posttoday
ชีวิตนี้ไม่มีอะไรพอดี

ชีวิตนี้ไม่มีอะไรพอดี

03 ตุลาคม 2553

ชีวิตก็เป็นเช่นนี้แหละ เมื่อไหร่ที่เราไม่ได้คิดเอาเปรียบใคร ย่อมไม่ผิด บางทีเงินอาจไม่จำเป็นที่สุด ขอแค่ให้รู้ว่าเรามีชีวิตต่อไปในวันพรุ่งนี้เพื่ออะไร ก็น่าจะทำให้มีความสุขได้แล้ว.....

ชีวิตก็เป็นเช่นนี้แหละ เมื่อไหร่ที่เราไม่ได้คิดเอาเปรียบใคร ย่อมไม่ผิด บางทีเงินอาจไม่จำเป็นที่สุด ขอแค่ให้รู้ว่าเรามีชีวิตต่อไปในวันพรุ่งนี้เพื่ออะไร ก็น่าจะทำให้มีความสุขได้แล้ว.....

โดย...พิเชษฐ์ ชูรักษ์

เพื่อนรุ่นพี่ คุณพ่อลูกหนึ่ง วัย 40 เศษ มุ่งมั่นกับการเป็นนายหน้าขายที่ดิน ด้วยหวังว่าส่วนแบ่ง 3% จากมูลค่าที่ดิน 200 ล้าน จะเสกฉากฝันของชีวิตที่เหลืออยู่ได้อย่างสบาย เขาวาดฝันว่าเงินก้อนนี้สามารถฝาก “อนาคต” ของลูกชายวัย 2 ขวบได้โดยไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้อะไรอีก ด้วยหน้าที่การงานแลกเงินเดือนประจำก็แค่พอประทังชีวิต หมดไปกับค่าผ่อนทาวเฮาส์ ผ่อนรถ ค่าจ้างเนิร์สเซอรีเลี้ยงลูก ฯลฯ

ชีวิตนี้ไม่มีอะไรพอดี

ชายผิวเข้มสำเนียงทองแดง อยากกลับไปอยู่ต่างจังหวัดบ้านเกิดในบั้นปลาย เพราะหมดความอดทนกับการเป็น “คนเมือง” ต่อไปไม่ไหว --- ความรู้ระดับปริญญาโทปิดโอกาสให้ไปรับใช้ชนบทห่างไกล ขณะที่การปักหลักครอบครัวอยู่ในเมืองหลวงก็มีหลายเหตุปัจจัยให้เกี่ยวพันกันอีนุงตุงนัง คู่ชีวิตอยากให้ลูกชายได้เข้าเรียนโรงเรียนดีๆ จะได้มีสังคมดีๆ คบเพื่อนดีๆ แม้รายได้สองแรงจะบีบรัดจนแทบดิ้นไม่ออก

เงินเท่านั้นที่จะทำให้เขาได้ทำอย่างที่ตั้งใจ

“ความฝันก็อย่างหนึ่ง แต่โลกแห่งความเป็นจริงของคนเรามักเดินสวนทางกันเสมอ”

...เพื่อนร่วมวงเปรยให้กำลังใจ

“ผมไม่ได้ขายจิตวิญญาณนะ แม้ที่ดินริมทะเลอันดามันผืนนั้นจะตกไปอยู่ในมือของนายทุนต่างชาติ”

...เขาปล่อยให้สำนึกใต้ก้นบึ้งของตัวเองไหลออกมาปลอบประโลม

“เราเป็นลูกจ้างไม่ว่าบริษัทไหนมันก็เอาเปรียบเราทั้งนั้น ไม่ผิดใช่มั้ยถ้าผมอยากจะมีเงินเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”

หนุ่มใหญ่ผู้เดินทางไกลมาจากย่านตาขาว ตั้งคำถาม ...ก่อนจะพร่ำเพ้อถึงการใช้ชีวิตช่วงกว่า 20 ปี ในมหานคร ที่โรยไปด้วยสะเก็ดระเบิดรายวัน

ค่ำคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว --- คนร่วมวงวัยไล่เลี่ยได้แต่ให้กำลังใจกันและกัน ---“ชีวิตก็เป็นเช่นนี้แหละ เมื่อไหร่ที่เราไม่ได้คิดเอาเปรียบใคร ย่อมไม่ผิด บางทีเงินอาจไม่จำเป็นที่สุด ขอแค่ให้รู้ว่าเรามีชีวิตต่อไปในวันพรุ่งนี้เพื่ออะไร ก็น่าจะทำให้มีความสุขได้แล้ว”

เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ของชายวัยกลางคนเริ่มแผ่วเบา เลือนหาย --- ก่อนจะปล่อยให้สายฝนกระหน่ำราดรดเมืองไปจนรุ่งสาง

