
กิเลนกำลังคึกรับมือสุพรรณ
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กำลังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมหลังคว้าชัยในถ้วยสโมสรเอเชีย จึงหวังที่จะสานต่อฟอร์มเก่งในเกมลีกสัปดาห์นี้
โดย...ชมณัฐ
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กำลังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมหลังคว้าชัยในถ้วยสโมสรเอเชีย จึงหวังที่จะสานต่อฟอร์มเก่งในเกมลีกสัปดาห์นี้ โดยจะเปิดบ้านรับมือ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ฟอร์มเริ่มกลับมาเข้าฝัก
เอสซีจี เมืองทองฯ - สุพรรณบุรี เอฟซี สนาม : เอสซีจี สเตเดี้ยม (วันที่ 30 เม.ย. เวลา 19.00 น.)
“กิเลนผยอง” สลัดความกังวลหลังกรุยทางสู่รอบน็อกเอาต์ศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ ดังนั้นสัปดาห์นี้จึงสามารถกลับมาโฟกัสในศึกไทยลีกอย่างจริงจัง หลังจากนัดที่แล้วสะดุดทำได้แค่บุกเสมอราชบุรี มิตรผล เอฟซี 1-1 ทำให้มี 25 คะแนน นำหน้าอันดับ 2 อย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพียงแต้มเดียว
เกมนี้ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน กุนซือเจ้าถิ่น ยังคงต้องปวดหัวกับแผงแนวรุก เพราะต้องเช็กความฟิตของ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้ากัปตันทีมที่มีอาการเจ็บบริเวณหลังจากเกมชนะบริสเบน รอร์ (ออสเตรเลีย) 3-0 ขณะที่ “เจ้ากอล์ฟ” อดิศักดิ์ ไกรษร เจ็บยาวลงเล่นไม่ได้แน่นอน จึงเหลือเพียง ซิสโก ฆิเมเนซ ดาวยิงสแปนิชที่กำลังฟอร์มแรงยิงไปแล้ว 5 ประตู
“ตอนนี้ทีมเราค่อนข้างที่จะผ่อนคลาย ก็จะมาโฟกัสผลงานในลีกแบบนัดต่อนัดต่อไป ส่วนเป้าหมายกับสุพรรณบุรี แน่นอนว่าการเล่นในบ้านเราก็หวังที่จะเก็บ 3 คะแนนให้ได้อยู่แล้ว ส่วนตัวผู้เล่นก็ต้องรอเช็กความพร้อมกันจนนาทีสุดท้ายเพราะหลายคนลงเล่นมาติดต่อกัน” โค้ชแบน กล่าว
ขณะที่ขุมกำลังแดนอื่นยังสมบูรณ์พร้อม โดยเฉพาะแผงหลังอันเหนียวแน่นที่เสียไปเพียง 4 ประตู น้อยที่สุดในลีก นำโดย นาโอกากิ อาโอยามะ (ญี่ปุ่น) และ ลีโฮ (เกาหลีใต้) 2 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟโควตาเอเชีย ขณะที่แผงมิดฟิลด์ได้ วัฒนา พลายนุ่ม กลับมาเป็นตัวเลือกร่วมกับ รัชพล นาวันโน และ “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่เพิ่งคว้าแมนออฟเดอะแมตช์ในถ้วยเอเชียเป็นเกมที่ 3 จากการลงสนาม 5 นัด
ด้าน สุพรรณบุรี ฟอร์มเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางหลังปลด แซร์โจ ฟารีอัส เทรนเนอร์ชาวบราซิเลียน แล้วให้ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือทีมชาติไทย ชุดยู-23 ขัดตาทัพแทน ร่วมกับทีมงาน สถาพร วาจาขำ และ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค โดยผลงานที่ผ่านมา 2 นัด บุกชนะพัทยา ยูไนเต็ด 3-1 ต่อด้วยเปิดบ้านถล่มนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 4-0 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 10 ของตาราง มี 14 คะแนน
“การไปเยือนเมืองทองทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นเกมที่ยาก อีกอย่างเราเป็นทีมเยือน แม้ว่าพวกเขาจะมีเกมกลางสัปดาห์แต่ก็ยังเป็นทีมที่แข็งแกร่งและครองบอลได้เยอะ ส่วนเรายังมีปัญหาเรื่องการเสียบอลง่ายในเวลาเร่งจังหวะ ดังนั้นการไปเยือนครั้งนี้ เราหวังที่จะบุกไปเก็บ 1 คะแนนให้ได้ เราจะใส่เต็มร้อยแน่นอน ถึงสกอร์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในตอนนี้คือเราจะพยายามเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับมาให้ได้” โค้ชโย่ง เผย
“ช้างศึกยุทธหัตถี” ยังได้รับข่าวดีเมื่อ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทย ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาที 37 ของแมตช์ที่แล้ว อาการไม่หนักมากสามารถกลับมาซ้อมได้แล้ว และลุ้นมีชื่อลงสนามคอยป้อนบอลให้กับ 3 ประสานแนวรุกที่พร้อมใจกันยิงมา 2 นัดติด ประกอบด้วย ชนานันท์ ป้อมบุปผา (3 ประตู), ดิเอโก มาดริกัล (คอสตาริกา/2 ประตู) และ กิแยร์เม ออกุสโต เดลลาตอร์เร (บราซิล/7 ประตู)
ความน่าจะเป็น : เอสซีจี เมืองทองฯ ต้องการชัยชนะเพื่อทำแต้มหนีทีมตาม แต่ขุมกำลังรบสภาพยังอ่อนล้า เต็มที่อาจได้แค่เฉือน
เชียงราย ยูไนเต็ด - บางกอกกล๊าส เอฟซี สนาม : สิงห์ สเตเดี้ยม (วันที่ 30 เม.ย. เวลา 18.00 น.)
อีกคู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ “กว่างโซ้งมหาภัย” อันดับ 3 มี 22 คะแนน จะเปิดรังรับมือ “บีจี” อันดับ 4 ที่ไล่จี้มาติดๆ มี 20 คะแนน โดยเกมนี้เจ้าถิ่นภายใต้การคุมทัพของ อเล็กซานเดร กามา กุนซือดีกรีแชมป์ไทยลีก 2 สมัยชาวบราซิล ตั้งเป้าคว้าชัยสถานเดียวเพื่อทำแต้มกวดจ่าฝูงหลังจากเกมที่แล้วโดนอดีตต้นสังกัด บุรีรัมย์ บุกมาเฉือนชัยถึงบ้าน 1-2 ทว่ายังไม่สามารถใช้งาน ปิยพล ผานิชกุล แบ็กขวาที่ติดโทษแบนได้ ส่วนรายอื่นพร้อมสมบูรณ์
ขณะที่ ออเรลิโอ วิดมาร์ เฮดโค้ชชาวออสเตรเลียของบางกอกกล๊าส ยอมรับว่าคู่แข่งแข็งแกร่ง แต่ก็มั่นใจในศักยภาพลูกทีมว่าจะบุกไปคว้า 3 คะแนนกลับบ้านได้เช่นกัน โดยได้ข่าวดีเมื่อ พิชิต เกสโร ดาวเตะสารพัดประโยชน์หายเจ็บเข่ากลับมาช่วยทีมได้แล้ว ทำให้เกมนี้จะขาดเพียง อรรถวิท สุขช่วย กองกลางดาวรุ่งเพียงรายเดียว
“เป็นเกมที่ยากแน่นอน แต่เราก็ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมเราว่ามีดีพอสำหรับเกมนี้ โดยเป้าหมายของเราคือต้องชนะไม่ว่าจะเป็นเกมใดก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องกลัว ซึ่งเราได้พิสูจน์มาแล้ว แม้ว่าจะเล่นนอกบ้านเราก็สามารถชนะได้” วิดมาร์ มั่นใจ







