
กินดี ออกกำลังกาย ช่วยต้านโรคกระดูกพรุน
โรคกระดูกพรุนจัดเป็นโรคเรื้อรัง พบได้มากในผู้สูงอายุที่แคลเซียมในกระดูกลดลง ร่วมกับความเสื่อมของเนื้อเยื่อที่ประกอบเป็นโครงสร้างภายในกระดูก
เรื่อง กันย์
โรคกระดูกพรุนจัดเป็นโรคเรื้อรัง พบได้มากในผู้สูงอายุที่แคลเซียมในกระดูกลดลง ร่วมกับความเสื่อมของเนื้อเยื่อที่ประกอบเป็นโครงสร้างภายในกระดูก ทำให้เนื้อหรือมวลกระดูกมีความหนาแน่นลดลง จึงเปราะและแตกหักได้ง่าย ในขณะที่มีการสร้างกระดูกใหม่โดยใช้แคลเซียมจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ก็จะมีการสลายแคลเซียมในเนื้อกระดูกเก่าออกมาสู่เลือด และถูกขับออกมาทางของเสีย วันละประมาณ 600-700 มิลลิกรัม
เราจึงต้องได้รับแคลเซียมให้เพียงพอกับที่เสียไปเพื่อให้เกิดความสมดุล มิฉะนั้นร่างกายจะดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ตลอดเวลา มีผลทำให้กระดูกถูกทำลายมากกว่าการสร้าง เนื้อกระดูกจึงบางลงจนทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน
ปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน
1.ผู้หญิงผิวขาว และผู้หญิงเอเชีย
2.พันธุกรรม
3.อายุที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งหญิงและชาย (เฉลี่ย 65 ปีขึ้นไป)
4.การเกิดภาวะขาดฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้เซลล์สร้างกระดูกทำงานน้อยลง แต่เซลล์สลายกระดูกเพิ่มจำนวนและทำงานมากขึ้น ผลลัพธ์คือทำให้มวลกระดูกลดลง การขาดฮอร์โมนดังกล่าวมีผลทั้งเพศหญิงและเพศชาย และจะส่งผลกระทบมากที่สุดกับผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ส่วนในผู้ชายที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนเพศหรือตรวจพบระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเลือดต่ำ ก็พบว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนด้วย
5.การสูบบุหรี่เป็นประจำ ทำให้ร่างกายมีภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้นและทำให้แคลเซียมละลายออกจากกระดูก ผู้หญิงที่สูบบุหรี่ยังจะมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเลือดผู้หญิงต่ำกว่าปกติ และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดตีบจนส่งผลให้กระดูกขาดสารอาหารจากเลือดได้อีกด้วย
6.น้ำหนักตัวที่น้อยกว่ามาตรฐาน เนื่องจากคนผอมจะมีมวลกระดูกน้อยและเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย
7.ภาวะขาดสารอาหารสำหรับการสร้างกระดูก ซึ่งอาหารสำคัญของการสร้างกระดูกก็คือ โปรตีน แคลเซียม และวิตามินดี
8.การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เพราะการ สูญเสียน้ำหนักตัวในระยะเวลาอันสั้น อาจส่งผล กระทบต่อความหนาแน่นของกระดูกจนทำให้เกิดกระดูกพรุนได้
9.การรับประทานอาหารเค็มจัด หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง เพราะเกลือโซเดียมจะทำให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลงและเพิ่มการขับแคลเซียมทางไตมากขึ้น
10.การรักษาโดยการฉายรังสี หรือการให้สารเคมีก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีการทำลายเซลล์กระดูก ซึ่งนำไปสู่โรคกระดูกพรุน เช่นเดียวกับการใช้ยา Cyclosporine A ในผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ
11.การเสพติด แอลกอฮอล์ ดื่มชา กาแฟ ช็อกโกแลต ในปริมาณมาก เพราะแอลกอฮอล์และกาเฟอีนในเครื่องดื่มเหล่านี้จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของลำไส้เล็ก และยังเป็นสาเหตุทำให้ขาดสารอาหาร
12.การดื่มน้ำอัดลมในปริมาณมาก เพราะกรดฟอสฟอริกที่ทำให้เกิดฟองฟู่ในน้ำอัดลมจะทำให้ความสมดุลของแคลเซียมและฟอสฟอรัสเสียไป ทำให้มีฟอสฟอรัสมากขึ้น ร่างกายจึงจำเป็นต้องสลายแคลเซียมออกจากกระดูกมากขึ้น
13.การรับประทานอาหารประเภทโปรตีนหรือเนื้อสัตว์มากเกินไป เพราะการรับประทานโปรตีนมากเกินไปจะกระตุ้นให้ไตขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากผิดปกติ
14.เคยมีการเกิดภาวะกระดูกหักจากภาวะกระดูกเปราะบาง หรือเคยมีกระดูกหักแม้ไม่ทราบสาเหตุ เพราะหักครั้งหนึ่งแล้วอาจทำให้หักซ้ำได้อีก
15.การผ่าตัดเอารังไข่ทั้งสองข้างออกก่อนถึงวัยหมดประจำเดือน โดยไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทน
16.ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนอายุ 40-45 ปี ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเอง หรือได้รับการฉายรังสีที่รังไข่เพื่อรักษาโรคมะเร็ง หรือได้รับยาเคมีบำบัดใดๆ ก็ตาม
17.การใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยา สเตียรอยด์
การป้องกันโรคกระดูกพรุน
1.อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ทั้งหญิงและชาย ควรมีการตรวจวัดมวลกระดูกอย่างสม่ำเสมอ
2.กระดูกพรุน เป็นโรคที่เกิดขึ้นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากความหนาแน่นของมวลกระดูกผู้ชายมีมากกว่าผู้หญิง อีกทั้งผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนก็ลดลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เนื้อกระดูกลดลงอย่างรวดเร็วตามไปด้วย
3.หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน หรือบริโภคแต่พอสมควรและ รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกได้แก่ โปรตีน แคลเซียม และวิตามินดี
4.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่สร้างกระดูกและลดการทำงานของเซลล์สลายกระดูก แต่ถ้าขาดการออกกำลังกาย ไม่ขยับร่างกายหรือขยับร่างกายน้อย เซลล์สลายกระดูกก็เพิ่มจำนวนและทำงานมากขึ้น
5.รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกในปริมาณที่พอเพียง โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ ได้แก่ อาหารประเภทแคลเซียม
ดังนั้น ผู้ที่มีพื้นฐานทางพันธุกรรมที่ดีและมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่มีผลต่อกระดูก จะมีการเพิ่มขึ้นของมวลกระดูกได้ถึงขีดสุดเท่าที่ภายใต้ข้อจำกัดทางพันธุกรรม สิ่งที่สำคัญคือการดูแลในเรื่องพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตนั้นเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ n







