ผศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ช่วยลดมลพิษด้วยรถยนต์ไฟฟ้า
เนื่องจากโลกของเราเริ่มมีมลภาวะเป็นพิษมากขึ้น ทำให้โลกร้อนมากขึ้นทุกที
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
เนื่องจากโลกของเราเริ่มมีมลภาวะเป็นพิษมากขึ้น ทำให้โลกร้อนมากขึ้นทุกที หลายประเทศจึงพยายามในหลายๆทาง ในการช่วยลดมลภาวะและอุณหภูมิของโลกให้เย็นลง หนึ่งในวิธีการดังกล่าวก็คือการใช้พลังงานสะอาด อย่างเช่นการใช้พลังงานไฟฟ้าในรถยนต์ แทนการใช้เชื้อเพลิงอย่างก๊าซหรือน้ำมัน เพราะเชื่อกันว่าพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานสะอาดและราคาถูกกว่าอีกด้วย
ประเทศไทยเอง ก็มีความพยายามที่จะผลักดันให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน วันนี้มีโอกาสได้สัมภาษณ์นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย คนแรกของประเทศไทย ผศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล สมาชิกผู้ก่อตั้ง และได้รับเลือกให้เป็นประธานคนแรกของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ซึ่งมีพันธกิจในการส่งเสริมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ที่จะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงที่เป็นฟอสซิล และลดการปล่อยมลพิษบนท้องถนน
นอกจากเป็นประธานคนแรกของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยแล้ว เขายังสวมบทบาทในการเป็นอาจารย์ประจำจากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ส่วนสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเพิ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อประมาณปลายปีที่ผ่านมา
“ก่อนหน้านี้เกือบ 2 ปี ก็มีการรวมตัวของคณะทำงานจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันทำงานและช่วยกันผลักดัน ผมก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งยุคบุกเบิก จนกระทั่งสามารถก่อตั้งเป็นรูปเป็นร่างขึ้น จึงมีการเลือกนายกสมาคมและได้ผมมาทำงานให้เป็นคนแรก และแน่นอนว่าเราอยากให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกันเยอะๆ”
บทบาทในการเป็นนายกสมาคมของเขานั้น คือ การผลักดันในระดับนโยบายให้ภาครัฐส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษเป็นภาพของ Go Green อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อปี 2558 เขาได้เป็นที่ปรึกษาให้กับคณะอนุกรรมการพลังงาน ซึ่งอยู่ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อช่วยร่างให้เกิดนโยบายให้รถยนต์ใช้พลังงานสะอาดและราคาถูกจากไฟฟ้า เนื่องจากประเทศไทยจัดเป็นประเทศที่มลภาวะเป็นพิษสูงในระดับต้นๆ ของโลก
จนเกือบ 2 ปี หลังจากนั้นจึงเกิดสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เพื่อให้รวมศูนย์ของผู้ที่ทำงานด้านรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งนักวิชาการ อาจารย์ ผู้ประกอบการ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ไม่ให้กระจัดกระจาย มารวมตัวกันให้เป็นกลุ่มก้อน ตั้งเป็นสมาคมเกิดขึ้น เพื่อเป้าหมายให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
เขาบอกว่า ตอนนี้ก็มีใช้บ้างแต่ยังน้อยอยู่และอาจจะราคาสูง ถ้ามีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น มีจุดชาร์จแบตเตอรี่มากขึ้น ราคารถก็จะถูกลง ซึ่งการใช้รถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงกว่า ราคาถูกกว่า ถ้าสามารถผลิตรถยนต์ให้สามารถชาร์จแบตได้นานพอจะวิ่งได้ 200-300 กิโลเมตรขึ้นไป ซึ่งตอนนี้ราคาจะอยู่ที่คันละ 2 ล้านกว่าเกือบ 3 ล้านบาท หากสามารถทำให้ราคาขายอยู่ที่ไม่เกิน 2 ล้านบาท คนก็จะซื้อใช้กันมากขึ้น
ผศ.ดร.ยศพงษ์ บอกด้วยว่า มีห้างสรรพสินค้าในย่านกลางเมือง 2-3 แห่ง ที่พร้อมให้ความร่วมมือในการเปิดเป็นจุดให้บริการชาร์จแบตเตอรี่รถไฟฟ้า หากมีจุดที่ชาร์จแบตเตอรี่ที่หาง่ายสะดวก ก็มั่นใจว่าจะมีคนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้นสัก 10-20% ของจำนวนผู้ใช้รถในตอนนี้ ก็จะสามารถช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากยิ่งขึ้น
“เมื่อคนใช้มากขึ้น รถก็จะราคาถูกลง มลพิษก็จะลดลงตามไปด้วย เพราะมลพิษเป็นตัวการสำคัญในการทำให้คนเป็นมะเร็ง เราก็อยากให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้มากขึ้น เพราะกระแสสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่คนสนใจและให้ความสำคัญมากขึ้น เชื่อว่าคนอยากให้ความร่วมมือนะ ถ้าราคารถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้ 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แล้วราคารถอยู่ที่คันละไม่เกิน 8 แสนบาท จะมีคนใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากกว่านี้เป็นธรรมดา ที่ยิ่งคนใช้เยอะราคาจะถูกลง เชื่อว่าภายใน 3-5 ปี เราจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น”
เขาบอกว่า ภายในปีนี้จะพยายามผลักดันให้ในกรุงเทพมหานครมีการสร้างจุดประจุไฟฟ้าที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างน้อย 20 แห่ง และปีหน้าจะพยายามเพิ่มจุดชาร์จให้ได้มากขึ้นเป็น 50-80 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ยังมองภาพในอนาคต 2-3 ปีข้างหน้านี้ว่า ให้คนไทยมีรถคันแรกเป็นรถยนต์ไฟฟ้า เพราะทุกวันนี้คนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามักจะเป็นรถคันที่ 2-3 แล้ว เพราะรถยนต์ไฟฟ้ายังมีราคาแพง คนรวยเท่านั้นถึงจะมีเงินซื้อได้
“ถ้าคนชั้นกลางสามารถซื้อได้ และเป็นรถคันแรกของเขาก็จะดีมากมายเลย ซึ่งทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยพยายามที่จะผลักดันผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นคนไทยให้เข้ามาในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า เพราะอยากให้โอกาสกับแบรนด์ไทย คนไทย ซึ่งก็มีฝีมือและคุณภาพที่ดีอยู่เป็นจำนวนมาก”
หลังจากที่เขาได้ไปเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายหน่วยงานของภาครัฐมาเป็นเวลาหลายปี ก็เริ่มมีหน่วยงานที่ให้ความสนใจกับเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า โดยกระทรวงพลังงานได้ส่งเสริมให้รถตุ๊กตุ๊กเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันมาใช้พลังงานจากไฟฟ้า ซึ่งมีโครงการนำร่องรถตุ๊กตุ๊กรุ่นใหม่จำนวน 2.2 หมื่นคัน ภายใน 5 ปี โดยกระทรวงพลังงานให้งบในการจัดการจำนวน 100 คันแรก จำนวน 40 ล้านบาท ในราคาคันละ 4 แสนบาท เพื่อลดมลพิษบนถนนให้น้อยลง
ทางด้านการศึกษานั้น เขาจบปริญญาตรี จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ภาคอินเตอร์ ปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ และปริญญาเอก ด้านวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจ กรุงลอนดอน โดยเขาเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาลตอนเรียนปริญญาเอก และยังได้เป็นศิษย์เก่าดีเด่นจากสหราชอาณาจักร สาขาผู้ประสบความสำเร็จด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
สำหรับหลักการทำงาน เขาบอกว่า ต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ทำงานด้วยหัวใจ ใช้สมองในการแก้ไขปัญหา ลงมือทำอย่างจริงจัง เวลาทำงานต้องมองให้เห็นภาพใหญ่ว่าจะเป็นอย่างไร แต่เวลาลงมือทำก็ทำจากภาพเล็กๆ ลงมือทำทันที ไม่สะสม ไม่ดองงาน
เมื่อเจออุปสรรคปัญหาอย่าท้อ แก้ไขทำผิดให้เป็นถูกแล้วเริ่มใหม่ งานทุกอย่างมีปัญหาเสมอมากบ้างน้อยบ้างเป็นเรื่องธรรมดาของคนทำงานทุกคน ชีวิตมันต้องมีเรื่องเสียดทานถือเป็นเรื่องปกติ ปัญหามีไว้แก้เป็นธรรมดาของทุกสิ่งในโลก อะไรไม่เคยทำ ให้ลองเรียนรู้และลองทำไป กล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เดี๋ยวก็จะประสบความสำเร็จได้เอง การทำเรื่องใหม่แล้วประสบความสำร็จได้นั้นนับว่าเป็นเรื่องท้าทาย
“อย่ากลัวที่จะเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ เพราะโลกเปลี่ยนไปทุกวัน มีเรื่องให้เรียนรู้ทุกวัน คนเราต้องเรียนรู้กันไปตลอดชีวิต อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่งก็จะไปไม่ถึงสิบ ที่สำคัญเราต้องพยายามสร้างคนรุ่นใหม่ๆ ไปพร้อมกันด้วย โดยเฉพาะอาชีพครูอาจารย์คือการสร้างคนให้มีความรู้และเป็นคนดี อย่าลืมที่จะสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับคนอื่นๆ อยู่เสมอ” -- นี่คือแนวคิดในการทำงานของเขา
“เราจะคิดว่ามีพรุ่งนี้เสมอ เพียงแต่โอกาสอาจไม่ได้มาพรุ่งนี้เสมอไป เมื่อมีโอกาสได้ทำสิ่งที่ถูกสิ่งที่ควร จงทำอย่างเต็มที่และสุดความสามารถ เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เรากำหนดวันนี้ ผลของการตัดสินใจในวันนี้ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตในวันพรุ่งนี้เสมอ”
ผศ.ดร.ยศพงษ์ ยังน้อมนำหลักคำสอนทางศาสนามาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องกรรมดีกรรมชั่ว กรรมคือผลของการกระทำ เนื่องเพราะเคยบวชเรียนมาแล้ว และมองศาสนาในเชิงหลักวิทยาศาสตร์ แต่ในการทำงานนั้นมีทั้งความเป็นศาสตร์และศิลป์อยู่ในตัว