***************************

“จะทำยังไงดี มันโทร.มาขายประกันวันหนึ่งสามสี่รอบ ด่าก็แล้ว อะไรก็แล้ว ไม่ยอมหยุด”

เสียงบ่นในวงสนทนาเพื่อนร่วมวง ไปนั่งอยู่วงไหนก็มักมีเสียงบ่นเรื่องขายประกันทำนองนี้ให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง คิดไปคิดมาก็น่าแปลกใจที่หาใครออกมาจัดการ “พวกโจรกรรมสิทธิคนอื่น” ไม่ได้สักที กฎห้ามโทร. ที่ว่าพยายามจะออกมาก็ไม่มีเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ

ในหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีแต่ข่าวบริษัทประกันโตวันโตคืน ตั้งเป้าแย่งส่วนแบ่งการตลาดกันครึกโครม เปิดโปรดักต์ใหม่ๆ แย่งลูกค้า ชูแคมเปญผลตอบแทนดี ลดหย่อนภาษีได้ ฯลฯ

---ทุกบริษัทตั้งเป้าโกยรายได้ให้ได้พันล้านหมื่นล้าน แต่ไม่มีบริษัทไหนคิดค้นนวัตกรรมกำจัดพฤติกรรมถ่อยเถื่อนของพนักงานโทร.จิกขายประกันแม้แต่รายเดียว
“ฉันว่าถ้ามันโผล่หน้ามาให้เห็น ฉันอาจจะฆ่ามันตายก็ได้นะ”

เพื่อนอีกคนสมทบด้วยความโกรธแค้น ที่ถูกฉกเบอร์โทรศัพท์มือถือไปหาประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต

“ทำใจเถอะเพื่อนในโลกทุนนิยมที่ไร้จริยธรรม มนุษย์พวกนี้มันไม่เคยคิดจะแสดงความรับผิดชอบอะไรอยู่แล้ว ระวังบริษัทเอ็งเถอะมันอาจจะทำประกันชีวิตให้เพื่อรอรับค่าสินไหมทดแทนหลังเอ็งตาย โดยที่เอ็ง กระทั่งลูกผัวที่อยู่ข้างหลังไม่เคยรับรู้เลยก็ได้นะ”

***************************

ผู้คนหลากหลายอาชีพกระโดดเข้าใส่โรงละครชีวิตของ “แอนนี่ บรู๊ค” อย่างบ้าคลั่ง ทั้งเพศชายเพศหญิงล้วนเข้าไปตักตวงโลมเลียคราบน้ำตาจากเธออย่างหิวกระหาย ไม่ว่าผู้บริหารต้นสังกัดของฟิล์ม รัฐภูมิ, ช่อง 3 สื่อแขนงอื่น, องค์กรและบุคคลอีกจำนวนมาก ส่วนหนึ่งอาจกระโจนเข้ามาด้วยความปรารถนาดี แต่หวังโหนกระแส “ฟิล์ม-แอนนี่ฟีเวอร์” ประชาสัมพันธ์องค์กรตัวเอง

บางคนร้ายกว่าฟันธงเสมือนจบดอกเตอร์สูติ-นารีแพทย์ว่า “เด็กชายฑีฆายุ” เป็นลูกฟิล์มแน่นอน...ฟิล์ม ต้องรับผิดชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ทั้งที่ๆ เธอคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยกับเตียงนอนในค่ำคืนนั้น

ถ้อยน้ำเสียงไล่เรียงน้ำหนักกรัมต่อกรัมแล้วล้วนพยายามฟันกำไรจากฟิล์มและแอนนี่ บรู๊ค ให้ได้มากที่สุด ทำไปได้ขนาดที่ผู้บริหารค่ายเทปยักษ์ใหญ่ลงทุนเปิดแถลงย่ำยีผู้หญิงผ่านจอทีวีว่า “มีผัว 4 คนในคราวเดียวกัน”

ไม่มีแรงบันดาลใจอื่นแหกปากให้ชายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในศึกเต้นกินรำกินพูดอย่างนั้นได้ นอกจากกระดาษสีม่วงที่หล่นหายไประหว่าง “อุบัติรัก” ของชาย-หญิงวงการมายา

รุ่นน้องเล่าให้ฟังสดๆ ร้อนๆ “เพื่อนผมยิ่งกว่าแอนนี่อีกพี่ มันไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กในท้อง” “เพิ่งเลิกกับแฟนแล้วไปคบคนใหม่วัย 40 ปลายๆ เป็นเสี่ยหรือเปล่าไม่รู้ ตอนนี้น่าจะท้องได้ 2 เดือนแล้ว” 

 ...ชีวิตนี้ไม่มีอะไรพอดี (จริงๆ)

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน