ละครสงครามผัว-เมีย สะท้อนโครงสร้างสังคม...?
ตอนนี้ในหน้าจอโทรทัศน์ช่องหลัก คือ 7 กับ 3 ที่ยังครองเรตติ้งสูง ทิ้งห่างช่องอื่นๆ อยู่ มีหน้าหาดเป็นละครหลังข่าว
โดย...มัลลิกา
ตอนนี้ในหน้าจอโทรทัศน์ช่องหลัก คือ 7 กับ 3 ที่ยังครองเรตติ้งสูง ทิ้งห่างช่องอื่นๆ อยู่ มีหน้าหาดเป็นละครหลังข่าว ว่าด้วยเรื่องแย่งสามี-ภรรยา ที่ชูโรงกันอยู่ตอนนี้ วิกหมอชิต มีละคร “น้ำเซาะทราย” แถมความเข้มข้นด้วยละคร “พริ้ง คนเริงเมือง” ฟากวิกพระราม 4 มีเรื่อง “เมียหลวง” ทั้ง 3 เรื่องต่างเคยเป็นละครมาแล้วหลายหน นำกลับมารีเมกอีกครั้งไม่ใช่เรื่องแปลก
หากสิ่งที่น่าสนใจคือ ทำไมละครที่มีพล็อตแย่งสามีภรรยา หนึ่งชายสองสามสี่หญิง ตบตีแย่งชิงกัน พิษรักไฟสวาท ถึงยังขายได้ในสังคมไทย และเรตติ้งสูงกว่าพล็อตแนวอื่นเสียด้วย
ผศ.ดร.ธเนศ เวศร์ภาดา คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ให้ความเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของละครรีเมก เมื่อบทประพันธ์มีชื่อเสียง เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว พล็อตก็ยังร่วมสมัยอยู่ ยิ่งเวอร์ชั่นก่อนทำไว้ดีมีคนชอบจำนวนมาก การนำกลับมาทำอีกครั้งก็มีฐานคนดูรองรับ เข้าถึงได้ทั้งคนรุ่นก่อนและคนที่ยังไม่เคยดู ละครดังๆ ในประเทศอื่นๆ ก็ถูกนำมาทำซ้ำ อย่าง มังกรหยก ของประเทศจีน อลิซาเบธ ของอังกฤษ
“ส่วนพล็อตเมียน้อยเมียหลวงแย่งชิงกัน แนวนวนิยายในบ้านเราออกมาทางนี้ค่อนข้างเยอะ พอนำมาทำเป็นละครมันเอื้อตัวเรื่องให้เสริมบรรยากาศ สีสัน ความรุนแรง แทรกการทะเลาะตบตี แย่งชิงได้ง่าย นวนินายแนวตลาดเปิดช่องตรงนี้พอสมควร ดูอย่างเรื่องคำพิพากษาสิไม่มีรีเมก เพราะมันไม่ง่าย
“แล้วพื้นฐานคนดูละครในบ้านเราก็ยังดูเป็นบันเทิงจริงๆ เป็นโซพ โอเปร่า ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายแรกจะมาดูเพื่อหาแง่คิดอะไรหรอก ถ้าได้ก็เป็นส่วนเสริม แล้วทางผู้สร้างก็ต้องจับตลาด ทำละครแบบนี้คนดูชอบ ละครก็กำเนิดด้วยชนชั้นกลาง ทำงานเหนื่อยก็ดูบันเทิง ใครจะมานั่งตีความคิดอะไรเยอะแยะ สื่อของละครมันเลยออกมาเบาๆ พอเป็นละครที่ซีเรียส เรตติ้งจึงไม่ขึ้น
“อย่างเรื่องเพลิงพระนาง ตบตี แสดงความรุนแรง ด้วยวาจาก็แรง การแย่งชิง แต่ความรุนแรงคนก็ดูกันไง นัยหนึ่งมันก็สะท้อนวิธีคิดในสังคมว่า เสพความรุนแรงจนคุ้นเคย สะท้อนว่า เรื่องผัวๆ เมียๆ มันคงเป็นโครงสร้างระดับลึกในสังคมไทย ยกตัวอย่างหนังญี่ปุ่นที่ครีเอทกันออกมาจะเป็นแนวเครียด ก็สะท้อนวิธีคิด สังคมของเขาที่มีการแข่งขันกัน คนญี่ปุ่นเครียด เป็นโครงสร้างทางสังคมระดับลึก เรื่องเมียน้อย เมียหลวง รักสามเส้ามันถึงอยู่ในสังคมไทย มันสะท้อนว่าในสังคมจริงเราก็มีแบบนี้แหละ แต่ใครจะมานั่งบอกครอบครัวแตกแยก ละครออกมาแล้วคนจึงคอนเซิร์น (Concern) เรื่องพวกนี้ค่อนข้างสูง แต่ถึงจะพล็อตเดิมๆ ถ้าเขียนบทดี โปรดักชั่นดี มันช่วยให้มีการวิจารณ์กันเกิดขึ้น วิจารณ์ในแง่ของความคิด”
