posttoday
จับโกงอย่าเลือกปฏิบัติ

จับโกงอย่าเลือกปฏิบัติ

24 กุมภาพันธ์ 2561

กรณีองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้แถลงผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)

โดย...กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์ 

กรณีองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้แถลงผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ประจำปี 2560 นั้น ปรากฏว่าจาก 180 ชาติ ประเทศไทยได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 96 จาก ปี 2559 ที่อยู่ในอันดับ 101 ด้วยคะแนนทั้งหมด 37 คะแนน จากเดิมที่ได้ 35 คะแนน ในภาพรวมถือว่าผลอันดับจะขยับขึ้นเล็กน้อยดีกว่าในปีที่ผ่านมา แต่ผลคะแนนที่ได้ 37 คะแนน ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีซีพีไออยู่ที่ระดับ 43 คะแนน ซึ่งไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลได้คาดหวังไว้

ทั้งนี้ ผลจากการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตได้ ซึ่งไม่เป็นไปตามคำมั่นสัญญากับประชาชนในช่วงแรกที่เข้ามายึดอำนาจที่ขึงขัง ประกาศสงครามกับการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ

แม้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นจะฝั่งรากลึกยาวนานในสังคมไทย ซึ่งยากที่จะแก้ไขให้หมดไปด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศกว่า 3 ปี มีเครื่องมือเบ็ดเสร็จ ในการจัดการกับคนทุจริตคอร์รัปชั่น ตามอำนาจมาตรา 44 ที่จะสั่งดำเนินการได้ทันที แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตให้บรรเทาเบาลงไปได้ ถือเป็นสิ่งที่น่าห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม เรื่องการแก้ปัญหาทุจริต พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมีความ เด็ดขาดมากกว่านี้ ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ สั่งจัดการกับฝ่ายตรงกันข้ามอย่างเต็มที่ แต่กลับละเว้นไม่ดำเนินการคนของรัฐบาลและ คสช.ที่ถูกกล่าวหา โดยพยายามเรียกหาหลักฐานใบเสร็จตลอดเวลา ซึ่งไม่ต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีต

อย่างเช่นกรณี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงค่าดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยว่าเริ่มมีสัญญาณดิ่งลงเรื่อยๆ หลังปี 2558 หลังเริ่มมีการจัดซื้อจัดจ้างโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยพบว่าอัตราการจ่ายใต้โต๊ะในปี 2560 อยู่ที่ 5-15% ถือว่าสูงสุดในรอบ 3 ปี นับจากปี 2558 ที่จ่ายเฉลี่ย 1-15% และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1-2 แสนล้านบาท

ประเด็นเรื่องนี้ แทนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้ตระหนักและไปตรวจสอบ กลับใช้วิธีเรียกอาจารย์ผู้ทำการสำรวจไปชี้แจง พร้อมกับบอกว่าผลสำรวจดังกล่าวเป็นการชี้แจงทางหลักวิชาการเฉยๆ ซึ่งไม่ได้มีหลักฐานชัดเจน เพียงแต่ว่าเป็นการประมาณการ ประเมินสถานการณ์ และถ้าจะจับให้ได้จริงว่าทุจริตเท่าไรมันต้องไปหาคนให้หลักฐานมา

เท่านั้นยังไม่พอ นายกฯ ยังย้ำว่าข้อมูลต้องชัดเจน เพราะการนำเสนอลักษณะแบบนี้บางทีมันอาจจะมีผลเสียกับประเทศ โดยเฉพาะต่างประเทศจะมองว่าประเทศมีทุจริตมากขึ้น ก็จะมีผลต่อการลงทุน และถ้าใครทุจริต ไม่ละเว้นแน่ ด้วยขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะลงโทษใครก็ได้

นอกจากนี้ ยังมีกรณีเรื่อง นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ได้ทำหนังสือถึงประธาน คตช. พิจารณาให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พ้นจากการเป็นกรรมการ คตช. อันเนื่องมาจากกรณีนาฬิกาหรู ก็ถูกตำหนิทำนองว่าอย่าพูดให้เกิดความสับสน ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของกฎหมาย

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่มีความกล้าหาญเพียงพอที่จะดำเนินการกับคนของตัวเองที่มีภาพลักษณ์พัวพันกับการทุจริต ซึ่งย่อมทำให้ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล คสช.ต้องเสื่อมลง

ดังนั้น ทางที่ดี พล.อ.ประยุทธ์ ต้องดำเนินการปราบทุจริตอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ เลือกปฏิบัติในการดำเนินการ เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69