
เอกชัย เจียรกุล กับ ภูมิคีตา บทเพลงของแผ่นดิน
ชาวดนตรีคลาสสิกทั่วโลกรู้จักหนุ่มไทยคนนี้เป็นอย่างดี เบิร์ด-เอกชัย
โดย มัลลิกา นามสง่า ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
ชาวดนตรีคลาสสิกทั่วโลกรู้จักหนุ่มไทยคนนี้เป็นอย่างดี เบิร์ด-เอกชัย เจียรกุลเพราะเป็นคนไทยและคนเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลชนะเลิศกีตาร์คลาสสิก Guitar Foundation of America International Concert Artist Competition 2014 (GFA 2014) นับเป็นที่สุดของการแข่งขันกีตาร์คลาสสิกระดับโลก
ไม่เพียงมีความเพียรสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเท่านั้น แต่เอกชัยได้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปบรรเลงให้ชาวต่างชาติ อีกหลายประเทศทั่วโลกที่เขาได้มีโอกาสไปแสดงคอนเสิร์ตในฐานะแชมป์ GFA 2014 ให้รับฟังและรู้จักเพลงที่พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชนิพนธ์ เพื่อแสดงถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์
บทเพลงพระราชนิพนธ์เปลี่ยนชะตาชีวิต
เมื่อกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เอกชัยเพิ่งมีคอนเสิร์ตใหญ่ “สติล ออน มาย ไมนด์ เดอะ อะคูสติคไนท์ ทริบิวท์ ทู เดอะ เกรท คิง พรีเซนเตด บาย ไทยเบฟเวอเรจ” ด้วยการนำบทเพลงพระราชนิพนธ์กว่า 17 เพลง มาเรียบเรียงใหม่
“ผมชื่นชอบบทเพลงพระราชนิพนธ์เป็นอย่างมาก บทเพลงพระราชนิพนธ์เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจทำให้ผมเริ่มเล่นกีตาร์คลาสสิก จนส่งผลให้ผมสามารถได้แชมป์โลก”
การเกิดขึ้นของคอนเสิร์ตจึงเป็นอีกหนึ่งความฝันอันสูงสุดของเอกชัย
“ชะตาชีวิต” คือบทเพลงแรกที่เขาหัดเล่นเมื่ออายุ 10 ขวบ “ผมเข้าวงโยธวาทิตเล่นทรัมเป็ต เพลงพระราชนิพนธ์เป็นเพลงยอดนิยมของวงเลย ไม่ต้องถูกปลูกฝังว่าต้องเล่น แต่พอเข้าสายดนตรีเราก็คุ้นเคยทันที
พอสอบเข้ามัธยมโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จ.อุบลราชธานี ผมใช้ความสามารถพิเศษสอบเข้า ก็เป่าทรัมเป็ตเพลงชะตาชีวิต รับแค่ 7 จาก 500 คน
แล้วเข้าวงโยธวาทิตเห็นรุ่นพี่เล่นกีตาร์คลาสสิกเพลงชะตาชีวิต ได้ยินเสียงแล้วเพราะมาก เป็นความตื่นตามากที่ดนตรีชิ้นเดียวทำเสียงได้หลายอย่าง เพลงชะตาชีวิตก็เปลี่ยนชีวิตผมอีกครั้งให้มาหัดเล่นกีตาร์คลาสสิก”
ชะตาชีวิต บนถนนสายกีตาร์คลาสสิก
ความมุมานะของเอกชัยในการเดินสายแข่งขันกีตาร์คลาสสิกเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนในแวดวง จากเดินสายแข่งขันด้วยกำลังของตัวเอง ก็มีหน่วยงานเอกชนเข้ามาสนับสนุน นั่นคือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ
หลังจากได้แชมป์ GFA 2014 เอกชัยได้รับสัญญาบันทึกแผ่นซีดีกับบริษัทค่ายเพลงคลาสสิกระดับโลก 2 ค่ายใหญ่ คือ Naxos และ GHA ในชื่ออัลบั้ม Ekachai Jearakul Guitar Recital มีเพลงที่ใช้ในรายการแข่งขัน และเพลงพระราชนิพนธ์ 3 เพลง คือ แก้วตาขวัญใจ Oh I say และ แสงเดือน
“แผ่นนั้นเป็นเหมือนนามบัตรชูว่าเราเป็นใคร ให้ชาวต่างชาติได้เห็นศักยภาพ อาจฟังยากเพราะเทคนิคใส่สุดยอด แผ่นนี้ทำขายทั่วโลก ตอนทำผมคุยกับโปรดิวเซอร์ว่าเราอยากนำเสนออะไรบ้างที่เป็นตัวตนของเรา และประเทศไทยเรามีบทเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งเขาไม่รู้จัก ผมก็แนะนำและเล่นให้ฟัง ผมต้องการนำบทเพลงพระราชนิพนธ์ให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก
เขาฟังแล้ว ไม่คิดว่าพระราชาของเราจะประพันธ์เพลงได้ระดับเดียวกับนักดนตรีที่เก่งมาก เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเขา ยิ่งพอได้ฟังเวอร์ชั่นเรียบเรียงใหม่เขายิ่งตื่นเต้น เพลงมีความหรูหรามีชั้นเชิง ทั้ง 3 เพลงไม่ได้แตกต่างจากเพลงระดับโลกที่ใช้ในการแข่งขันเลย”
ก่อนได้แชมป์ เอกชัยนักดนตรีในโครงการ ThaiBev ThaiTalent ได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ 15 เพลงมาจัดบรรเลงด้วยกีตาร์คลาสสิก เพื่อเผยแพร่เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 และโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษาในปีถัดมา ของในหลวงรัชกาลที่ 9
ครั้งนั้นเขาได้ร่วมงานกับนักดนตรีระดับโลกหลายคนที่มาเป็นผู้เรียบเรียงบทเพลง ทั้ง เฟรเดอริก แฮนด์, วิลเลียม คาเนนไกเซอร์, อาร์เทน วาสสิเลฟ และแอนดรูว์ ยอร์ก
“ตอนนั้นทำแจกหมื่นแผ่น ผมมีความรู้สึกว่า ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มคนที่ต้องการฟังจริงๆ เหมือนเรายังไม่สุดในเจตนารมณ์ที่เราอยากทำ
เมื่อจบการเดินสายแข่งขัน ได้แชมป์โลก มันคือที่สุดของการแข่งขันแล้ว จากนั้นผมก็ทัวร์คอนเสิร์ตปี 2015 จำนวน 60 คอนเสิร์ตทั่วโลก ใช้เวลา 2-3 คอนเสิร์ตต่อสัปดาห์”
ทุกคอนเสิร์ตเอกชัยนำบทเพลงพระราชนิพนธ์ขึ้นแสดงด้วยเสมอ “เป็นสิ่งที่ตั้งใจมาก เพลงพระราชนิพนธ์จะไปกับเราทุกที่ ผลตอบรับเขาดีมาก เพลงคลาสสิกที่เราเล่นส่วนใหญ่เขารู้จักอยู่แล้ว แต่พอเพลงพระราชนิพนธ์เขาไม่รู้จัก ก็มีถามมากันเยอะจะหาฟังได้ที่ไหน เขาอยากเล่นตาม”
หลังจากจบการแสดงเอกชัยไม่ลืมที่จะกล่างถึงเพลงพระราชนิพนธ์บนเวทีตอกย้ำให้ชาวโลกได้รู้ถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9
“ด้วยการที่เราทัวร์เยอะไม่มีเวลาซ้อม แต่เพลงพระราชนิพนธ์ผมต้องซ้อมก่อนแสดงเสมอ ยิ่งบทกล่าวบนเวทีผมยิ่งฝึกพูดทุกเวทีเพราะไม่อยากสื่อสารผิด ในเวลา 1 นาทีนิดๆ ผมต้องการสื่อให้ทุกคนเข้าใจมากที่สุด
ที่คาเนกี้ ฮอลล์ นิวยอร์ก ผมถือเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม ผมฝึกพูดนานมาก ผมต้องการพาบทเพลงพระราชนิพนธ์ไปให้ไกลกว่านี้”
ความฝันอันสูงสุด ทุ่มทั้งชีวิต เพื่อ 48 บทเพลง
ภูมิคีตา คือโปรเจกต์ครั้งสำคัญในชีวิตนักกีตาร์คลาสสิก ที่มีความหมายว่า “เพลงของแผ่นดิน”
“พอจบทุกอย่าง ปี 2016 ผมก็กลับมาคุยกับทางไทยเบฟอีกครั้ง เพราะผมยังอยากทำเพลงพระราชนิพนธ์ต่อ คราวนี้ทำทั้งหมด 48 เพลง เป็นที่มาของโปรเจกต์ทุ่มทั้งชีวิตทำ
มีเพลงที่ผมเรียบเรียงเอง อย่าง ชะตาชีวิต, Still on My Mind ผมอยู่กับกีตาร์ 3 วันเต็มๆ อยู่กินกับกีตาร์ไม่ออกจากบ้าน มีกีตาร์ข้างๆ ตลอด แล้วซ้อมอีกหลายอาทิตย์สำหรับเพลงที่เรียบเรียงเอง
เพลงอื่นๆ ก็ใช้เวลาซ้อม 2-3 สัปดาห์ต่อ 1 เพลง ให้คล่องก่อนอัดเสียง เพราะอัดในโบสถ์เก่าที่ประเทศแคนาดา ให้ได้เสียงอะคูสติกจริงๆ ไม่มีเสียงจากคอมพิวเตอร์ อย่างเพลงช้าต้องอัดกลางคืนเท่านั้น แผ่นนี้จึงไม่เหมาะฟังเอาต์ดอร์ หรือฟังวอลุ่มดัง อันนี้เหมือนฟังสดแล้วมีรายละเอียดของเสียงครบ
คนเรียบเรียงก็ระดับโลก ทางไทยเบฟใช้งบประมาณในการเรียบเรียงค่อนข้างสูงเพื่อให้สมพระเกียรติ ซึ่งตอนนี้ในการอัดเสียงครบเรียบร้อยแล้ว เป็นมาสเตอร์พีซที่ผมภูมิใจ ผมใช้เวลา 99 เปอร์เซ็นต์ในชีวิตทำโปรเจกต์นี้”ภูมิคีตา รอกำหนดวางจำหน่าย ซึ่งตั้งราคาไว้ที่ 999 บาท รายได้มอบให้มูลนิธิการกุศล และนี่คือผลงานครั้งสำคัญในชีวิตของเอกชัย นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลก ที่ต้องการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 สุดความสามารถทั้งหมดในชีวิตที่เขาได้เพียรฝึกฝนมา







