
ประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวด เรื่องหม่นหมองอันงดงาม
แม้ว่าประวัติศาสตร์ของดินแดนแห่งเสรีภาพในมุมทำนองนี้ จะเคยบอกเล่าผ่านหนังมาแล้วหลากหลายเรื่อง แต่ Mudbound
โดย แหนง-ดู
แม้ว่าประวัติศาสตร์ของดินแดนแห่งเสรีภาพในมุมทำนองนี้ จะเคยบอกเล่าผ่านหนังมาแล้วหลากหลายเรื่อง แต่ Mudbound ก็ทำได้ดี เป็น 2 ชั่วโมงกว่าซึ่งสั่นสะเทือนหัวใจและความรู้สึก รวมทั้งดึงความสนใจให้ติดตามการนำเสนอได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ผลงานการสร้างของเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 2018 ถึง 4 สาขารางวัล คือ นักแสดงหญิงสมทบยอดเยี่ยม (แมรี เจ ไบลจ์) บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม กำกับภาพยอดเยี่ยม (ราเชล มอร์ริสัน นับเป็นผู้หญิงคนแรกที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขานี้) และเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Mighty River ซึ่งแมรี เจ ไบลจ์ แต่งร่วมกับ ราฟาเอล ซาดิก และ ทัวรา สตินสัน) หนังฉายครั้งแรกที่เทศกาลหนังซันแดนซ์ และได้การต้อนรับอย่างดีจากเวทีอื่นๆ
Mudbound พาคนดูย้อนยุคกลับไปสู่ทศวรรษ 1940 ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ 2 หนุ่มชาวอเมริกันต่างผิวสีกลับจากสนามรบมาใช้ชีวิตที่ฟาร์มในมิสซิสซิปปี ทางตอนใต้ของสหรัฐ ซึ่งพวกเขาต้องเผชิญกับการเหยียดสีผิว รวมทั้งต้องพยายามใช้ชีวิตให้รอดหลังผ่านเรื่องราวเลวร้ายในสงครามมา
สร้างจากวรรณกรรมของ ฮิลลารี จอร์แดน นักเขียนหญิงชาวอเมริกัน บอกเล่าเรื่องราวจากมุมของ 6 ตัวละครจากครอบครัวคนผิวขาวเจ้าของฟาร์ม และครอบครัวคนผิวสีซึ่งเป็นลูกจ้างในฟาร์ม คือ เจมี (การ์เรตต์ เฮดลันด์) รอนเซล (เจสัน มิทเชลล์) ลอรา (แครีย์ มุลลิแกน) เฮนรี (เจสัน คาร์ก) ฟลอเรนซ์ (แมรี เจ ไบลจ์) และ แฮป (ร็อบ มอร์แกน)
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มต้น เฮนรี อดีตวิศวกรพาครอบครัวของเขาซึ่งประกอบด้วย ลอรา ผู้เป็นภรรยา รวมทั้งลูกๆ และพ่อในวัยชราย้ายจากเมืองเมมฟิสไปใช้ชีวิตในชนบทเพื่อทำไร่อันเป็นความฝันของเขา ขณะที่ครอบครัวของ แฮป - ฟลอเรนซ์ แจ็คสัน และลูกๆ เป็น “ผู้อาศัย” อยู่ในที่ดิน หลังจากทำงานให้เจ้าของไร่มาหลายชั่วอายุคน พวกเขาก็มีความฝันเล็กๆ อยากจะมีที่ดินของตัวเอง และมีอิสรเสรีในการใช้ชีวิต แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่าย เพราะอุปสรรคมีมากมาย รวมทั้งการกีดกันทางสังคม
หลังสงครามทั้งสองครอบครัวก็ได้ต้อนรับสมาชิกกลับบ้าน เมื่อเป็นทหารและออกรบในยุโรป รอนเซล ลูกชายของ แฮป และ ฟลอเรนซ์ ได้พบกับอิสรภาพและความรู้สึกใหม่ๆ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน วีรบุรุษสงครามอย่างเขาต้องปรับตัวให้เข้ากับชีวิตพลเรือน โดยเฉพาะจัดการกับการเหยียดเชื้อชาติซึ่งยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาได้พบกับ เจมี น้องชายของ เฮนรี ที่เผชิญกับอาการเครียดหลังสงคราม ด้วยประสบการณ์ซึ่งคล้ายคลึงใกล้เคียงกัน พวกเขาสร้างมิตรภาพขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความไม่สบายใจของทุกคน เพราะความเป็นเพื่อนของหนุ่มต่างสีผิวนั้นท้าทายความเป็นจริงอันโหดร้ายของชุมชนซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่
หนังยังมีตัวละครอื่นๆ ที่ทำให้เราเห็นอกเห็นใจและติดตาม ไม่ว่าจะเป็น ลอรา ภรรยาผู้ไร้สุข เหน็ดเหนื่อย และอดทน หรือจะเป็น ฟลอเรนซ์ ผู้หญิงที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นความงามและความโหดร้าย ผู้ไม่ยอมให้กับความทุกข์ รวมทั้งแฮปผู้ทำทุกอย่างให้กับครอบครัว ฯลฯ
หนัง Mudbound นำเสนอประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดของอเมริกา ทั้งเรื่องราวการเหยียดสีผิว คูคลักซ์แคลน ชีวิตชาวไร่อันยากลำบากในมิสซิสซิปปี อาการความเครียดหลังจากเหตุการณ์สะเทือนใจ (อย่างเช่นสงคราม) ฯลฯ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เราเคยรับรู้จากหนังหรือหนังสืออื่นๆ มาก่อนแล้ว แต่นั่นไม่ได้ลดทอนความน่าติดตามของหนังเรื่องนี้ ซึ่งสั่นคลอนหัวใจให้สั่นไหว แม้ว่าจะดูหนังจบไปแล้วก็ตามที
ผลงานหนังยาวเรื่องที่ 2 ของผู้กำกับหญิง ดี รีส ซึ่งจะทำให้ชื่อของเธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น หนังเรื่องนี้ยังรวมนักแสดงฝีมือเยี่ยม ซึ่งดูเหมือนว่าทุกคนไม่ออมมือกันเลย Mudbound มีภาพและโทนสีที่ผ่านการดูแลอย่างละเอียดอ่อน ทั้งสร้างบรรยากาศและบอกเล่าอารมณ์ลึกซึ้ง หนังทำให้คนดูคิดถึงเรื่องราวและบรรยากาศในหนังสือของ วิลเลียม โฟล์คเนอร์ ที่มักบรรยายวนเวียนอยู่กับทางตอนใต้ของอเมริกา โดยเฉพาะมิสซิสซิปปี







