
ความเสียหายจากการฟังที่ไม่มีประสิทธิภาพ
....เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย
“
คุณเกรียงศักดิ์ ผมอยากพัฒนาทักษะการฟัง” คุณพงษ์ เพื่อนเก่าโทรมาหาผม“
เกิดอะไรขึ้นหรือ” ผมถาม“
สัปดาห์ที่แล้ว ผมไปพบลูกค้าพร้อมกับผู้อำนวยการฝ่ายขายเพื่อต่อสัญญา วันต่อมาผอ.ฝ่ายขายแจ้งผมว่าลูกค้าไม่ต่อสัญญา ผมจึงโทรไปหากรรมการผู้จัดการของบริษัทลูกค้าเพื่อสอบถาม เขาบอกว่าเขาไม่ต้องการทำธุรกิจกับผมเพราะความเย่อหยิ่งของผมผมถามเขาว่าพฤติกรรมอะไรของผมที่แสดงถึงความเย่อหยิ่ง เขาบอกว่าผมขัดจังหวะการพูดของเขาถึงหกครั้งในการประชุมหนึ่งชั่วโมง
ผมรู้ว่าต้องเสียลูกค้ารายนี้แน่ แต่ผมก็อยากเรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งนี้ ผมใช้เวลาในช่วงวันหยุดเพื่อทบทวนสไตล์การทำงานของตนเอง และพบว่าผมไม่ค่อยฟังผู้อื่นเท่าไหร่ ผมมักขัดจังหวะก่อนที่พวกเขาจะพูดจบบ่อยๆ
วันต่อมา ผมเช็คกับภรรยาและเลขา พวกเขาลังเลที่จะพูด แต่เมื่อผมยืนกรานว่าต้องการทราบเพื่อจะได้รู้จักตัวเองและเป็นผู้จัดการที่ดีกว่าเดิม พวกเขาจึงยอมบอกว่าผมฟังอย่างไม่มีประสิทธิภาพเพราะชอบขัดจังหวะขณะผู้อื่นกำลังพูด
นี่เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับจุดบอดนี้
”“
พงษ์ ผู้นำที่ประสบความสำเร็จมากมายที่ฟังไม่เก่ง เพียงแต่ว่าที่มาและสาเหตุของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน ปกติแล้ววิธีของผมจะเป็นการช่วยอำนวยความคิดของคุณโดยการตั้งคำถามให้คุณค้นหาคำตอบด้วยตนเอง คุณจะอึดอัดใหมกับวิธีนี้ไหม”“
ไม่มีปัญหาครับ”“
ดีครับ งั้นช่วยเล่าให้ผมฟังเพิ่ม โดยใช้ลูกค้ารายนี้เป็นกรณีศึกษา ลองนึกย้อนถึงการประชุม ตอนที่คุณกำลังจะขัดจังหวะลูกค้า คุณคิดถึงอะไรอยู่ก่อนที่จะพูดขัดขึ้นมา”“
หมายความว่าอย่างไรครับ”“
ผมหมายถึง ในหัวของคุณคิดอะไรอยู่ ก่อนที่จะพูดขัดจังหวะเขานะ”“
อืม...ผมคิดว่าอยากให้ประชุมเสร็จเร็วๆจะได้ไปประชุมกับลูกค้าเจ้าอื่นต่อ เพราะวันนั้นมี 4 การประชุมในสถานที่ๆอยู่ไกลกัน”“
ทำไมคุณจึงไม่ตั้งใจฟังลูกค้าเจ้านี้ล่ะ”“
เขาให้ข้อมูลผมมากเกินไป เขาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำไมเขาต้องการให้ผมลดราคา ช่วงแรกผมก็อดทน แต่พอเขาเริ่มพูดซ้ำไปมา ความอดทนก็ลดลง จนถึงจุดหนึ่งก็ไม่ทนฟังแล้ว”“
แล้วทำไมเขาจึงพูดซ้ำไปมาในเรื่องเดิมครับ”“
เพราะเขาอยากให้ผมเข้าใจสถานการณ์ของเขา”“
แล้วคุณเข้าใจไหมครับ”“
ไม่ซี เขาจึงพูดซ้ำอยู่เรื่อยๆ” น้ำเสียงของเขาเริ่มแสดงความไม่พอใจ“
ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร”“
หงุดหงิดเล็กน้อย”“
เพราะอะไร”พงษ์เงียบไป
“
โอ้...ขอโทษที นี่ผมหงุดหงิดกับเหตุการณ์แล้วยังพาลหงุดหงิดใส่คุณอีกด้วย”“
ใช่ครับ แล้วจุดประสงค์ที่คุณโทรหาผมคืออะไรครับ”“
คุณเกรียงศักดิ์ โทษที ผมโทรมาเพื่อขอความช่วยเหลือแต่กลับอารมณ์เสียใส่คุณ”“
คุณคิดว่าเพราะอะไรล่ะ”“
เพราะผมยังหงุดหงิดเรื่องลูกค้าอยู่”“
พงษ์ ลองถอยออกมาซักก้าวนะ คุณบอกว่าลูกค้าพยายามพูดซ้ำไปมาเพราะเขาคิดว่าคุณไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด”“
ใช่ครับ”“
วัตถุประสงค์ที่คุณไปพบเขาวันนั้นคืออะไร”“
ผมต้องการต่อสัญญา”“
เพื่อที่จะต่อสัญญา คุณต้องเข้าใจลูกค้าใช่ใหม ถ้าคุณสามารถย้อนเวลากลับไปได้ คุณจะทำอะไรต่างจากที่ตนได้ทำลงไป”“
ผมจะพยายามฟังอย่างตั้งใจเพื่อทำความเข้าใจลูกค้า ผมอาจต้องถามคำถามเพื่อทำความเข้าใจความคิดของเขา ฮ้า! ผมเข้าใจแล้ว”“
นอกเหนือจากกรณีนี้ เวลาที่คุณขัดจังหวะผู้อื่น มันมีรูปแบบคล้ายๆ กันไหม”“
ใช่ครับ ในหัวของผมอยากแต่จะให้การสนทนาจบๆ ไป ไม่ต้องพูดอ้อมค้อม พูดให้ตรงประเด็นไปเลย เอาเร็วๆ เข้าใว้”“
แล้วอากัปกิริยา และสีหน้าท่าทางของคุณที่แสดงออกมาเป็นอย่างไร”“
คงแสดงให้เห็นถึงความเร่งรีบ นี่เองที่ทำให้ผู้อื่นมองว่าผมฟังไม่เก่ง”“
คุณจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างละ”“
ผมต้องมุ่งไปที่จุดประสงค์ของการฟัง ว่าผมต้องการอะไรจากการสนทนานั้น แล้วจึงแสดงออกอย่างเหมาะสม ตามแต่กาลเทศะละครับ”






