posttoday
ชรินทร์ สัจจญาณ ทำทุกอย่างให้ถูกต้องและดีที่สุด

ชรินทร์ สัจจญาณ ทำทุกอย่างให้ถูกต้องและดีที่สุด

19 มีนาคม 2561

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการลงทุนนับวันจะมีการแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกที มีทั้งบริษัทที่เป็นของต่างชาติเข้ามาเปิดสาขา

เรื่อง  อณุสรา ทองอุไร, จีรวัฒน์ กล้ากะชีวิต ภาพ  กิจจา อภิชนรจเรข

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการลงทุนนับวันจะมีการแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกที มีทั้งบริษัทที่เป็นของต่างชาติเข้ามาเปิดสาขา มีทั้งที่เป็นของคนไทยเอง เรียกว่าใครที่จะยืนหยัดในธุรกิจนี้ได้ต้องทั้งแกร่งและเก่ง เช่นเดียวกับเขาคนนี้ ชรินทร์ สัจจญาณ เจ้าของสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย ชรินทร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ เขาเล่าว่า เกือบ 30 ปีของการทำงานด้านกฎหมาย ตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมาของเขาผ่านอะไรมามากมาย ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่น่าประทับใจ

ช่วง 10 ปีแรกทำงานที่สำนักงานกฎหมายเบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จนกระทั่งเป็นพาร์ตเนอร์ ขณะเดียวกันเขาก็ฝันอยากมีสำนักงานเป็นของตัวเอง จึงลาออกและร่วมกับเพื่อนตั้งสำนักงานกฎหมายใหม่ชื่อ แอลเอส ฮอไรซัน โดยเริ่มจากการมีสมาชิกเพียง 6 คน และขยายไปเป็นหลักร้อย รวมทั้งต่อยอดธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว เมียนมา สิงคโปร์ ด้วยความตั้งใจที่อยากผลักดันให้ออฟฟิศของคนไทยมีมาตรฐานเทียบเท่าและเติบโตในต่างประเทศได้ จนกระทั่งปี 2012 จากการผ่านมาอย่างหนักทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มตัว จึงตัดสินใจรีไทร์ตัวเองกลับไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์อยู่ที่ จ.เชียงใหม่

เขาหันมาเอาดีด้านการทำสวน ทำไร่ ปลูกผัก ทำนา ปลูกบ้านเป็นเรื่องเป็นราว ท่องเที่ยวเดินทาง พักกายพักใจ อยู่ปีกว่า แต่ด้วยความที่เป็นคนแอ็กทีฟตลอดเวลา มีเพื่อนฝูงมาเยี่ยมเยือน เขาจึงปลูกบ้านเพื่ออยู่เองและทำเรือนรับรอง ปลูกไปปลูกมาเกือบ 10 หลัง เพื่อนๆ จึงยุให้เปิดเป็นบูทีคโฮเต็ล จึงเป็นที่มาของ เบลล่า วิต้า ปางไฮ ซึ่งเป็นที่พักแนวออร์แกนิก ฟาร์มเฮาส์ อย่างไม่ตั้งใจ

ด้วยความสงบร่มรื่นของบรรยากาศภายใน ทำให้มีผู้สนใจติดต่อขอใช้สถานที่ในการปฏิบัติธรรม ซึ่งก็สนับสนุนโดยไม่ให้เสียค่าใช้จ่าย ตรงนี้ทำให้นับเป็นธุรกิจไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่แขกที่เข้าจะต้องผ่านการคัดกรองมาก่อน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบเรียบอยู่พักใหญ่ ด้วยนิสัยของคนชอบทำงาน จึงกลับมาย้อนทบทวนจนความคิดสุดท้ายตกตะกอนมาว่า ถ้าขืนอยู่ต่อไปแบบนี้ สมองคงต้องฝ่อแน่ๆ จึงเป็นจุดเปลี่ยนให้กลับมาทำงานอีกครั้ง