ทางด้านผู้จัดละครเมียหลวง น้อง-พรสุดา ต่ายเนาว์คง บริษัท ดี วัน ทีวี บอกที่เลือกละครเรื่องนี้มารีเมก เพราะอยากให้ได้ดูละครที่สะท้อนปัญหาครอบครัว
“เมียหลวงเป็นละครที่น่าสนใจ เป็นดราม่าเข้มข้น มีความแซ่บ เชือดเฉือน เป็นเรื่องของปัญหาครอบครัว ซึ่งน่าจะโดนใจคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์จริง และสิ่งที่น่าสนใจคือ เราจะรับมือกับมันอย่างไร เมื่อเจอกับเหตุการณ์นี้ เราอยากดึงคนดูเข้ามาร่วมในสถานการณ์ของละคร เมื่อทำผิดไปแล้วจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งตัวละครทุกตัวจะมีวิธีแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันไปอยากให้คนดูคิดว่าสิ่งที่ตัวละครบางตัวทำนั้น มันไม่ดี ไม่ควรทำตามเลย
“มันเป็นละครครอบครัว ไม่ใช่ละครที่รุนแรงนะคะ อยากให้สามีนั่งดูกับภรรยาแล้วรู้สึกว่าสงสารภรรยา ถ้ามีกิ๊กอยู่อยากให้โทรไปเลิกเลย อยากให้ละครเรื่องนี้สัมผัสได้ บางคนที่เป็นกิ๊กอยู่ อยากให้ดูแล้วกลับใจได้จริงๆ เพราะผลที่ตามมาแย่และไม่เคยดี อยากให้คนในครอบครัวดูแล้วเปิดใจหันหน้าคุยกันค่ะ”
สำหรับละคร พริ้ง คนเริงเมือง ที่นางเอกมีสามีถึง 7 คน ละครรสแซ่บก็ยังได้รับเสียงตอบรับจากแฟนละครอีกเช่นเคย
โน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบทสามีคนที่ 3 พูดถึงละครเรื่องนี้ว่า ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ สะท้อนชีวิตของหญิงสาวผู้ใฝ่หารักแท้ แต่ชีวิตกลับดำเนินไปด้วยกิเลส เพราะเหตุหลักคือการเลี้ยงดูเด็กผิดวิธี ทำให้เด็กขาดความอบอุ่นโหยหาความรักที่แท้จริงและขาดการแนะนำที่ถูกทางมาตั้งแต่เด็กๆ จึงมีความฝังใจแบบผิดๆ มาตลอด ทำให้เด็กหาทางออกแบบผิดๆ
ดูละครต้องมีภูมิคุ้มกันและสามารถนำไปเป็นกระจกส่องชีวิต และปรับใช้ได้ “อยากให้ผู้ปกครองติดตามชมละครเพราะน่าจะได้แง่คิดมาปรับใช้ในครอบครัวได้บ้างครับ วิธีป้องกันแก้ปัญหาเรื่องนี้ ต้องเริ่มต้นมาจากครอบครัวผู้ปกครอง หรือพ่อแม่ของเด็กที่จะต้องดูแลด้วยความรักความเข้าใจใกล้ชิด ใช้เหตุและผลความอบอุ่นนุ่มนวล มีความเป็นมากกว่าพ่อกับแม่คือ สามารถเป็นเพื่อนเขาได้ด้วย จะทำให้เข้าใจกันและกันมากยิ่งขึ้น”
ในเปลือกของความบันเทิง ตบตีแย่งชิง อารมณ์เกรี้ยวกราด ด่าทอหยาบคาย ลุ่มหลงในกิเลสตัณหา มันก็ยังห่อหุ้มความจริงอันแสบสันของปัญหาสังคมที่เห็นกันดาษดื่น เพียงแต่จะไม่เสพแค่เปลือก และมองลึกเข้าไปถึงโครงสร้าง ความบันเทิงที่ย้อนแย้งความจริงของมนุษย์


