้ผิวเรียบเนียน ตึง กระชับ ใช้เวลาในการรักษาแผลเป็นน้อยลง







