
ครึ่งศตวรรษ : ‘หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว’
จากหนังสือที่ทั้งสำนักพิมพ์และผู้เขียนต่างก็ไม่กล้าคาดหวังมากมายนัก กลายมาเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกแห่งศตวรรษที่ 20
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
จากหนังสือที่ทั้งสำนักพิมพ์และผู้เขียนต่างก็ไม่กล้าคาดหวังมากมายนัก กลายมาเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกแห่งศตวรรษที่ 20 และทำให้ กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ เป็นนักเขียน (ที่ใช้ภาษาสเปน) ชั้นแนวหน้าของโลก เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณคดี ในปี 1982 และผู้นำขบวนแห่งการเขียนแนวเมจิคัล เรียลิสซึม (Magical Realism)
กาเบรียล โฮเซ การ์เซีย มาร์เกซ หรือ กาโบ ชาวโคลอมเบีย มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1927-2014 ก่อนจะกลายมาเป็นนักเขียนดังเขาเคยเป็นนักข่าวและบรรณาธิการให้กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นโคลอมเบียหลายฉบับ ด้วยงานเขียนสารคดีหลายชิ้นสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาล ต่อมา กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ ย้ายไปทำงานที่ยุโรป และมีเม็กซิโกเป็นบ้านสุดท้ายของชีวิต
หลังเลิกงานข่าว กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ ก็หันมามุ่งมั่นกับงานวรรณกรรม โดยมี Cien anos de soledad หรือ One Hundred Years of Solitude เป็นผลงานชิ้นเอก หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค. 1967 หรือ 50 ปีที่แล้ว จากภาษาสเปนก็ถูกนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและอื่นๆ ราว 40 ภาษารวมทั้งภาษาไทย (แปลโดย ปณิธาน - ร.จันเสน ใช้ชื่อว่าหนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว)
กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ ตั้งใจจะนำเรื่องราวบ้านปู่ย่าตายายมาเขียนเป็นนวนิยายตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แต่เขาก็ยังหาหนทางที่จะนำเสนอความคิดออกมาเป็นตัวหนังสืออย่างเหมาะสมไม่ได้ กระทั่งวันหนึ่งระหว่างเดินทางไปพักผ่อนที่อะคาพูลโกกับครอบครัว ไอเดียก็กำเนิด กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ จึงหยุดรถและเลี้ยวกลับบ้านที่นิวเม็กซิโก
เขาใช้เวลาเขียน One Hundred Years of Solitude นาน 18 เดือนท่ามกลางความยากลำบาก เมอร์เซเดส ภรรยาของเขาต้องขายและจำนำข้าวของในบ้านเพื่อนำมาใช้จ่าย ระหว่างนั้น กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ สูบบุหรี่วันละ 60 มวน ฟังดนตรีของเดอบูว์ซี, บอร์โตก และเดอะ บีเทิลส์ พร้อมพิมพ์ดีดราวถูกครอบงำด้วยอำนาจบางอย่าง เขาเขียนหนังสือเล่มนี้เสร็จในเดือน ส.ค. 1966 และหนังสือก็พิมพ์ออกมาเป็นเล่มโดยสำนักพิมพ์อาร์เจนตินา ในวันที่ 30 พ.ค. 1967
หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว เล่าเรื่องราวพิสดารของหกชั่วคนแห่งตระกูลบูเอนติยาจากมาคอนโดหมู่บ้านเล็กๆ ในอเมริกาใต้ เรื่องแต่งนี้มีตำนานท้องถิ่นพื้นบ้านมาผสมผสาน นำเสนอเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ สังคม และการเมืองของชาวลาตินอเมริกา ตัวละครในเรื่องคือผู้คนที่มีตัวตนในโลกแห่งความจริง พร้อมกับมีฉากเหนือธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ มีลักษณะของเรื่องจริงและเหนือจริงคลุกเคล้ากัน เป็นต้นแบบของเมจิคัล เรียลลิสซึม หรือ สัจนิยมมหัศจรรย์ ที่นำวรรณกรรม 2 ประเภทซึ่งแตกต่างกันสุดขั้วคือ Realism (สัจนิยม) ซึ่งมุ่งสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตและสังคม ยึดเรื่องของเหตุและผล มารวมเข้ากับ Magic (แฟนตาซี/เหนือธรรมชาติเหนือจริง) กลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวในงานเขียน อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญทางวรรณคดีต่างก็ชื่นชมในการใช้ภาษาสเปนอันงดงาม
แรกนั้นทั้งสำนักพิมพ์และคนเขียนต่างก็ไม่ได้คาดหวังมากมายกับผลงานเล่มนี้ แต่สิ่งที่ตามมากลับเหนือคาดหมาย ถึงวันนี้ One Hundred Years of Solitude ขายได้มากกว่าราว 40 ล้านเล่ม ขึ้นชั้นเป็นวรรณกรรมคลาสสิค ทำให้ กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ เป็นนักเขียนที่ใช้ภาษาสเปนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
จาก "งานที่ไม่สามารถจัดประเภทได้" ปัจจุบันนักวิชาการ นักวิจารณ์ และผู้อ่านทั่วไป ยกย่องนวนิยายเรื่องนี้ว่า "ผลงานเมจิคัล เรียลิสซึม ที่ดีที่สุด" จากที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับลาตินอเมริกา ก็ถูกยกย่องให้เป็น "หนังสือที่ควรจะต้องอ่านสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด"
50 ปีต่อมา นวนิยายที่ "ยาวและซับซ้อนมาก" เล่มนี้ยังไม่ตาย อาจจะเรียกว่ากลายเป็นอมตะนับตั้งแต่วันที่ถูกตีพิมพ์ก็ว่าได้







