
จากปาก ดีเจเชาเชา เล่าทั้งน้ำตาปมขับรถชนคนเสียชีวิต ยันเป็นเหตุสุดวิสัย
ดีเจเชาเชา แถลงข่าวทั้งน้ำตา ปมขับรถชนคนเสียชีวิต ยันเหตุการณ์สุดวิสัย ไม่ได้คิดหนีอย่างที่เป็นข่าว เตรียมบวชให้ผู้ตาย 15 วันหลังจบเรื่อง
ดีเจเชาเชา แถลงข่าวทั้งน้ำตา ปมขับรถชนคนเสียชีวิต ยันเหตุการณ์สุดวิสัย ไม่ได้คิดหนีอย่างที่เป็นข่าว เตรียมบวชให้ผู้ตาย 15 วันหลังจบเรื่อง
เกิดเป็นประเด็นวิพากษ์กันสนั่้นโลกออนไลน์ สำหรับกรณี นายชวลิต ศรีมั่นคงะรรม หรือ ดีเจเชาเชา หลังจากเกิดเหตุขับรถชนคนขับรถจักรยานยนต์เสียชีวิต โดยเมื่อวานได้ไปพบกับพนักงานสอบสวน สน.สายไหม โดยทางตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหากับนายชวลิต ประกอบด้วย 1.ข้อหาขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายและเป็นเหตุให้ มีผู้เสียชีวิต 2.ข้อหาขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และ3.ข้อหาขับรถโดยไม่จัดทำพ.ร.บ. ผู้ประสบภัยทางรถ
ล่าสุดวันนี้ 5 พ.ค. ดีเจเชาเชา ได้เดินทางมาพร้อมทนายตั้งโต๊ะแถลงข่าวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่ณ สตูดิโอ ชั้น 11 อาคารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เพลส โดยเจ้าตัวได้เผยว่า...
"เรื่องราวที่เกิดขึ้นคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ครอบครัวน้องก็ไม่อยากให้เจอเรื่องแบบนี้ ในคืนวันที่ 26 เม.ย. เข้าสู่วันที่ 27 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์ ผมได้จัดรายการ “แฉ” ที่ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ หลังจากจัดรายเสร็จเวลาประมาณ 23.45 น. ผมก็เดินทางกลับบ้านตามปกติที่ทำทุกวัน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุจะมีจุดกลับรถ ผมก็ลดความเร็วลงขณะกลับรถ และค่อยๆ เพิ่มความเร็วขณะกลับรถเสร็จ ซึ่งผมก็สังเกตุเห็นว่ามีกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ ก็พยายามระวัง ขับด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม.ต่อชม. แต่เมื่อขับไปได้สักพัก กลุ่มมอเตอร์ไซค์ทางด้านซ้ายก็เริ่มแตกฮือ โดยมีหนึ่งคันพุ่งจากซ้ายมาขวาปาดเข้ามาอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว
สิ่งแรกที่เห็นคือเห็นน้องเขานอนเจ็บอยู่ เลยเปิดประตูลงไปดู หลังจากนั้นจึงเอารถไปจอดทางด้านซ้ายและรีบวิ่งไปหาคนเจ็บ ซึ่งผมก็เป็นคนที่ประคองหัวเขามาไว้ที่บ่า บอกน้องๆ อย่าเป็นอะไรนะ ตอนนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว มีผมอยู่กับเขา ส่วนเพื่อนๆ คนอื่นไม่อยู่แล้ว ผมเลยโทรหาอภปร. กู้ภัยสายไหม แจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ ให้รีบมาตรงนี้หน่อยถนนตัดใหม่วัชรพล ประมาณ 5-10 นาที กู้ภัยก็มา และช่วยปฐมพยาบาล
หลังจากนั้นจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพล โดยผมได้ขับรถตามไปที่โรงพยาบาลเพราะเป็นห่วงคนเจ็บมากที่สุดในตอนนั้น ซึ่งเมื่อไปถึงคุณหมอแจ้งว่าต้องเอ็กซ์เรย์สมอง และรอดูอาการ 3-5 วัน ผมก็นั่งเฝ้าจนถึง 04.00 น. จนคุณหมอจึงได้บอกให้กลับบ้านเพราะทำอะไรไม่ได้ โดยก่อนกลับผมได้ไปแจ้งความที่สน.สายไหม เพื่อลงบันทึกประจำวัน
ผมคิดว่าผมทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ถ้าผมคิดจะหนี คงไม่ลงไปดู คงไม่ไปโรงพยาบาล คงไม่ไปสน. ลงบันทึกประจำวัน แล้วเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น บอกเลยว่าเป็นเหตุการณ์ที่เร็วมากกะทันหันมาก กระชั้นชิดมาก คุณเคยขับรถแล้วมีหินเขวี้ยงมาใส่รถมั้ย คือมันปั้งเข้ามาเลย ถ้าใครอยู่ตรงนั้นจะเข้าใจความรู้สึกของผม ว่าเราขับอยู่ดีๆ แล้วมีรถพุ่งมาจากด้านซ้าย ซึ่งเราไม่ได้ตั้งใจจะขับไปชนเขา ผมเลยรู้สึกว่าผมไม่ได้ชน เขาพุ่งเข้ามา แต่สิ่งที่ผมเห็นคือคนเจ็บ ผมต้องไปช่วยเขาก่อน ผมยังเชื่อว่าการที่เราคิดดีทำดี ช่วยเหลือคนจะเป็นสิ่งที่ดี จะทำให้เราปลอดภัย นี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้น จนทุกวันนี้มันยังคอยหลอกหลอนอยู่ ต้องคอยตอบคำถามคนอื่นอยู่ตลอด
