posttoday

จ่าเฉยต้นแบบตำรวจที่จับต้องได้

09 ตุลาคม 2553

วันนี้ จ่าเฉย หรือจะเรียก จ่าเข้ม หรือหมวดบึ้ก อะไรก็แล้วแต่ ได้กลับมารับใช้ประชาชนอีกครั้งในสังกัดใหม่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)....

วันนี้ จ่าเฉย หรือจะเรียก จ่าเข้ม หรือหมวดบึ้ก อะไรก็แล้วแต่ ได้กลับมารับใช้ประชาชนอีกครั้งในสังกัดใหม่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)....

โดย...อิทธิกร เถกิงมหาโชค

“จ่าเฉย” หุ่นผู้ชายไทยไซส์ในฝัน ท่าทางบึกบึน หน้าตาเป็นมิตร ในชุดเครื่องแบบตำรวจจราจร น้ำหนัก 30 กิโลกรัม สูงชะลูดถึง 190 เซนติเมตร กว่า 100 นาย ที่ยืนตามสี่แยกทั่วกรุงเทพฯ เคยเรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของผู้พบเห็นจนรู้จักกันทั่วเมือง หายหน้าไปพักใหญ่หลังโดนพิษโยกย้ายถูกเด้งเข้ากรุกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สมัย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ เป็น ผบช.น. เมื่อปีกลาย

ครั้งนั้น พล.ต.ท.สัณฐาน สั่งเบรกหัวทิ่มสั่งให้ทุกโรงพักนครบาล 88 สน. ย้ายจ่าเฉยเข้ากรุทันที โดยให้เหตุผลว่ามีชาวบ้านร้องเรียนว่า ตำรวจ (จริง) ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ แต่กลับชอบแอบอยู่ในป้อมหรือหลังเสาไฟฟ้า เข้าทำนอง “จ่าเฉยยืนทื่อ จ่าจริงเบี้ยวงาน” เห็นว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง จ่าเฉยเลยตกเป็น “แพะรับบาป” เพราะตำรวจไม่ยอมทำงาน

Realistic Police ตำรวจจับต้องได้

จ่าเฉยต้นแบบตำรวจที่จับต้องได้

มาถึงวันนี้ จ่าเฉย หรือจะเรียก จ่าเข้ม หรือหมวดบึ้ก อะไรก็แล้วแต่ ได้กลับมารับใช้ประชาชนอีกครั้งในสังกัดใหม่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ที่คุมงานสำคัญทั่วประเทศจนจ่าตัวจริงน้ำลายไหลอยากโดนเด้งไปอยู่ด้วยตัวสั่นระริก

นาทีนี้ต้องยกนิ้วโป้งให้ “จ่าเฉย บช.ก.” ที่กระโดดข้ามห้วยจากนครบาลมาติดอาร์มสวยอยู่ใน บช.ก. ถือว่าสุดยอดจริงๆ

จ่าเฉยรีเทิร์นมามาดใหม่มีการเปลี่ยนปรับโฉมรูปลักษณ์จากเดิมเป็นชุดตำรวจจราจร เปลี่ยนเป็นชุดตำรวจเข้าเวรใส่สายแดง ติดอาร์มของแต่ละ บก. ในสังกัด บช.ก. ปรับแต่งสีให้สดใส หน้าตายิ้มแย้ม

แถมมีให้เลือกลงพื้นที่มากมาย ทั้งตำรวจกองปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจทางหลวง ตำรวจรถไฟ ตำรวจน้ำ ตำรวจป่าไม้ ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ ฯลฯ ที่มีเครือข่ายโยงใยทั่วไปหมดทั้งประเทศ

ไอเดียกิ๊บเก๋ในการเรียกตัวจ่าเฉยให้พ้นกรุ บช.น. ออกมาทำงานครั้งนี้เป็นของ ว่าที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รักษาราชการแทน ผบช.ก. หรือ อาจารย์กิ๊ก ที่เหล่าลูกศิษย์นักสืบคุ้นเคยกันดี เขาบอกว่า นวัตกรรมการใช้หุ่นทรงมนุษย์รูปร่างเทียบเท่าคนจริง เป็นสัญลักษณ์แทนตำรวจ หรือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แบบนี้ ถือเป็นครั้งแรกในโลกที่นำมาใช้และก็เกิดขึ้นในเมืองไทยเรานี้เอง

