
ชา, เอิร์ลเกรย์, ร้อน
บางคนก็อาจจะเป็นเหมือนรอยนวล ที่มีชื่อ เอิร์ลเกรย์ ติดอยู่ในใจและริมฝีปาก เมื่อพนักงานบริการถามว่าจะรับชาชนิดไหน จึงมักจะตอบออกไปแบบไม่ต้องคิดมาก อาจจะเพราะว่านี่คือชาซึ่งได้รับความนิยมและหาได้ทั่วไป ชนิดที่(เกือบ) 100% ของทีเฮาส์ทั่วโลกจะต้องมีชื่อนี้ปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ ของรายชื่อชา อันเป็นสิ่งตอกย้ำถึงชื่อเสียงและความนิยมที่ “ทีเลิฟเวอร์” มีต่อ “เบลนด์” นี้
บางคนก็อาจจะเป็นเหมือนรอยนวล ที่มีชื่อ เอิร์ลเกรย์ ติดอยู่ในใจและริมฝีปาก เมื่อพนักงานบริการถามว่าจะรับชาชนิดไหน จึงมักจะตอบออกไปแบบไม่ต้องคิดมาก อาจจะเพราะว่านี่คือชาซึ่งได้รับความนิยมและหาได้ทั่วไป ชนิดที่(เกือบ) 100% ของทีเฮาส์ทั่วโลกจะต้องมีชื่อนี้ปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ ของรายชื่อชา อันเป็นสิ่งตอกย้ำถึงชื่อเสียงและความนิยมที่ “ทีเลิฟเวอร์” มีต่อ “เบลนด์” นี้
โดย....รอยนวล
ชาเอิร์ลเกรย์จะมีรสชาติเบาๆ สีจะเป็นสีทอง กลิ่นหอมมาก มีเปรี้ยวเล็กน้อย ด้วยรสชาติ กลิ่นอาย รวมทั้งความนิยม ทำให้บางคนเรียกว่าเป็นราชาแห่งชา ความพิเศษของเอิร์ลเกรย์คือ ชาชนิดนี้มีกลิ่นและรสชาติของน้ำมันจากเปลือกมะกรูด หอมและเปรี้ยวนิดๆ ในอดีตนั้นเมื่อพูดถึงเอิร์ลเกรย์คนก็มักจะนึกถึงชาดำ แต่ปัจจุบันนี้อาจจะเป็นชาชนิดอื่น เพียงแต่ต้องมีน้ำมันของมะกรูดผสมเท่านั้น
หนึ่งในแฟนคลับของชาเอิร์ลเกรย์ คือ กัปตันฌองลุค พิคาร์ด แห่งซีรีส์ Star Trek : The Next Generation ที่ดื่มชาชนิดนี้ในหลายๆ ฉาก โดยเวลาจะสั่งชา เขาจะบอกว่า “ชา, เอิร์ลเกรย์, ร้อน”
ตอนหนึ่งในซีรีส์ กัปตันฌองลุค พิคาร์ด สั่ง ชา, เอิร์ลเกรย์, ร้อน แล้วเขาก็พูดต่อว่า “ไม่รู้นะว่า เอิร์ลเกรย์ เป็นใคร แต่ผมมีอะไรจะพูดกับเขาสักหน่อย”
น่านน่ะสิ ... หลายคนที่ติดใจในรสชาติชาชนิดนี้คงจะอยากรู้ บอกบางอย่างกับเอิร์ลเกรย์ และหลายคนก็คงจะอยากรู้ว่าเขาคือใคร และเขาทำอะไรไว้ ชื่อของเขาจึงถูกนำมาตั้งเป็นชื่อชา ซึ่งมีคนนิยมดื่มมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว
ที่เรียกๆ กันว่า เอิร์ลเกรย์ นั้นหมายถึง ชาร์ลส์ เกรย์ หรือเอิร์ลเกรย์ที่ 2 นายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษในศตวรรษที่ 18
แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ก็มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า ท่านเอิร์ลเป็นชาวอังกฤษคนแรกที่ได้รู้จักชาชนิดนี้ เพราะมีชายชาวจีนผู้หนึ่งมอบเป็นของขวัญ เนื่องจากคนของท่านเอิร์ลช่วยลูกชายของเขาไม่ให้จมน้ำตาย แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าท่านเอิร์ลเคยเดินทางไปเยือนจีน หรือในยุคนั้นจีนจะผลิตชาชนิดนี้ออกมาได้หรือยัง นอกจากนี้ บางตำนานก็เล่าว่าทูตแห่งแดนมังกรเป็นผู้มอบชาชนิดนี้ให้กับท่านเอิร์ลระหว่างการเดินทางกลับจากประเทศจีน
จากทั้งสองตำนานสรุปได้ว่า เอิร์ลเกรย์ คือ ผู้นำชาชนิดนี้มาสู่ประเทศอังกฤษ ต่อมา แจ็กสันส์ ออฟ พิคคาดิลลี ผู้ผลิตชา ซึ่งพระราชินีวิกตอเรียและพระเจ้าจอร์จที่ 5 เป็นผู้อุปถัมภ์อ้างว่า พวกเขาเป็นผู้ผลิตเอิร์ลเกรย์เจ้าดั้งเดิม โดยได้รับสูตรมาจากมือของ ชาร์ลส์ เกรย์เองเลยทีเดียว
ภายหลังผู้ผลิตชาชื่อดังอย่าง ทไวนิงส์ ก็ได้ผลิตชาชื่อว่า เลดีเกรย์ออกมา โดยผสมกลิ่นรสของมะนาว ส้มเขียวหวาน และมะกรูดลงไป โดยบรรจุภัณฑ์ของเอิร์ลเกรย์และเลดีเกรย์ยี่ห้อทไวนิงส์นั้นจะมีตราสัญลักษณ์ของ ริชาร์ด เกรย์ หรือเอิร์ลเกรย์ที่ 6 ติดอยู่ด้วย
นอกจากดื่มร้อนๆ แล้ว ชาเอิร์ลเกรย์สามารถนำไปผสมเป็นเครื่องดื่มชนิดอื่น อย่างเช่น ลอนดอน ฟอก (London Fog) ซึ่งมีฟองนมกับวานิลลาไซรัปเป็นส่วนผสม เอิร์ลเกรย์ยังเป็นส่วนผสมในขนมไม่ว่าจะเค้ก ช็อกโกแลต หรือแม้กระทั่งในซอสของอาหารคาวบางเมนู
อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงจะเปรี้ยวปาก และอยากรู้ว่ารสชาติและกลิ่นอายของมะกรูดในชาเป็นอย่างไร เห็นทีต้องลองสั่งมาดื่มดู
ไม่มีใครสงวนลิขสิทธิ์ ถ้าคุณจะใช้ประโยคเด็ดของกัปตันฌองลุคพิคาร์ด ที่ว่า...
ชา, เอิร์ลเกรย์, ร้อน







