posttoday
เกร็ดกฎหมาย

เกร็ดกฎหมาย

12 มกราคม 2561

การใช้ถ้อยคำในกฎหมายนั้นมิได้แตกต่างจากการใช้ถ้อยคำในที่อื่นๆมันไม่ใช่ "แบบ" (Form) แต่เป็น "ลีลา" (Style) การเขียนที่มี "วิวัฒนาการ"

โดย...ปกรณ์ นิลประพันธ์

การใช้ถ้อยคำในกฎหมายนั้นมิได้แตกต่างจากการใช้ถ้อยคำในที่อื่นๆมันไม่ใช่ "แบบ" (Form) แต่เป็น "ลีลา" (Style) การเขียนที่มี "วิวัฒนาการ" มาต่อเนื่องการตอบคำถามที่ว่าทำไมกฎหมายนั้นจึงใช้ความเช่นนั้น แตกต่างจากกฎหมายอื่นที่ใช้ความเช่นนี้ จึงไม่ใช่การตอบว่าง่ายๆ ว่ามันเป็น "แบบ" โดยไปค้นหาจำนวนกฎหมายที่ใช้ความอย่างเดียวกันมาสนับสนุนว่ามีการใช้ความนั้นมากกว่าการใช้ความอย่างนี้ แล้วต้องยึดความที่มีจำนวนมากกว่าเป็น "แบบ"

เมื่อไม่นานนี้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่ง มีการใช้ข้อความที่มีความหมายเช่นเดียวกันถึง 3 ถ้อยคำ คือ "ให้นำมาตรา...มาใช้ บังคับ" ประการหนึ่ง "ให้นำบทบัญญัติมาตรา...มาใช้บังคับ" ประการหนึ่ง และ "ให้นำความในมาตรา...มาใช้บังคับ" อีกประการหนึ่ง ก็มีการถามกัน ขึ้นมาว่ามันมีความหมายเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เพราะอ่านแล้วมันก็ได้ ความว่าให้นำความในมาตราที่อ้างถึงนั่นแหละมาใช้บังคับ แต่ทำไม่ถึงเขียน ลักลั่นกัน

เรียนอย่างนี้ครับว่า เมื่อแรกที่สยามประเทศเริ่ม Modernization กฎหมายเพื่อยกเลิกสนธิสัญญาสิทธิสภาพนอกอาณาเขตกับฝรั่งมังค่าทั้งหลายนั้น เรามีการตั้งกรรมการชำระประมวลกฎหมายเพื่อให้กฎหมายสยามเป็นสากลตามแบบอย่างฝรั่งครับ กรรมการชำระประมวลกฎหมายนี้มีผู้เชี่ยวชาญฝรั่งมากกว่าไทย เวลาเขายกร่างประมวลกฎหมายกัน ณ เวลานั้นเขาจึงยกร่างเป็นภาษาอังกฤษครับ เป็นที่ยุติอย่างไรแล้วจึงแปลเป็นภาษาไทย

อย่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นี่ต้นร่างเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ผู้สนใจสามารถขอดูได้ที่ห้องสมุด ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา ของเก่านี่เขาละเอียดครับ มีการทำ Glossary ไว้ด้วยว่ามาตราไหน มาจากกฎหมายต่างประเทศมาตราใด อย่างการใช้ถ้อยคำที่เป็นปัญหาที่ยกมาข้างต้นนั้นต้นร่างภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า "The provisions of section ... shall be applied..." เมื่อแปลเป็นภาษาไทย คณะท่านผู้แปลจึงใช้คำว่า"ให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา...มาใช้บังคับ" แปลตรงเป๊ะเลย ลองดูในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เลยครับ

ต่อมา เมื่อเวลาร่างกฎหมายในยุคหลังๆ เราไม่ได้ร่างกฎหมายเป็นภาษาอังกฤษแล้วจึงแปลเป็นไทยแล้ว การใช้ถ้อยคำในกฎหมายจึงไม่เคร่งครัดเพราะไม่ต้องแปลอย่างเมื่อแรกทำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำที่ว่า จึงมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จาก "ให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา...มาใช้บังคับ" มาเป็น "ให้นำบทบัญญัติมาตรา... มาใช้บังคับ" คำว่า "แห่ง" เริ่มหายไปก่อน ต่อมาก็กลายเป็น "ให้นำมาตรา...มาใช้บังคับ" เพราะผู้ร่างกฎหมายในยุคต่อๆ มาเห็นว่ามันเป็นการนำมาตรา...มาใช้บังคับทั้งมาตรา จึงไม่จำเป็นต้องเขียนคำว่าบทบัญญัติอีก คำกร่อนไปเรื่อยๆ

ต่อมาผู้ร่างมีความเห็นว่า การนำมาตรา...มาใช้บังคับนั้น เป็นการนำ "ความ" ในมาตรานั้นมาใช้บังคับ ไม่ใช่นำ "มาตรา" นั้นมาใช้บังคับ จึงใช้ความว่า "ให้นำความในมาตรา...มาใช้บังคับ" ซึ่งสอดคล้องกับหลักการเดิมเมื่อแรก ที่มีการยกร่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพียงแต่ลดรูปจากการเขียน ความเต็มที่ใช้คำว่า "ให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา...มาใช้บังคับ" เป็น "ความ ในมาตรา..." เท่านั้นเอง และเวลาแปลเป็นภาษาอังกฤษก็ยังคงใช้ "The provisions of section..." คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เห็นด้วยกับแนวทางนี้จึงใช้ความว่า "ให้นำความในมาตรา...มาใช้บังคับ" ในรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

อนาคตจะกร่อนคำหรือลดรูปไปอย่างไรอีก คงต้องติดตามดูกันต่อไป ภาษามีวิวัฒนาการตามสภาพสังคมครับ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่