ขณะที่ตำรวจในต่างประเทศที่มีกิจการตำรวจทันสมัยกว่าเมืองไทยอย่างสหรัฐ แคนาดา อังกฤษ หรือยุโรป ยังไม่มีการใช้หุ่นจ่าเฉยแบบนี้เลย ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าจะนำองค์ความรู้แบบ Policing Community หรือตำรวจมวลชนสัมพันธ์มาใช้ปรับให้เหมาะสมกับคนไทยและสังคมไทยก็เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน

แต่เรื่องนี้อาจารย์กิ๊กยืนยันว่า อยากริเริ่มและรุกทำงานมวลชนประเภทนี้มานาน

จ่าเฉยต้นแบบตำรวจที่จับต้องได้

แล้ว จึงพยายามขับเคลื่อนองค์กรนี้ภายใต้แนวคิด Realistic Police คือ การปลุกปั้นตำรวจให้จับต้องได้ มีความใกล้ชิดประชาชนยิ่งกว่าเดิม จึงอยากให้จ่าเฉยเป็นตัวแทนของตำรวจในทุกโอกาสที่จะรับใช้ประชาชนได้

โดนดึงตัวมาอย่างนี้ จ่าเฉยทำได้หมดทั้งงานจราจร ประชาสัมพันธ์ สืบสวน หรือปราบปราม หรือแม้แต่ตั้งด่านจิตวิทยา ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในจำพวกอะราวด์เดอะเวิลด์ ทำทุกหน้าที่ที่เจ้านายอยากให้เป็น แถมไม่เคยบ่นหรือเถียงนายสักคำ เลยกลายเป็นขวัญใจชาวบ้านไปเลย

“จ่าเฉยถูกเก็บเข้ากรุอย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เคยมีเรื่องอื้อฉาวจนถูกถ่ายคลิป หรือถูกร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องส่วย จึงทำเรื่องขอกลับเข้าทำงานมาปฏิบัติหน้าที่ในสังกัด บช.ก. เพื่อเป็นตัวแทนของตำรวจ บช.ก.” เดอะกิ๊ก กล่าวติดตลกแต่สีหน้าจริงจัง

หลักคิดนี้ย้ำชัดเจนไปในทิศทางที่ว่า ตำรวจยุคใหม่ต้องมองไปข้างหน้า เน้นทำงานเชิงรุกไม่ใช่ทำงานเชิงรับเหมือนตำรวจยุคเก่าที่มีหน้าที่จับผู้ร้ายอย่างเดียว เวลาประชาชนมีเรื่องทุกข์ร้อนต้องคอยเข้าหาตำรวจ แต่ในยุคนี้ศตวรรษที่ 21 แล้วตำรวจต้องเข้าหาประชาชน และคอยทำงานบริการช่วยเหลือประชาชน

ยืนนิ่งสงบสยบม้งค้าผงขาว

วีรกรรมแรกหลังกลับเข้าทำงานอีกครั้งของจ่าเฉย เห็นจะเป็นเรื่องโจ๊กที่อาจไม่ตลกของมิจฉาชีพเท่าไรนัก เพราะจ่าเฉยโชว์ผลงานยืนตะเบ๊ะผู้ที่ขับรถผ่านจุดตรวจยาเสพติดบ้านท่างาม ในพื้นที่ สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ทำให้ น.ส.สุภาพ ธงชัย สาวม้งวัย 28 ปี เกิดตกใจเบรกรถดังลั่น

