posttoday
ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ อัญมณีจากความรักและความสุข

ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ อัญมณีจากความรักและความสุข

16 ตุลาคม 2560

การเลือกปั้นแบรนด์ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งไม่กี่เดือน บริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน เป็นแบรนด์เครื่องประดับที่ ประคับประคองและเกิดขึ้นอย่างสง่างาม ท่ามกลางการหดตัวของเศรษฐกิจ


การเลือกปั้นแบรนด์ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งไม่กี่เดือน บริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน เป็นแบรนด์เครื่องประดับที่ประคับประคองและเกิดขึ้นอย่างสง่างาม ท่ามกลางการหดตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากสองพี่น้อง คือ ท็อป-ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ และ จนิษฐา ธีรวรชัย พี่สาวคนโต ร่วมกันบุกเบิกขึ้นเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ก่อนจะร่วมกันบริหารโดยพี่น้องทั้ง 4 คน ที่แบ่งหน้าที่ในการดูแลรับผิดชอบแต่ละฝ่ายตามความถนัดของตัวเอง โดย จนิษฐา พี่สาวคนโต ดูแลด้านดีไซน์ ปราณิศา น้องสาวคนที่ 3 ดูแลด้านการตลาดต่างประเทศ และวรวุฒิ น้องชายคนเล็ก รับผิดชอบด้านการผลิต

ท็อป-ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่ม บริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน ผู้ร่วมก่อตั้งดูแลด้านการตลาด หลังจบจากคณะบริหารธุรกิจ (การตลาด) จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (การจัดการ) ที่มหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา เขากลับมาเมืองไทยเริ่มต้นสั่งสมประสบการณ์การทำงานในหลายสายงาน ควบคู่กับการบริหารงานกลุ่มบริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน

ในช่วงเริ่มต้นนักธุรกิจหน้าใหม่ฝ่าฟันกับปัญหานานาจนกลายเป็นผู้นำด้านจิวเวลรี่ของเมืองไทย และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ครอบคลุมภาคพื้นเอเชียถึงยุโรป สหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลาง ด้วยความต้องการที่จะสร้างจุดเด่นที่แตกต่างให้วงการจิวเวลรี่ในเมืองไทยยุคนั้น ด้วยคอนเซ็ปต์ไฟน์ จิวเวลรี่ (Fine Jewelry) คือเครื่องประดับที่ใช้วัตถุดิบชั้นสูง ด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพชรและอัญมณีที่มีคุณภาพสูง และการผลิตงานฝีมือที่มีความประณีต จนกลายเป็นดีเอ็นเอของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ที่ว่า “ไม่ดีไม่ได้ ไม่สวยไม่ทำ”

“การทำงานแบบครอบครัว 4 คน แต่ละคนถนัดกันคนละแบบ ตอนแรกก็คุยกับพี่สาวในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ แต่เรายังไม่ได้คิดว่าน้องสาวกับน้องชายเขาจะสนใจไหม ช่วงเริ่มต้นมีปัญหาเยอะพอสมควร เราเป็นหน้าใหม่เริ่มต้นธุรกิจตอนอายุ 24 ปี ผมกับพี่ทำเองทั้งหมด เราเพิ่งเกิด ไม่มีคนรู้จัก ความเชื่อมั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นจึงค่อยๆ สะสมเครดิต ต้องใช้ความพยายามเยอะ แต่สิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเราเป็นพวกเพอร์เฟกชั่นนิสต์ เราลงรายละเอียดมาก เป็นข้อดีสำหรับการทำงานจิวเวลรี่ ที่สำคัญคือความซื่อสัตย์ ความใส่ใจ เป็นเรื่องที่เราน้อมนำแนวคิดนี้จากในหลวง รัชกาลที่ 9 มาใช้ในการทำงาน ถ้าเราเป็นคนที่ใส่รายละเอียดเข้าไปในงาน จะทำให้เราแตกต่างและไปได้ไกล

 

ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ อัญมณีจากความรักและความสุข

 

 

ช่วงเริ่มต้นใหม่ๆ เป็นปี 2539 อีกไม่กี่เดือนก็ฟองสบู่แตก พอวิกฤตเศรษฐกิจก็เป็นเหมือนแบบฝึกหัดเล่มใหญ่ที่สอนให้พวกเรา เพราะวิกฤตต่างๆ ที่เข้ามาหลังจากนั้นทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ธุรกิจนี้ยิ่งหดตัวก็หดตามเหมือนร้านอาหาร แต่ของเราดีอย่างหนึ่งคือวัตถุดิบเราไม่เน่าไม่เสีย เพราะฉะนั้นคนยังต้องการอยู่ เราคิดว่าแม้เศรษฐกิจหดตัวแต่พวกเราอย่าหดตัวตามเศรษฐกิจ ทำให้ยอดขายของแบรนด์เรายังโอเค และมีผู้ใหญ่ใจดีหลายท่านคอยให้ความช่วยเหลือ

