posttoday
ความเสียหายจากการฟังที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ความเสียหายจากการฟังที่ไม่มีประสิทธิภาพ

18 ตุลาคม 2553

....เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย

“คุณเกรียงศักดิ์ ผมอยากพัฒนาทักษะการฟัง” คุณพงษ์ เพื่อนเก่าโทรมาหาผม

“เกิดอะไรขึ้นหรือ” ผมถาม

“สัปดาห์ที่แล้ว ผมไปพบลูกค้าพร้อมกับผู้อำนวยการฝ่ายขายเพื่อต่อสัญญา วันต่อมาผอ.ฝ่ายขายแจ้งผมว่าลูกค้าไม่ต่อสัญญา ผมจึงโทรไปหากรรมการผู้จัดการของบริษัทลูกค้าเพื่อสอบถาม เขาบอกว่าเขาไม่ต้องการทำธุรกิจกับผมเพราะความเย่อหยิ่งของผม

ผมถามเขาว่าพฤติกรรมอะไรของผมที่แสดงถึงความเย่อหยิ่ง เขาบอกว่าผมขัดจังหวะการพูดของเขาถึงหกครั้งในการประชุมหนึ่งชั่วโมง

ผมรู้ว่าต้องเสียลูกค้ารายนี้แน่ แต่ผมก็อยากเรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งนี้ ผมใช้เวลาในช่วงวันหยุดเพื่อทบทวนสไตล์การทำงานของตนเอง และพบว่าผมไม่ค่อยฟังผู้อื่นเท่าไหร่ ผมมักขัดจังหวะก่อนที่พวกเขาจะพูดจบบ่อยๆ

วันต่อมา ผมเช็คกับภรรยาและเลขา พวกเขาลังเลที่จะพูด แต่เมื่อผมยืนกรานว่าต้องการทราบเพื่อจะได้รู้จักตัวเองและเป็นผู้จัดการที่ดีกว่าเดิม พวกเขาจึงยอมบอกว่าผมฟังอย่างไม่มีประสิทธิภาพเพราะชอบขัดจังหวะขณะผู้อื่นกำลังพูด

นี่เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับจุดบอดนี้”

“พงษ์ ผู้นำที่ประสบความสำเร็จมากมายที่ฟังไม่เก่ง เพียงแต่ว่าที่มาและสาเหตุของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน ปกติแล้ววิธีของผมจะเป็นการช่วยอำนวยความคิดของคุณโดยการตั้งคำถามให้คุณค้นหาคำตอบด้วยตนเอง คุณจะอึดอัดใหมกับวิธีนี้ไหม”

“ไม่มีปัญหาครับ”

“ดีครับ งั้นช่วยเล่าให้ผมฟังเพิ่ม โดยใช้ลูกค้ารายนี้เป็นกรณีศึกษา ลองนึกย้อนถึงการประชุม ตอนที่คุณกำลังจะขัดจังหวะลูกค้า คุณคิดถึงอะไรอยู่ก่อนที่จะพูดขัดขึ้นมา”

“หมายความว่าอย่างไรครับ”

“ผมหมายถึง ในหัวของคุณคิดอะไรอยู่ ก่อนที่จะพูดขัดจังหวะเขานะ”

“อืม...ผมคิดว่าอยากให้ประชุมเสร็จเร็วๆจะได้ไปประชุมกับลูกค้าเจ้าอื่นต่อ เพราะวันนั้นมี 4 การประชุมในสถานที่ๆอยู่ไกลกัน”

“ทำไมคุณจึงไม่ตั้งใจฟังลูกค้าเจ้านี้ล่ะ”

“เขาให้ข้อมูลผมมากเกินไป เขาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำไมเขาต้องการให้ผมลดราคา ช่วงแรกผมก็อดทน แต่พอเขาเริ่มพูดซ้ำไปมา ความอดทนก็ลดลง จนถึงจุดหนึ่งก็ไม่ทนฟังแล้ว”

“แล้วทำไมเขาจึงพูดซ้ำไปมาในเรื่องเดิมครับ”

“เพราะเขาอยากให้ผมเข้าใจสถานการณ์ของเขา”

“แล้วคุณเข้าใจไหมครับ”

“ไม่ซี เขาจึงพูดซ้ำอยู่เรื่อยๆ” น้ำเสียงของเขาเริ่มแสดงความไม่พอใจ

“ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร”

“หงุดหงิดเล็กน้อย”

“เพราะอะไร”

พงษ์เงียบไป

“โอ้...ขอโทษที นี่ผมหงุดหงิดกับเหตุการณ์แล้วยังพาลหงุดหงิดใส่คุณอีกด้วย”

“ใช่ครับ แล้วจุดประสงค์ที่คุณโทรหาผมคืออะไรครับ”

“คุณเกรียงศักดิ์ โทษที ผมโทรมาเพื่อขอความช่วยเหลือแต่กลับอารมณ์เสียใส่คุณ”

“คุณคิดว่าเพราะอะไรล่ะ”

“เพราะผมยังหงุดหงิดเรื่องลูกค้าอยู่”

“พงษ์ ลองถอยออกมาซักก้าวนะ คุณบอกว่าลูกค้าพยายามพูดซ้ำไปมาเพราะเขาคิดว่าคุณไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด”

“ใช่ครับ”

“วัตถุประสงค์ที่คุณไปพบเขาวันนั้นคืออะไร”

“ผมต้องการต่อสัญญา”

“เพื่อที่จะต่อสัญญา คุณต้องเข้าใจลูกค้าใช่ใหม ถ้าคุณสามารถย้อนเวลากลับไปได้ คุณจะทำอะไรต่างจากที่ตนได้ทำลงไป”

“ผมจะพยายามฟังอย่างตั้งใจเพื่อทำความเข้าใจลูกค้า ผมอาจต้องถามคำถามเพื่อทำความเข้าใจความคิดของเขา ฮ้า! ผมเข้าใจแล้ว”

“นอกเหนือจากกรณีนี้ เวลาที่คุณขัดจังหวะผู้อื่น มันมีรูปแบบคล้ายๆ กันไหม”

“ใช่ครับ ในหัวของผมอยากแต่จะให้การสนทนาจบๆ ไป ไม่ต้องพูดอ้อมค้อม พูดให้ตรงประเด็นไปเลย เอาเร็วๆ เข้าใว้”

“แล้วอากัปกิริยา และสีหน้าท่าทางของคุณที่แสดงออกมาเป็นอย่างไร”

“คงแสดงให้เห็นถึงความเร่งรีบ นี่เองที่ทำให้ผู้อื่นมองว่าผมฟังไม่เก่ง”

“คุณจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างละ”

“ผมต้องมุ่งไปที่จุดประสงค์ของการฟัง ว่าผมต้องการอะไรจากการสนทนานั้น แล้วจึงแสดงออกอย่างเหมาะสม ตามแต่กาลเทศะละครับ”

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย