posttoday
ให้เปลี่ยนชื่อวัดอินทาราม เป็นวัดสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ

ให้เปลี่ยนชื่อวัดอินทาราม เป็นวัดสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ

31 ธันวาคม 2560

จากการที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ทำการฉลอง 250 ปี แห่งการสถาปนากรุงธนบุรี

โดย...ส.สต

จากการที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ทำการฉลอง 250 ปี แห่งการสถาปนากรุงธนบุรี เป็นเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2560-28 ธ.ค. 2561 นั้น ผู้เขียนจึงไปวัดอินทาราม เพื่อหาข้อมูลประกอบงานฉลอง เพราะวัดแห่งนี้มีวัตถุสถานหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประกอบกับวัดนี้มีศักดิ์และฐานะสูงเป็นถึงพระอารามหลวงชั้นเอกอุ นอกจากนั้นยังมีพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมอัฐิและราชูปโภคขององค์มหาราชพระองค์นั้นตั้งอยู่ด้วย

ปัจจุบันวัดอินทาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเรียกว่า วัดบางยี่เรือนอก และวัดสวนพลู หรือวัดบางยี่เรือไทย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงสร้างและปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งหมด แล้วได้สถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ พระองค์เสด็จมาทรงศีล ปฏิบัติกรรมฐาน วัดนี้จึงเป็นวัดใหญ่และมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งในสมัยนั้น

วัดแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งพระเมรุเพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพพระราชมารดาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเป็นที่ฝังและพระราชทานเพลิงศพองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลังจากสวรรคตในปี 2325 ปัจจุบันมีพระเจดีย์บรรจุพระบรมอัฐิและพระเจดีย์บรรจุพระอัฐิอัครมเหสี ตั้งอยู่เคียงคู่กัน

เมื่อเปลี่ยนรัชกาล และที่ตั้งเมืองหลวงใหม่ วัดนี้ยังมีฐานะเป็นพระอารามหลวงอยู่ตลอดรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะว่ามีพระราชาคณะครองวัดถึง 3 รูป แต่หลังจากนั้นก็ขาดการปฏิสังขรณ์ จึงชำรุดทรุดโทรมตามลำดับ ลุถึงสมัยรัชกาลที่ 3 พระยาศรีสหเทพ (ทองเพ็ง) ได้บูรณะขึ้นใหม่ จากนั้นน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 3 แต่ฐานะของวัดลดลง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี พร้อมทั้งได้รับพระราชทานนามว่า วัดอินทาราม ที่กล่าวมานี้เป็นข้อมูลบางส่วน ที่ กทม.ทำมาติดไว้ที่ถนนเทอดไท

ให้เปลี่ยนชื่อวัดอินทาราม เป็นวัดสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ

 

เมื่อผู้เขียนเข้าไปที่เขตพุทธาวาส ซึ่งเป็นที่ตั้งพระอุโบสถขนาดใหญ่ สถาปัตยกรรม สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีรูปลักษณ์พิเศษ เรียกกันว่า พระอุโบสถตกท้องสำเภา หมายถึงพระอุโบสถที่ส่วนฐานของอาคารเป็นรูปทรงอ่อนโค้ง ในบริเวณพระอุโบสถนั้นขนาบด้วยพระวิหารทั้งสองด้าน

ด้านพระอุโบสถที่ติดกับคลองบางกอกใหญ่ มีใบเสมาโบราณขนาดใหญ่ อายุอาจถึงยุคสุโขทัย ตั้งอยู่ ถัดไปเป็นพระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ส่วนด้านที่ติดกับถนนเทอดไทมีพระเจดีย์ 3 องค์ และลักษณะพระปรางค์อีก 2 องค์ตั้งอยู่

ถัดจากบริเวณที่ตั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ที่กล่าวแล้ว เป็นที่เกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้แก่ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่ง กทม.ให้ข้อมูลว่า เป็น 1 ใน 4 ศาลขนาดใหญ่ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในฝั่งธนบุรี ที่จะมีผู้คนมาสักการะเป็นจำนวนมาก ในวันเสาร์-อาทิตย์ เทศกาลตรุษจีน วันงานประจำปีของวัด วันที่ 10-19 มี.ค.  และวันที่ 28 ธ.ค.ของทุกปี (วันปราบดาภิเษก) กลุ่มคนที่มาสักการะมากที่สุด จะเป็นคนเชื้อสายจีน

ข้อมูลของ กทม.ยังกล่าวต่อว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสวรรคตไปแล้วกว่า 200 ปี แต่ในความรู้สึกของชาวไทย พระองค์มิได้สูญหายไป เพียงแต่เปลี่ยนสถานะจากพระมหากษัตริย์ยอดนักรบผู้กู้ชาติ มาเป็นองค์ศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาบ้านเมือง พระองค์คือวีรบุรุษของชาติ พระองค์เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและเสียสละที่ได้กอบกู้บ้านเมือง ดังนั้นศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงเป็นเสมือนที่พึ่งทางใจแก่ปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะผู้คนย่านฝั่งธนบุรี

ด้านหน้าศาลนั้น เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ย่อมุมไม้ 12 จำนวน 2 องค์ ซึ่งองค์ซ้ายมือ เมื่อหันหน้าเข้าหาศาล หันหลังให้คลองบางกอกใหญ่ คือ พระเจดีย์บรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหารช องค์ที่คู่กันทางขวามือ เป็นพระเจดีย์บรรจุพระอัฐิอัครมเหสี ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ให้เปลี่ยนชื่อวัดอินทาราม เป็นวัดสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ

 

ที่กล่าวมานี้ คือ วัตถุโบราณ รวมทั้งพระแท่นบรรทม ตั้งอยู่ในศาลที่เกี่ยวข้องกับวีรบุรุษชาวไทยที่สามารถเห็นได้ในปัจจุบัน

เมื่อทอดตาไปตามคลองบางกอกใหญ่ ซึ่งเป็นซูเปอร์ไฮเวย์ทางน้ำในอดีต ก็มีความคิดแวบหนึ่งขึ้นมาว่า ภาครัฐนำโดยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ควรจะทำการเทิดพระเกียรติยศของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชให้ระบือไกลยิ่งขึ้น โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เปลี่ยนชื่อวัดอินทารามใหม่ ว่า วัดสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทั้งนี้นอกจากเทิดพระเกียรติวีรบุรุษของชาติแล้ว ยังเป็นการเทิดทูนสถาบันไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมแบบยั่งยืนด้วย

เหตุผลที่สนับสนุนในการเปลี่ยนชื่อ คือ อินทาราม เป็นชื่อใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 การจะหาเหตุผลมาอ้างว่าเพราะอะไรจึงพระราชทานนามนั้นหาได้ยาก นอกข้อมูลจากหนังสือ ธนบุรีนี้มีอดีต โดย ป.บุนนาค ที่อ้างหนังสือศิลปกรรมในกรุงเทพมหานคร ของ น.ณ ปากน้ำ อีกทอดหนึ่งว่า ในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช มีเจ้าอาวาสของวัดรูปหนึ่ง ทรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมมุนี ต่อมาลาสิกขา เพราะต้องอธิกรณ์ว่าทำเมถุนกรรมทางเว็จมรรคกับศิษย์ แต่เป็นคนมีความรู้ความสามารถสูง จึงให้นายอิน พรหมมุนี เป็นหลวงธรรมาธิบดี เจ้ากรมสังฆการีซ้าย พระราชทานภรรยาหลวงราชมนตรีผู้ถึงแก่กรรมให้เป็นภรรยาทั้งสองคน

ดังนั้น คำว่า อินทาราม จึงสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากชื่อนายอิน พรหมมุนี ก็ได้ (ควาเห็นของผู้เขียน) ข้อเสนอให้เปลี่ยนชื่อวัด ถ้าได้รับการสนับสนุนจากนักประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม ย่อมจะได้ชื่อว่าเป็นการฉลอง 250 ปี การสถาปนากรุงธนบุรี อย่างมีความหมาย และเป็นการเทิดพระเกียรติมหาราช ผู้ทรงเป็นวีรบุรุษชาติไทย อย่างยิ่งใหญ่สืบไปชั่วกัลปาวสาน

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน