
‘ฮ่องกง’ เมืองแห่งการผสมผสาน
แปลกไหมที่เพิ่งมาสัมผัส "ฮ่องกง" ครั้งแรก แต่ห่างเหินจากคำว่าช็อบปิ้ง ซึ่งกลับไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร เพราะฮ่องกงมีอะไรที่มากกว่าสิ่งที่คิดไว้
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
แปลกไหมที่เพิ่งมาสัมผัส "ฮ่องกง" ครั้งแรก แต่ห่างเหินจากคำว่าช็อบปิ้ง ซึ่งกลับไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร เพราะฮ่องกงมีอะไรที่มากกว่าสิ่งที่คิดไว้
อย่างการเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมเก่า-ใหม่ มีมรดกทางธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่ และเป็นเมืองที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา
ย่าน "เก่า" ที่น่าหลงใหล
ตรอกซอกซอยเล็กๆ ย่านเมืองเก่า “โอลด์ ทาวน์ เซ็นทรัล” เป็นจุดผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกของฮ่องกง เพราะเป็นจุดที่อังกฤษเข้ามาปักธง ทำให้เกิดร่องรอยการค้าขายและการอยู่อาศัยของคนจีนย่านนี้ยาวนานถึงอายุ 150 ปี
หากมีเป้าหมายอยากให้ลองสัมผัสเสน่ห์และบรรยากาศที่มีความผสมผสานวัฒนธรรมความเก่าและใหม่ได้อย่างกลมกลืน ปัจจุบันจะได้เห็นร้านรวงต่างๆ ที่อาศัยความเป็นตึกเก่าโบราณ มีการออกแบบผสมผสานเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ เข้าไปเยือนได้ไม่ยาก
รวมถึงตามตึกเก่า อพาร์ตเมนต์ต่างๆ ที่เราคุ้นชินกันตั้งแต่หนังฮ่องกง ก็จะแฝงไปด้วยภาพศิลปะที่ถูกถ่ายทอดจากฝีมือคนรุ่นใหม่ให้เราอดใจที่จะไปกดบันทึกไว้บนโลกโซเชียลไม่ได้
ส่วนความเก่าที่ได้เห็นคือ การสัมผัสวิถีชีวิตประจำวันของคนรุ่นอากงอาม่านี่แหละ ที่อยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงหรือความทันสมัยที่เข้ามาอย่างเป็นเพื่อนสนิทกัน
เช่นเดียวกับร้านอาหารหรือขนมหวานเก่าแก่ ที่อยู่คู่กับคนฮ่องกงและคอยรอให้เราได้ไปชิมรสชาติ
ตั้งแต่น้ำอ้อยสูตรโบราณที่มีมานานกว่า 69 ปี และมีการแปลงเป็นพุดดิ้งน้ำอ้อยส่วนผสมของแห้วให้พอเคี้ยว หรือทาร์ตไข่โบราณที่การันตีความอร่อย จากที่เริ่มขายตั้งแต่ปี 2497 จะมีข้อแตกต่างอยู่ที่ของทางฮ่องกง แผ่นรองทาร์ตจะเป็นคุกกี้ ขณะที่ฝั่งมาเก๊าแผ่นรองจะเป็นพาย
สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้เว้นการมาเยือน คือการไหว้สักการะวัดวาอารามแบบจีน ซึ่งมีให้ไปอยู่หลายแห่ง แต่อยากให้ลองมาสักการะและขอพรกับเทพเจ้าทั้งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นที่วัด Man Mo รวมถึงจะเห็นระฆังทองแดงโบราณที่บ่งบอกว่าเป็นวัดของชาวจีนตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่เข้ามาอาศัยในฮ่องกง
นอกจากนั้น ยังมีการผสมผสานสิ่งเก่าใหม่ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างน่าสนใจ เมื่อทางการได้แปลงแฟลตตำรวจที่ทิ้งร้างแล้วมาหลายสิบปี ให้เป็นสถานที่สนับสนุนนักศึกษาที่เรียนจบด้านการออกแบบและดีไซน์ แต่มีทุนน้อยมาทดสอบสนามทำธุรกิจ ให้เช่าห้องมาเปิดร้านขายของ ได้มา 6-7 ปี จนบางอันก็กลายเป็นสตาร์ทอัพได้
ดังนั้น ก็จะเห็นไอเดียของนักออกแบบต่างๆ ที่เปิดร้านให้เราเข้าไปเสพความแปลกใหม่ เก๋ไก๋ จนบางอันสร้างแรงบันดาลใจกลับมาให้เราได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
มุม "ธรรมชาติ" ที่รอการเรียนรู้
จุดนี้เชื่อว่าเพื่อนที่ไปฮ่องกงมาก่อน คงมีโอกาสน้อยที่จะเคยมาเยือนเป็นแน่ เพราะส่วนใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีแต่คนฮ่องกงนิยมมาเท่านั้น
นั่นคือ อ่างเก็บน้ำ High Island Reservoir East Dam เมือง Sai Kung ที่เป็นการสร้างแหล่งเก็บน้ำสำหรับคนฮ่องกง หลังจากที่เคยต้องซื้อน้ำจืดจากกว่างโจว ขณะเดียวกันยังเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาได้เป็นอย่างดี เพราะจะเห็นแนวกำแพงซากเสาหินหกเหลี่ยมที่อยู่ตลอดชายฝั่งเชื่อมกับทางตะวันออกของเขื่อน
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้อย่างหนึ่งคือ ภูเขาที่มีช่องลมตรงกลาง เหมือนมีใครเอามีดมาผ่าแบ่งภูเขาแยกจากกันไว้ ทั้งๆ ที่เกิดจากการสึกกร่อนจากลมที่พัดมาหลายปี
มองว่าถ้าบรรยากาศดีก็จะได้รับลมจากการเดินตรงสันอ่างเก็บน้ำ ไปจนถึงก้นอ่างเก็บน้ำที่มีถ้ำอยู่ในภูเขาให้ลงไปได้ชม แต่แนะนำว่าร่างกายอาจจะต้องฟิตกันเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะหนทางที่เดินสำรวจลำบาก แต่ถ้าไปเจอช่วงที่แดดจัดจ้านขึ้นมาก็อาจทำให้เกิดอาการเพลียแดดได้
สำหรับการเดินทางอาจจะต้องศึกษาและทำการบ้านกันหน่อย ถ้าเป็นชาวต่างชาติก็ควรมีไกด์แนะนำการเดินสำรวจภูเขาหิน และมีคนแนะนำเส้นทางการเดินทาง เพราะอาจจะเจอกับเศษหินหรือดินที่ไหลลงมาได้ โดยพาหนะหลักที่เห็นบ่อย ถ้าไม่ได้มาในนามกลุ่มทัวร์ คือการจ้างแท็กซี่สีเขียวที่วิ่งในต่างจังหวัดมาส่งสถานที่แห่งนี้เป็นส่วนใหญ่
ความเป็น "เมือง" ตลอดกาล
ความเป็นเมืองฮ่องกงที่ทุกคนต้องได้สัมผัสเมื่อมาถึง ตั้งแต่นั่งรถแทรมป์ แวะชมหุ่นมาดามทุสโซ ขึ้นไปวิกตอเรียพีกเพื่อถ่ายรูปกับอ่าววิกตอเรียในมุมสูง ที่จะเห็นท่าเรือ คลังสินค้า และเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่เคลื่อนไหวไปมา ท่ามกลางแท่งก่อสร้างตึกขนาดสูง ที่บ่งบอกความเจริญและความมั่งคั่งสมเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญแห่งหนึ่งของเอเชีย หรือการนั่งรถรางชมเมืองที่มีให้เราเลือกชมตามเวลาที่สะดวกหรือบรรยากาศที่เป็นใจ
ทว่า ฮ่องกงยังมีความเป็นเมืองในมุมใหม่ที่ยังต้องการพัฒนา และเสริมให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงของประชากร เห็นได้จากที่หน่วยงานการท่องเที่ยวฮ่องกงเลือกหยิบเทรนด์การบริการอาหารสุดฮิตอย่าง "ฟู้ดทรัค" เข้ามาบริการประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างๆ ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
หลังจากทางการได้ห้ามหาบเร่ขายของมาสักพักใหญ่ ส่วนระบบการจัดการของที่นี่คือเปิดให้ร้านอาหารมีชื่อทั่วไปเข้าประมูล ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 16 ร้านค้าที่จะตระเวนไปขายของตามจุดต่างๆ ตามที่กำหนดไว้แห่งละ 2 สัปดาห์ ซึ่งถ้าใครชอบร้านไหนก็ต้องโหลดแอพพลิเคชั่นไว้ว่า จุดไหนจะมีฟู้ดทรัคของร้านไหนมาขาย
สีสันที่ไม่เคยหยุดนิ่งของเมืองนี้ คือการเล่นกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้ต่างจากเทรนด์ทั่วโลก แต่การหาจุดแข็งของธุรกิจที่ผสมความน่ารักและความต้องการของคนรุ่นใหม่ ก็สามารถกลายเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ อย่าง ATUM Desserant ที่นำขนมหวานมาถ่ายทอดเป็นงานศิลปะให้เราได้เห็นกันสดๆ ตลอด 2 ชั่วโมง เหมือนกับภาพเพนต์บนกระดาษ แต่นี่มาจากการวาดและตกแต่งจากขนมหวานทั้งหมด ซึ่งสามารถวาดตามออร์เดอร์ของลูกค้า จึงไม่แปลกที่จะถูกใจของสาวๆ หรือการเซอร์ไพรส์ของชายหนุ่มที่มักจะมาขอให้นักวาดขนมหวานนี้เป็นกามเทพสื่อรักขอแฟนสาวแต่งงาน
การเยือนฮ่องกงครั้งแรก ถือว่าไม่ได้ผิดหวังกับการขาดช็อปปิ้ง แต่สิ่งที่ได้รับรู้และสัมผัสคือ ช่างเป็นเมืองที่มีความผสมผสานความแปลกใหม่ ความทันสมัย ความเก่า และธรรมชาติในฮ่องกงแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี สมกับที่ไกด์เจ้าถิ่นบอกว่า 6-7 ปีผ่านไป เราจะเห็นอะไรใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงฮ่องกงเสมอ เพราะได้รับการผลักดันอย่างดีจากกลุ่มภาคการเงิน กลุ่มการท่าหรือการขนส่ง และการท่องเที่ยว ซึ่ง 3 ปัจจัยหลักได้ทำให้ฮ่องกงมีการผสมผสานความหลากหลายได้ดี
เคทีซี หรือบริษัท บัตรกรุงไทย ร่วมกับการท่องเที่ยวฮ่องกง จัดแคมเปญ “ฮ่องกง เบสต์ เอ็กซ์พีเรียนเซส”
หากใช้จ่ายเส้นทางฮ่องกงที่ KTC World Travel Service ที่บริษัทท่องเที่ยวเวิลด์ เอ็กซ์พลอเรอร์ หรือใช้จ่ายผ่านบัตรที่ฮ่องกงทุกๆ 5,000 บาท รับ 1 สิทธิในการลุ้นรับแพ็กเกจท่องเที่ยวฮ่องกงกับ 3 ทริป 3 สไตล์ สุดยอดความประทับใจคือ แพ็กเกจท่องเที่ยว “Best Outdoor Experience” แพ็กเกจท่องเที่ยว “Best Luxury Experience” และแพ็กเกจท่องเที่ยว “Best Authentic Experience” ถึง 31 ธ.ค. 2560