ส่วนที่คนมองว่าหากไม่มีคลิปก็จะไม่ยอมรับนั้น คืออยากให้มาเป็นผม ทำไมต้องคิดว่าชนไม่ชน ผมขับรถไปหาเขา พุ่งไปชนเขาหรอ ไม่ใช่ ผมขับรถมาปกติ แต่มันป็นอุบัติตุสุดวิสัยจริงๆ คำถามนี้ทำให้ผมคิดหนังว่าผมตกเป็นจำเลยของสังคมตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่ถามว่าเขาขับรถพุ่งมาผมรู้สึกยังไง มันเป็นคำถามที่คาใจมาทุกวันนี้ ผมไม่มีกล้องหน้ารถ ถ้ามีกล้องคลิปคงออกไป แล้วผมคงสบายใจกว่านี้เยอะเลย ผมเป็นคนเดียวที่อยู่กับเขา เพื่อนๆ หายไปไหนกันหมด ข่าวที่ออกไปว่าผมคิดหนีนั้น ไม่จริง เพราะผมเพียงแค่มาขยับรถไปจอดทางซ้าย เพราะมีรถตามมาข้างหลัง ผมจึงไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ในขณะนั้นกลุ่มมอเตอร์ไซค์ก็ขับรถมาล้อมเพราะคิดว่าผมจะหนี แต่เมื่อผมลงไปช่วยคนเจ็บ กลับไม่มีเพื่อนเขาอยู่เลยสักคน ไม่รู้ว่าทำไมไม่อยู่ดูเพื่อนเขาบ้าง
ผมไม่เคยบอกว่าเป็นพลเมืองดี ผมบอกว่ามีอุบัติเหตุเฉี่ยวชนที่ วัชรพล ให้น้องรีบมาดูหน่อย ถ้าผมอยากสร้างภาพ ผมคงเอาโพสต์ที่น้องอภปร.โพสต์ไปโพสต์ในไอจี เฟซบุ๊กแล้ว แต่นี่เราไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะเรารู้สึกว่าถ้าเราทำเราไม่ต้องไปโชว์ใคร นั่นคือสิ่งที่ผมคิด แต่สิ่งที่ได้รับตอนนี้ ทำไมเป็นแบบนี้
ส่วนเรื่องที่มารดาของผู้เสียชีวิตอ้างว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากตนนั้น ไม่จริง เพราะผมได้ช่วยเหลือตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ และให้ผู้จัดการติดตามอยู่ตลอด แต่คิดว่าอาจเป็นเพราะการสื่อสารที่ผิดพลาดเลยทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งผมพร้อมให้การช่วยเหลือตามมนุษยธรรมอย่างเต็มที่ วันที่เกิดเหตุ อภปร. โทรหาญาติทั้งหมด 6-7 คน ไม่มีใครมาเลย โทรติดแต่ไม่มีใครรับ โทรไปอีกครั้งปิดเครื่อง ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมดูแลเองนั่นคือสิ่งแรกที่ผมคิด
ผมให้ผู้จัดการติดต่อคุณแม่ตลอด ซึ่งผมก็คิดว่าอีกไม่กี่วันเขาจะหาย ไม่คิดว่าเขาจะเสีย พอรู้ว่าเขาเสียผมตกใจมาก ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ มันเป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับเรามาก หมอบอกว่าเลือกคั่ง เกิดอาการช็อก ส่วนถามว่าน้องมีแอลกอฮอล์มั้ยต้องถาม อภปร. เพราเขายืนยันว่ามีกลิ่น ทางหน่วยฉุกเฉินก็บอกว่ามีกลิ่น ส่วนผลทางการแพทย์ยังไม่ออกมา ต้องรอให้ตำรวจไปขอทางรพ.
เรื่องใบขับขี่และพรบ. ที่ขาดอายุไป 1 ปี ตนยอมรับว่าเป็นความสะเพร่าของตนเองที่ไม่ได้ไปต่ออายุ เนื่องจากในบางครั้งได้ให้คนขับรถมาขับรถให้ ตนจึงทำงานและไม่มีเวลาไปต่ออายุ
เรื่องความเชื่อปีชง เชาเชา กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีชงของตน มีหมอดูที่นับถือหลายท่านได้เตือนตนให้ระวังอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสมองก็พยายามระวังตัวเองมาโดยตลอด เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ก็ตรงตามที่ถูกทักไว้จริง โดยหลังจากเสร็จเรื่องราวทั้งหมดตั้งใจว่าจะบวชเพื่ออุทิศกุศลให้กับผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 15 วัน
อยากจะบอกทางครอบครัวของคุณแม่ว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แม่ก็คงไม่อยาก เข้าใจว่าการสูญเสียเป็นยังไง เพราะผมก็เคยสูญเสีย อยากให้เข้าใจว่าผมไม่ได้ใจร้าย ผมช่วยเหลือลูกแม่เป็นคนแรก ผมบอกแม่แค่นี้ คือน้องก็อยู่บนตักผม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สุดวิสัยจริงๆ อยากให้เข้าใจ แล้วถ้าคุณแม่อยากให้ช่วยอะไร บอกมา แม้จะไม่ได้ตัดสินว่าใครผิดใครถูก แต่ผมเห็นใจ ผมเชื่อว่าความดีเป็นสิ่งที่ควรทำครับ”







