
"ตู้ชำระหนี้" ตามสถานีรถไฟฟ้า โอกาสทองของ กยศ.
โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด
โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด
สมัยเรียนมหาวิทยาลัยผมกู้ยืมเงินจาก กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา)
กู้ทั้งค่าเทอม เทอมละประมาณ 35,000 บาท และค่าครองชีพอีกเดือนละ 2,000 บาท
4 ปี เบ็ดเสร็จโดนเข้าไปกว่า 300,000 บาท (เรียนม.เอกชน เลยแพงหน่อย)
เรียนจบมาได้เงินเดือน 15,000 บาท ร้องจ๊ากเลยครับ ไหนจะกิน ดื่ม เที่ยว ช้อป ออม ส่งเงินให้ที่บ้าน จะแบ่งเงินไปใช้หนี้เขายังไง แต่สุดท้ายก็วางแผนและหามาจ่ายได้ตามเวลากำหนด อาจจะไม่ครบบ้างในบางงวด แต่ก็ไม่ได้คิดหนี เพราะถือว่าเขาให้โอกาสทางการศึกษาเราแล้ว จะเนรคุณได้อย่างไร
ที่พูดถึงหนี้ กยศ.เพราะผมพบว่าหนึ่งในปัญหาสำคัญที่คนไม่จ่ายหรือผิดนัดชำระเป็นเรื่องของช่องทางการจ่ายครับ
แม้ปัจจุบันกยศ. จะมีช่องทางการชำระที่ง่ายและหลากหลาย ทั้งเดินไปจ่ายเองที่ธนาคาร ปริ้นรหัส Barcode เพื่อไปชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส เดินไปตู้เอทีเอ็มหรือกดแอพพลิเคชั่นของธนาคารกรุงไทย
แต่ด้วยความที่เป็นหนี้ทางการศึกษา ความรู้สึกในการชำระเงินก้อนใหญ่เป็นรายปีหรือรายเดือนนั้น มันค่อนข้างทำใจได้ยากสำหรับบางคน หรือเห็นเป็นยอดหนี้ที่มีความสำคัญลำดับท้ายๆ ในชีวิต
วันนี้ผมมีไอเดียเสนอ มั่นใจว่าจะส่งผลกระทบทั้งต่อระดับจิตใจและปรากฎเป็นรูปธรรมในแง่ความสำเร็จได้
เรื่องของเรื่อง ไม่กี่วันก่อนผมกลับบ้านพร้อมน้องชายคนหนึ่ง ระหว่างเดินอยู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน น้องเขาขอเวลา 2 นาที แวะจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตที่ตู้เติมเงินอัตโนมัติ
จากยอดหนี้ 800 กว่าบาท น้องเขาควักกระเป๋าหยอดเงินไป 200 บาท
“ผ่อนเอาพี่ มีเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น ให้ความรู้สึกดีกว่าจ่ายเงินก้อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจ่ายอีก 100 นึง” น้องว่างั้น
ผมเห็นเขาทำแบบนั้นแล้วปิ๊งไอเดียเลย “เฮ้ย...ถ้าเรามีตู้จ่ายหนี้กยศ. ตามสถานที่แบบนี้ก็คงจะดี”
คือจะบอกว่าตำแหน่งที่อยู่ของช่องทางการชำระเงินนั้นมีผลต่อการชำระของผู้กู้มาก ถ้าเราต้องเดินไปธนาคารเพื่อชำระ แน่นอนว่าหลายคนคงรู้สึกลำบากเสียหน่อยทั้ง
ด้านความรู้สึกและด้านร่างกาย แต่ถ้าช่องทางนั้นอยู่รอบๆ ตัวเรา ใกล้เคียงและเกี่ยวเนื่องไปกับการเดินทางในชีวิต แบบนี้น่าสนใจที่จะเลือกไปจ่าย
ที่มากกว่าแค่ความรู้สึกในการตัดสินใจเดินทางไปจ่าย เรายังสามารถจ่ายได้ในระดับหลักร้อย
วันนี้ 100 บาท พรุ่งนี้ 200 บาท อีกวัน 500 บาท เผลอๆ ถูกหวยมีเดินไปจ่ายเป็นหลักพัน
ผมมั่นใจว่าถ้าเพิ่มช่องทางให้ง่าย อยู่ในสายตาและวิถีชีวิตการเดินทางอย่างแท้จริง เช่น ตู้เติมเงินโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต ตัวเลขหนี้ กยศ. ที่สูงถึงเกือบ 1 แสนล้านบาทจะลดลง รวมถึงจำนวนผู้ผิดนัดชำระก็จะลดลงด้วย แน่นอนว่าศาลและกรมบังคับคดีก็จะมีงานน้อยลง
ไอเดียนี้ไม่ยาก ไม่ต้องคุยกับใครให้มากความ เผลอๆ ติดต่อไปที่บีทีเอสและเอ็มอาร์ที ทั้งสองบริษัทอาจจะยินดีให้ใช้พื้นที่ฟรีเลยก็ได้ แค่เล็กๆ ไม่เกิน 1 เมตร
สำหรับข้อมูลผู้กู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ กยศ. ข้อมูลจาก น.ส.ฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เมื่อปี 2559 พบว่า มีผู้กู้ที่ค้างชำระหนี้สะสมตั้งแต่ปี 2547 และถูกฟ้องร้องแล้วกว่า 900,000 ราย มูลค่าหนี้รวมประมาณ 90,000 ล้านบาท โดยเฉพาะปี 2559 กยศ.ได้ดำเนินการฟ้องร้องไปแล้ว 170,000 ราย กองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) 85,000 ราย อยู่ระหว่างถูกบังคับคดี และส่งเรื่องให้ทนายความดำเนินการสืบทรัพย์ เพื่อยึดทรัพย์แล้ว ประมาณ 50,000 ราย มูลค่าหนี้รวมกว่า 4,000 ล้านบาท
ส่วนตัวเลขการชำระเงิน ปี 2559 มียอดล่าสุดอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นผลมาจากมาตรการที่กยศ. ออกมากระตุ้นและจูงใจให้ผู้กู้ที่ค้างชำ มาชำระหนี้ รวมทั้ง ทำความร่วมมือกับองค์กรนายจ้าง สถานประกอบการในการหักเงินเดือนผู้กู้เพื่อชำระหนี้ การลดเบี้ยปรับสำหรับผู้ที่มาปิดบัญชี รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
นั่นแหละครับ ถ้าทดลองติดตั้งตู้ชำระหนี้อัตโนมัติ กยศ. ตามสถานีรถไฟฟ้า ยืนยันครับ ลดปัญหาและสร้างอารมณ์ความรู้สึกในการอยากชำระหนี้เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน.