ชรินทร์ สัจจญาณ ทำทุกอย่างให้ถูกต้องและดีที่สุด

“คนเคยทำงานมาตลอด พอห่างจากการทำงานไปแค่ปีกว่า รู้สึกว่าเหงาเริ่มอยากทำงาน และรู้ตัวตอนนั้นว่าเราชอบทำงานมากกว่าจะอยู่เฉยๆ ที่สำคัญลูกความและคนที่เคยทำงานร่วมกันก็ยังติดต่อถามถึง เลยกลับมาเปิดสำนักงานเล็กๆอีกครั้ง ในช่วงแรกยังไปกลับกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จนเริ่มมีน้องๆ ที่เคยทำงานด้วยกันกลับมาช่วยทำให้จำนวนคนเพิ่มขึ้น ทำมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็เข้าปีที่ 7 แล้วที่ ชรินทร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ ตั้งขึ้น”

สำหรับการกลับมาลุยธุรกิจครั้งนี้ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แม้จะอยู่ในยุคสมัยที่หลายอย่างเปลี่ยนไป โดยคงเน้นหลักปรัชญาในการทำงาน คือ ทำในสิ่งที่รักและรักในสิ่งที่ทำ ที่สำคัญต้องมีแพสชั่นในการทำงาน ตรงนี้มองว่ามันมากกว่าความชอบ ความสนใจ หากแต่เป็นความลุ่มหลงในสิ่งที่อยากทำ ซึ่งการกลับมาภายใต้คอนเซ็ปต์ของบริษัทในครั้งนี้คือ We work with Passion และต้องทำงานให้สมบูรณ์แบบที่สุด จุดประสงค์ก็เพื่อนำองค์กรก้าวขึ้นไปเป็นอันดับต้นๆ ในขอบเขตที่ทำงานด้านกฎหมายให้ดีที่สุด

เขาเป็นอันดับต้นๆ ด้านที่ปรึกษาทางกฎหมายในแง่การตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์ หรือ REITs (Real Estate Investment Trusts) ถ้าย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน เขาเป็นทีมแรกๆ ที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นตรงนี้จึงกลายเป็นจุดเด่น เรียกว่าเป็นซิกเนเจอร์ให้องค์กรก็ว่าได้ เพราะถ้าจะนึกถึงการตั้งกอง REITs ก็ต้องนึกถึงบริษัทนี้

นอกเหนือจากการจัดตั้งกอง REITs แล้ว สำนักงานยังมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาทางกฎหมายในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้กับลูกความ หรือการระดมทุนจากประชาชนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเวลาทำงานจริงก็จะต้องประสานงานร่วมกับที่ปรึกษาด้านอื่นๆ อาทิ ด้านการเงิน ด้านบัญชี ด้านภาษี ต่างๆ โดยเขารับบทบาทสำคัญคือที่ปรึกษาทางกฎหมาย นอกจากนี้ สิ่งที่องค์กรโฟกัสอีกอย่างก็คือเรื่องการซื้อขายกิจการให้กับลูกค้าและลูกความโดยส่วนมากมักเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ชรินทร์ สัจจญาณ ทำทุกอย่างให้ถูกต้องและดีที่สุด

อีกสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการตั้งกองทรัสต์และการดูแลในส่วนของการขายที่ทางบริษัทตั้งใจจะมุ่งเน้น นั่นคือการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย เกี่ยวกับการบริหารความสัมพันธ์ในธุรกิจครอบครัว ที่เป็นธุรกิจกงสี ซึ่งจะคอยแนะนำในส่วนของการบริหารจัดการดูแลทรัพย์สินภายในครอบครัว ทำความเข้าใจง่ายๆ คือ บริษัทจะช่วยจัดระบบทรัพย์สินทั้งหมดให้ลงตัว แน่นอนว่าจะไม่ทำเมื่อเกิดปัญหาแล้ว แต่จะทำก่อนหน้าเพื่อจัดการและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา หรือเมื่อคนในตระกูลจะแต่งงานมีเขยหรือสะใภ้เข้ามา เพื่อป้องกันปัญหาวุ่นวายภายหลัง

ทั้งนี้ทั้งนั้น คนในครอบครัวต้องมานั่งคุยกัน เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ร่วมกันในการดูแลทรัพย์สินต่างๆ หน้าที่ของบริษัทคือทำอย่างไรให้ทรัพย์สินและธุรกิจครอบครัวขยายและเติบโตไปในทางที่ดี มากกกว่าจะแบ่งให้ลูกหลานแล้วแยกย้ายกันไป ที่ปรึกษาด้านกฎหมายก็เหมือนธุรกิจอื่นๆ ที่มีการแข่งขันสูง แต่หากเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ แม้อาจจะต้องใช้เวลา แต่จะทำมันให้ดีที่สุด

เขาบอกว่า หลักของการเป็นผู้บริหารที่ดี คือ We are doing the right things not doing thing right ก็คือ ทำในสิ่งที่ถูกและทำให้ถูกต้อง “เพราะอย่างเวลารับงาน ผมจะรับเฉพาะงานที่เราสบายใจจะทำเท่านั้น ในที่นี้หมายถึงงานนั้นจะต้องเป็นงานที่ถูกต้อง และเมื่อรับมอบหมายมาแล้วก็ทำให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันในการทำงานไม่ว่าจะงานประเภทไหนสิ่งที่ไม่ควรทำเลยคือ การทำผิดจริยธรรม ผมคิดเสมอว่าจรรยาบรรณในวิชาชีพเป็นเรื่องที่สำคัญ นั่นคือสิ่งที่คนเป็นมืออาชีพควรมีและพึงปฏิบัติ ผมเลือกการเป็นนักกฎหมาย เพราะตั้งใจจะเป็นนักกฎหมายที่ดี ไม่ใช่เพราะอยากรวย ซึ่งหลักการและความมุ่งมั่นเหล่านี้ เป็นเพราะมีต้นแบบในการทำงานที่ดี ทุกเรื่องที่ทำยึดหลักและตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยน้อมนำปรัชญาต่างๆ ที่พระองค์ทรงสอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความพอเพียง การเป็นผู้สร้าง และการเป็นผู้ให้รู้จักแบ่งปันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน”

ชรินทร์ สัจจญาณ ทำทุกอย่างให้ถูกต้องและดีที่สุด

เมื่อเจอปัญหาและอุปสรรคในการทำงานจะรับมืออย่างไรนั้น เขาบอกว่าต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะผ่านประสบการณ์การทำงานมาอย่างโชกโชน แต่อุปสรรคมากมายก็ยังมีเข้ามาอยู่ไม่ขาด เพราะฉะนั้นการนำหลักธรรมมาใช้และมองทุกอย่างบนความเข้าใจว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกสิ่งจะผ่านไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกข์ หรือ สุข เป็นสิ่งไม่เที่ยง เกิดขึ้นและดับไป ไม่มีสิ่งใดอยู่ไปตลอด ซึ่งส่วนตัวเชื่อในเรื่องการปฏิบัติมากกว่าการสร้างสม เน้นตนเองเป็นหลัก ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มองว่าตรงนี้เป็นความแน่แท้

ในอนาคตเขามองว่า ต้องทำงานตรงนี้ให้ดีที่สุดและทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่ไหว หรือจนกว่าจะไม่มีความสุขในการทำงาน สิ่งที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้ คือการส่งผ่านให้บริษัทมีความมั่นคง เพราะไม่ใช่แค่ตัวเขา แต่ยังมีอีกหลายชีวิตที่ทำงานด้วย เขาไม่ต้องการให้ลูกน้องแข่งกันเอง เพราะจะเสียความเป็นทีมงาน ทุกคนควรได้รับการตอบแทนตามความสามารถที่มีและการดูแลที่เหมาะกับความต้องการของตนเอง สำหรับใครที่มีความสามารถก็สมควรได้รับการเป็นหุ้นส่วน

ระบบดังกล่าวต้องวางแผนและมองในระยะยาว เพราะสำหรับธุรกิจนี้ในสังคมไทยสามารถเติบโตได้เรื่อยๆ จากหลายๆ กรณีที่เห็นกันมา ทำให้สังคมให้ความสำคัญกับกฎหมายและความถูกต้องมากขึ้น นักกฎหมายจึงเป็นที่ต้องการ เพราะสุดท้ายกฎหมายก็ยังศักดิ์สิทธิ์เสมอ ที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์นั้นขึ้นอยู่กับคนนำไปใช้มากกว่า

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี