ชุดตรวจจิ๋วสุดเจ๋ง คัดกรองผู้ติดเชื้อเอชไอวีในพื้นที่ทุรกันดาร
ปัจจุบันการตรวจเชื้อเอชไอวี (HIV) ยังมีความสามารถดำเนินการได้จำกัดเฉพาะแต่ในห้องปฏิบัติการในโรงพยาบาลหรือคลินิกขนาดใหญ่เท่านั้น
โดย วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ : มจธ.
ปัจจุบันการตรวจเชื้อเอชไอวี (HIV) ยังมีความสามารถดำเนินการได้จำกัดเฉพาะแต่ในห้องปฏิบัติการในโรงพยาบาลหรือคลินิกขนาดใหญ่เท่านั้น
กระบวนการตรวจยังใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งเข้าถึงได้ยากสำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกล ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุด “ชุดตรวจขนาดเล็กสำหรับคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี”
เจ้าของผลงานคือ ดร.ทัศนีย์วรรณ ลักษณะโสภิณ อาจารย์จากหลักสูตรวิศวกรรมชีวภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดย "โครงการพัฒนาเทคโนโลยีระบบของไหลจุลภาคสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคในพื้นที่ทุรกันดาร” ยังได้รับรางวัลระดับดีเด่น ประเภทผลงานวิทยานิพนธ์ งานวันนักประดิษฐ์ประจำปี 2560 ด้วย
สำหรับชุดตรวจขนาดเล็กสำหรับคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี เป็นแนวทางหนึ่งในที่จะช่วยชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสเอชไอวี โดยการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยเชื้อเอชไอวี รวมทั้งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เนื่องจากโรคเหล่านี้มักไม่มีอาการที่จำเพาะเจาะจง
ดร.ทัศนีย์วรรณ เล่าว่า การติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส (Syphilis) หนองในเทียม (Chlamydia) หนองในแท้ (Gonorrhea) หรือเริมอวัยวะเพศ (Herpes Simplex Virus Type II) จะเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่และติดเชื้อเอชไอวีสูงขึ้น 3-11 เท่า ดังนั้น การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องแม่นยำ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งจะได้รับผลกระทบร้ายแรงต่อแม่และลูกในครรภ์ หากไม่ได้รับการตรวจดูแลรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที
ดังนั้น การพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคที่ใช้สารคัดหลั่งของร่างกายสำหรับการตรวจหาเชื้อ จากเลือด น้ำลาย ในปริมาณน้อยมาก ใช้ระยะเวลาในการวินิจฉัยน้อย แต่มีความแม่นยำสูงนี้ จะมีส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีในประชากร
สำหรับการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Point-of-Care Test) สามารถส่งเสริมการดูแลและควบคุมโรคเพื่อให้ได้ผลดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ที่ขาดแคลนบุคลากรและห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีระบบของไหลจุลภาค หรือห้องปฏิบัติการบนชิป (Lab-on-a-Chip) ถือว่าเหมาะสมที่สุด
“เนื่องจากเทคโนโลยีนี้มีขนาดเล็ก ราคาถูก พกพาง่าย ทำงานได้อัตโนมัติ จึงสามารถลดระยะเวลาในการรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ ทำให้แพทย์สามารถตัดสินใจดำเนินการรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที และสามารถป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดต่อได้”
ดร.ทัศนีย์วรรณ กล่าวว่า ชุดตรวจอย่างง่ายสำหรับตรวจวัดปริมาณแอนติบอดี้ต่อเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสในเลือด เป็นการใช้เทคนิคการทดสอบการคัดกรองแอนติบอดี้ (Immunoassay) บนไมโครฟลูอิดิกชิพ (Microfluidic Chip) ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีระบบของไหลจุลภาคที่มีราคาถูก พกพาง่าย ใช้วัสดุที่สามารถผลิตได้ง่าย แต่สามารถให้ผลการตรวจที่มีความแม่นยำสูงเช่นเดียวกับการตรวจในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล
นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจคัดกรองโรคได้มากกว่า 1 โรคในเวลาเดียวกันจากเลือดปริมาณน้อย (น้อยกว่า 2 ไมโครลิตร) และให้ผลตรวจภายในเวลาเพียง 15 นาที อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายต่อการตรวจต่อครั้งในการเปลี่ยนแผ่นทดสอบประมาณ 200-300 บาท ก็ยังนับว่ามีราคาสูงเกินไปสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อย
ดร.ทัศนีย์วรรณ เล่าว่า ชุดตรวจยังได้ถูกพัฒนาให้มีการใช้งานที่ง่าย คล้ายคลึงกับเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดหรือตรวจเบาหวานที่บุคคลทั่วไปสามารถตรวจได้ด้วยตนเอง โดยได้ออกแบบให้ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ไม่ซับซ้อน และไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากจนเกินไป เน้นขนาดเล็กของอุปกรณ์ เพื่อการเชื่อมต่อกับโปรแกรม (หรือแอพพลิเคชั่น) ในสมาร์ทโฟน
“ด้วยวิธีนี้เครื่องมือชุดตรวจจิ๋วนี้ จึงสามารถช่วยในการเก็บข้อมูลด้านสาธารณสุขของภาครัฐได้อีกด้วย”
สำหรับการทดสอบหรือทดลองปฏิบัติงาน ชุดตรวจนี้ได้ทดสอบการใช้งานจริงโดยพยาบาลและเจ้าหน้าที่คลินิกในประเทศรวันดามาแล้ว ได้ให้ผลการทดสอบที่มีความแม่นยำใกล้เคียงกับชุดทดสอบอื่นๆ รวมถึงการอ่านผลการทดสอบ ก็เป็นไปโดยง่าย สะดวกรวดเร็ว
“ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือทักษะการใช้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการมาก่อน ชุดทดสอบนี้สามารถพัฒนาและปรับปรุงต่อยอดให้ตรวจโรคอื่นๆ ที่เป็นโรคไม่ติดต่อได้ ด้วยการเปลี่ยนแอนติเจนและแอนติบอดี้ของชุดตรวจเป็นชนิดที่จำเพาะเจาะจงต่อโรคนั้น ง่ายมากๆ” ดร.ทัศนีย์วรรณ กล่าวทิ้งท้าย