ตำรวจเห็นท่าทางมีพิรุธเรียกตรวจพบผงขาวเกือบครึ่งกิโลกรัมซุกอยู่ในรถ พอสอบสวนหนักเข้า เธอก็ยอมรับสารภาพว่า ระหว่างขับรถก่อนถึงด่านตรวจเหลือบไปเห็นจ่าเฉยยืนสวมแว่นตาดำ ใส่หน้ากากอนามัย ยกมือตะเบ๊ะทำความเคารพอยู่หน้าจุดตรวจ นึกว่าส่งสัญญาณให้หยุดรถจึงเหยียบเบรกกะทันหัน

จ่าเฉยต้นแบบตำรวจที่จับต้องได้

คดีนี้คนร้ายจนมุม เพราะเข้าใจผิดคิดว่า จ่าเฉยเป็นตำรวจจริง!

พอจอดรถพูดคุย ตำรวจสังเกตเห็น น.ส.สุภาพ มีอาการลุกลี้ลุกลนมีพิรุธหลายอย่าง จึงขอตรวจค้นในรถ ปรากฏว่าพบเฮโรอีนบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 2 ถุง ห่อหุ้มกระดาษสีขาวพันด้วยเทปกาว น้ำหนักรวม 348 กรัม ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่งด้านหลังเตรียมเอาไปส่งลูกค้าที่สนามบินดอนเมือง ที่กรุงเทพฯ ทว่า ปฏิบัติการลำเลียงผงขาวต้องยุติลงโดยอัตโนมัติ สาวม้งถูกตำรวจจับกุมเข้าซังเตแบบไม่คาดฝันด้วยฝีมือจ่าเฉยนี่แหละ...

ว่าที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อธิบายด้วยว่า ปรัชญาและหลักบริหารของตำรวจทั่วโลกที่เป็นสากล บอกไว้ว่า การใช้อำนาจจับกุมคนนั้นมีคุณภาพต่ำที่สุด แต่ก็ต้องคงอำนาจนี้ไว้สำหรับคนบางประเภท ขณะที่สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือ การให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องกฎหมายและการใช้ชีวิตในสังคม คืออำนาจที่มีคุณภาพสูงสุด จุดนี้เองคือสิ่งที่อยากผลักดันให้ตำรวจไทยเข้าในองค์ความรู้นี้

สิ่งที่รับไม่ได้มากที่สุดคือ การเห็นตำรวจรังแกประชาชนโดยเฉพาะคนจน ถือว่าไม่ยุติธรรม เพราะตำรวจต้องมีศักดิ์ศรีมากกว่านั้น เมื่อมารับตำแหน่ง ผบช.ก. ทางอาจารย์กิ๊ก บอกว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ยกมือโหวตให้เป็น ผบช.ก.รูปแบบใหม่ คือ ผู้รับใช้บริการและแก้ไขปัญหาให้ลูกน้อง ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากของผู้นำหน่วยตำรวจที่ต่างกับผู้นำแบบเก่าที่มีคำสั่งจากบนลงล่าง ซึ่งง่ายกว่ามาก

อาจารย์กิ๊ก กล่าวย้ำว่า ตำรวจไทยวันนี้ต้องกลับหลังหัน 360 องศา ถึงจะเข้าหาประชาชนได้ หมายความว่า วัฒนธรรมตำรวจเก่าๆ ที่เลวร้ายต้องโละทิ้งให้หมด ตำรวจทางหลวงจ้องแต่จะโบกรถไถเงินต้องเลิก อย่าทำตัวไร้สติ ตำรวจกองปราบปรามทำตัวรีดไถสถานบันเทิงก็ต้องเลิก ตำรวจไม่เคยฟังประชาชน ต้องหันมาฟังให้มากขึ้น

นี่คือทิศทางใหม่ของตำรวจไทย ที่ต้องหันมารับรู้และเข้าใจประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ผ่านบทบาท จ่าเฉย ที่พร้อมรับใช้ทุกคนแบบไม่มีปากเสียง !!!

ข่าวล่าสุด

เตือนประชาชน เช็ค AIS ก่อนแชร์! ลดข่าวคลาดเคลื่อน กรณีเรือบรรทุกน้ำมัน