ขอบคุณ...เพื่อนร่วมทาง
เมื่อมีคำถาม ถามให้ลองตอบว่าชอบภูเขาหรือทะเล ไม่ยากใช่มั้ย ถ้าใครจะตอบ สิ่งที่ชอบรู้อยู่แก่ใจ ภูเขา แสนงาม
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
“เมื่อมีคำถาม ถามให้ลองตอบว่าชอบภูเขาหรือทะเล ไม่ยากใช่มั้ย ถ้าใครจะตอบ สิ่งที่ชอบรู้อยู่แก่ใจ ภูเขา แสนงาม ยิ่งในยามที่มีฝนพรำ ผีเสื้อดอกไม้ร่ายรำ ชอบฝนพรำ ทำให้ผมเธอเปียก
เมื่อมีคำถาม ถามให้ลองตอบว่าชอบภูเขาหรือทะเล ไม่ยากใช่มั้ย ถ้าใครจะตอบ สิ่งที่ชอบรู้อยู่แก่ใจ ทะเล แสนงาม ยิ่งในยามที่มีสายลม แดดงามจะแต้มตามไรผม ชอบสายลมพัดเส้นผมเธอปลิว”
ข้างต้นเป็นเนื้อเพลง “ภูเขาหรือทะเล” ของคุณ “ศุ บุญเลี้ยง” ส่วนเป็นเพลงที่มักเปิดฟังระหว่างเดินทางทุกครั้ง จะว่าไปก็ช่วยสร้างความสุนทรีย์ได้ตลอดเส้นทางเหมือนกัน
เป็นเพลงที่ชวนให้คิดเหมือนเนอะว่าชอบ “ภูเขา” หรือ “ทะเล” มากกว่ากัน แต่ละที่ก็ล้วนมีเสน่ห์เหมือนกัน แต่หากจะให้ฟันธงจริงๆ ผมก็ขอว่าไปตามเนื้อเพลงช่วงท้ายที่บอกว่า “จะบนภูเขาหรือทะเลไกล ชอบที่ไหน ชอบที่มีเธอ” ฮิ้ว...!
หลายคนมักบอกว่าในการเดินทางนั้นจุดหมายปลายทางไม่สำคัญเท่ากับระหว่างทางและเพื่อนร่วมทาง
ทฤษฎีนี้นับว่าใช้ได้พอสมควรนะครับ ปลายทางเรารู้อยู่แล้วว่าจะถึงกี่โมงและจะพบอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจะหาข้อมูลจนพอทราบกันมาคร่าวๆแล้วจากสื่อสังคมออนไลน์สารพัดรูปแบบ บางทีไปถึงแล้วอาจจะรู้สึกเฉยๆ ก็ได้
แต่สำหรับ “ระหว่างทาง” แล้วเป็นเรื่องอะไรที่ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าจะเจออะไรบ้าง
ผมเองก็เคยเจอกับตัวมาแล้ว เหตุเกิดขึ้นที่กาญจนบุรี กำลังบิดมอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองเพื่อเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดที่ห่างออกไป 80 กิโลเมตร พอมาถึงสักประมาณกิโลเมตรที่ 50 ปรากฏว่าอยู่ดีๆ มอเตอร์ไซค์เจ้ากรรมดันมาดับเอาเสียดื้อๆ
ในใจตอนนั้นคิด “ฉิบหายแล้ว” สองข้างทางมีแต่ป่าไม้ ยังดีที่เลยไปหน่อยมีร้านค้าเล็กๆ ตั้งอยู่พอดี ลากรถมอเตอร์ไซค์ไปสอบถามและขอความช่วยเหลือว่าพอมีร้านซ่อมรถบ้างหรือไม่ มีลุงใจดีคนหนึ่งเอาเชือกมาผูกและลากเจ้าสองล้อไปที่ร้านซ่อม
แผนการเดินทางในวันนั้นต้องสิ้นสุดลงไปฟรีๆ เพราะเย็นมากแล้ว ถ้าให้เดินทางต่อก็คงจะไม่ได้อะไรสักเท่าไหร่ แต่ภายใต้ความโชคร้ายก็มีความโชคดี เมื่อวันแรกแผนล่ม โปรแกรมต้องมาอัดตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นในวันที่สอง ซึ่งเป็นวันสุดท้าย
อย่างที่บอกว่ามีความโชคดีในความโชคร้าย เพราะได้ท้องฟ้าสีชมพูอมส้มเหนือแม่น้ำแควและเส้นรถไฟสายมรณะ อันเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็น
เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ตระหนักขึ้นมาได้ไม่น้อยเลยว่าเรื่องระหว่างทางเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาจมีเรื่องเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว
แต่นอกเหนือจากเรื่อง “ระหว่างทาง” ที่สำคัญกับการเดินทางแล้ว ยังคิดว่า “เพื่อนร่วมทาง” ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
หลายปีมานี้ต้องยอมรับว่าเทรนด์การเดินทางคนเดียวมาแรงจริงๆ มีเพจที่สร้างแรงบันดาลใจในเรื่องนี้อย่างมากมาย แต่ละเพจก็มีความน่าสนใจแตกต่างกันไป
การเที่ยวคนเดียวมันก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ พูดไปก็อาจจะดูเวอร์หรือเปล่า มันทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เพราะบางทีการที่เราไปกันเป็นหมู่คณะมักติดกับดักคำว่า “อะไรก็ได้” จนกลายเป็นแค่การเที่ยวฆ่าเวลามากกว่าที่จะเป็นการเที่ยวเพื่อเติมเต็มให้กับตัวเอง
เมื่อไม่นานมานี้ ผมเพิ่งได้รับเกียรติจากเพื่อนที่ทำงานด้วยกันให้ร่วมเดินทางไปเที่ยวทะเลสัตหีบ (สงสัยเป็นเพราะสงสารที่เห็นเที่ยวคนเดียวมานาน ฮาๆ)
สัตหีบไม่ได้มีอะไรหวือหวามากมาย ใครก็รู้จัก สะอาดสงบ ค่าใช้จ่ายไม่แพง แต่การเดินทางครั้งนี้สิ่งที่ผมได้กลับมาอย่างมากมาย คือ “ความเป็นประชาธิปไตยในหมู่คณะ”
การตัดสินใจเกี่ยวกับการซื้อเสบียงหรือการกำหนดสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ล้วนมาจากการตัดสินใจร่วมกันไม่ใช้คำว่า “อะไรก็ได้” ใครอยากได้หรือไม่อยากได้อะไรก็บอกมากันตรงๆ และมาแชร์ผลประโยชน์ให้ลงตัวมากที่สุด
ผลจากการร่วมกันคิดและตัดสินใจครั้งนั้นได้สร้างแรงบันดาลใจให้หมู่คณะชาวเราเตรียมวางแผนทริปการเดินทางครั้งต่อไปกันแล้ว
เลยมานั่งคิดว่าความสำคัญของการเดินทางท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือทะเลก็เป็นอย่างที่เพลงของคุณศุ บุญเลี้ยงบอกตรงๆ ว่า “จะบนภูเขาหรือทะเลไกล ชอบที่ไหน ชอบที่มีเธอ”