พวกเราเป็นรุ่นแรกที่ทำธุรกิจนี้ ก่อนจะทำให้ธุรกิจเป็นรูปเป็นร่างเราศึกษามาระยะหนึ่ง ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงมุ่งมั่นที่จะทำ ผมชอบอัญมณีโดยเฉพาะพลอยจะชอบเป็นพิเศษ เวลาผมดูพลอยผมจะใช้คำว่ารักแรกพบ ถ้าผมไม่ชอบผมวางเลย ผมจะใช้หลักการเดียวกันกับลูกค้า เราอยากให้ลูกค้าเห็นแล้วรู้สึกชอบเหมือนรักแรกพบ ชอบไม่ชอบเลือกเลย ให้เลือกตามความรู้สึก นี่เป็นหลักการของผม”

เมื่อถามว่าสไตล์การบริหารงานของครอบครัวเจมส์ พาวิลเลี่ยน เป็นอย่างไร ผู้บริหารหนุ่มย้ำว่า ความรักและความสุขในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญ โดยบริหารงานแบบครอบครัวที่เป็นมืออาชีพ “จากเริ่มต้นมี 3 คน คือ ผม พี่สาว และพนักงานรหัส 001 ที่คุณแม่ให้มาช่วย ตอนนี้เรามีพนักงาน 190 คน เราผลิตเอง ดีไซน์เอง มีวัตถุดิบของเราเอง

สิ่งสำคัญที่สุดของการทำของสวยงาม คือ คนที่ทำงานด้วยกัน แม้แต่ช่างต้องเป็นคนที่มีความสุขและมีความรักซึ่งกันและกัน มันคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าคุณทำของสวยแต่อารมณ์บูดทั้งวัน ความรักและความสุขเป็นการส่งต่อ พวกเราส่งต่อให้พนักงาน เพื่อให้อีกคนหนึ่งทำงานต่อไปได้เรื่อยๆ จนกระทั่งถึงลูกค้า เราเชื่อมั่นแบบนี้ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่สำคัญที่ทำให้พวกเราเติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้ นอกเหนือจากคอนเซ็ปต์ของไฟน์ จิวเวลรี่

ผมพูดเสมอว่าจิวเวลรี่มี 3 ยุค คือยุคที่คนใส่อะไรก็ได้ที่เป็นเพชรพลอย ยุคที่สองคือขอให้ใส่แล้วมีดีไซน์ แต่ตอนนี้เรากำลังพูดถึงการใส่เครื่องประดับที่มีสไตล์ มันต้องมีความเป็นตัวของตัวคุณ จริงๆ นี่คือเป้าหมายหลักในการดีไซน์เครื่องประดับของเจมส์ พาวิลเลี่ยน เวลาเราคุยกับดีไซเนอร์ ก็จะพยายามบอกว่าคนที่จะใส่บุคลิกประมาณไหน เราวางคาแรกเตอร์ของเครื่องประดับของเรา เพราะการตอบสนองของรสนิยมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน”

สำหรับไลฟ์สไตล์ในวันว่างของเขา นอกจากออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว เขายังปฏิบัติธรรมเพื่อฝึกจิตใจ และช่วยเสริมสร้างสมาธิในการทำงาน นอกจากนี้ยังชอบของสะสมชิ้นหรู อย่างเพชรและอัญมณีหายาก “หลายคนมองว่าการอยู่กับสิ่งสวยงามตลอดชีวิตน่าจะดี แต่การทำงานของเราที่ดูเหมือนง่ายไม่ง่ายเลย ถ้าผมซื้อมาแล้วขายไป ชีวิตผมอาจจะมีความสุขกว่านี้เยอะ แต่ก็จะไม่ได้ของตามที่เราอยากได้

ผมกำลังทำงานกับกลุ่มคนที่เรียกว่าศิลปิน คนที่มีความเป็นอาร์ต ผมก็ต้องมีกฎเกณฑ์กติกาออกมา ให้เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ที่เราอยากได้ เพราะเขาทำงานกับของที่มีมูลค่า อันนี้เป็นความยากของงานตรงนี้ และมีอีกหลายอย่างที่ทำให้เราหนักใจแต่เพราะยึดหลักว่าถ้าไปต่อไปได้ก็ถอยออกมาจากปัญหา ควบคุมสติจากการกำหนดลมหายใจ บางครั้งเราก็เจอทางออกแบบคาดไม่ถึง”

ผ่านมาแล้ว 20 ปี สำหรับแบรนด์ที่เริ่มต้นจากความตั้งใจของพี่น้อง ปัจจุบัน เจมส์ พาวิลเลี่ยน มาไกลเป็นผู้นำด้านจิวเวลรี่ของประเทศไทย ที่ทำด้านจิวเวลรี่ครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ผลิตจิวเวลรี่  จัดจำหน่ายในประเทศ และส่งออกต่างประเทศเมื่อถามถึงเป้าหมายในปีต่อๆ ไป... “เมื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนเริ่มต้นสำเร็จ เราก็เริ่มตั้งเป้าหมายใหม่ เพราะเรายังคิดว่ายังไม่หยุดเดินหรือหยุดพัฒนา

เหมือนตอนวันแรกๆ ที่คุยกับพี่สาวว่าเราตั้งเป้ายังไง เราอยากเป็นผู้นำด้านไฟน์ จิวเวลรี่ อันดับต้นๆ ของเมืองไทย หลังจากนี้เราอยากเป็นแบรนด์เนมไทยที่มีสาขาอยู่ทั่วโลกซึ่งผมคิดว่าเราน่าจะทำได้” 

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน