
กวีนิพนธ์ซีไรต์ 2553
วันที่ 6 ก.ย. เวลาราวๆ 14.00 น. ก็จะทราบผลกันแล้วว่า กวีนิพนธ์เล่มใดจะได้รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ปี 2553 ไปครอง
วันที่ 6 ก.ย. เวลาราวๆ 14.00 น. ก็จะทราบผลกันแล้วว่า กวีนิพนธ์เล่มใดจะได้รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ปี 2553 ไปครอง
โดย....ทีมวรรณกรรม
ในความไหวนิ่งงัน : กวีวิพากษ์การเมือง
ผลงานของ “นายทิวา” เนื้อหาแบ่งหัวข้อชัดว่ากำลังพูดถึง “ในความไหว” กับ “ในความหวัง” เพื่อสะท้อนภาพการเมืองไทยยุคเก่าและยุคใหม่ โดยใช้จังหวะยั่วล้อคำ เล่นคำซ้ำ นำเสนอผ่านตัวอักษร ด้วยอารมณ์น้ำเสียงแข็งกร้าว ดุดัน เผ็ดร้อน ประชดประชัน เสียดแทงก้นบึ้งของหัวใจ
“เขียนไม่นานเท่าไหร่หรอก แต่กระบวนการคิดเยอะ เปิดปูเปลี่ยนปิด ฟังดูมันง่ายนะ แต่พอถึงกระบวนการคิดมันไม่ง่ายเลย การเมืองมันเป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยชอบกัน จนกลายเป็นคนพูดติดปากว่าเบื่อ จากประสบการณ์ของตัวเอง ถ้านำเสนอเป็นบทความก็จะหนักไป พอเปลี่ยนมาเป็นบทกวีผมว่ามันเบาลงและคลี่คลายมากขึ้นผมว่ามันคือพื้นที่ตรงกลางให้คนที่อาจจะคิดต่างกันมาเจอกัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันก็ได้”
ฉันอยากร้องเพลงสักเพลง : เสียงครวญของมนุษยชาติ
กวีนิพนธ์โดย “ศิริวร แก้วกาญจน์” ที่นำผู้อ่านไปสัมผัสชีวิตของผู้คนที่ดำรงอยู่ท่ามกลางควันปืนและไฟสงคราม ความตายที่ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา สถานที่ และเวลา
“อันที่จริงปัญหาเหล่านั้นสะท้อนตัวมันเองมากกว่า ผมก็แค่นำมาจัดระบบระเบียบผ่านกลวิธีและท่วงทำนองของกวีนิพนธ์เท่านั้นเอง และชิ้นงานในเล่มนี้ จริงๆ ก็ไม่ได้พูดเฉพาะเหตุการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้เท่านั้น เพียงแต่ภาพรวมของเล่มผมเปิดโอกาสให้พื้นที่ 3 จังหวัดนำเสนอตัวมันเองมากกว่าเรื่องราวในส่วนอื่นๆ ของประเทศ ผมแค่ใช้พื้นที่ในเชิงภูมิศาสตร์กายภาพและพื้นที่เชิงวัฒนธรรมของ 3 จังหวัดภาคใต้มาเป็นกรณีศึกษา เป็นพื้นที่สาธิต แต่แก่นแกนที่เราเรียกว่าปัญหานั้นมันแทบไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก แต่ทั้งหมดทั้งปวงนั้นก็คือการพูดถึงมิติต่างๆ ความเป็นมนุษย์”
เดินตามรอย : สะพานเชื่อมวรรณกรรมแห่งยุค
ร้อยกรอง 80 บท ที่คิดเขียนขึ้นจากโคลงโลกนิติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร หลายบทมีสำนวนภาษาเก่าเกินกว่าที่คนในปัจจุบันจะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ จึงค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของคนรุ่นใหม่ “วันเนาว์ ยูเด็น” ผู้เห็นว่าโคลงโลกนิติเป็นวรรณกรรมคำสอนที่ทรงคุณค่าจึงพยายามที่จะสร้างสรรค์วรรณศิลป์ขึ้นมาใหม่ให้อ่านง่ายขึ้น
“ความหมายจะคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่เราจะนำมาขยายความ อธิบายความให้เข้าใจง่ายด้วยการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เพราะของเดิมบางทีเป็นศัพท์โบราณ แต่แทนที่เราจะแปลเป็นภาษาธรรมดา เราก็แปลเป็นกลอนให้มีสัมผัสช่วยให้ท่องจำได้ง่าย ความยากอยู่ตรงที่ของเดิมสมบูรณ์อยู่แล้ว เป็นเพชรแล้ว เราเอามาทำมัวหมองไม่ได้”
ไม่มีหญิงสาวในบทกวี : ง่ายแต่งามและทรงพลัง
แม้จะเพิ่งมีผลงานรวมเล่มครั้งแรก แต่ด้วยความโดดเด่นของบทกวีไร้ฉันทลักษณ์ที่ผสมผสานเอาความอ่อนหวานโรแมนติกกับความดุดันหนักแน่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้ผลงานของกวีหนุ่ม “ซะการีย์ยา อมตยา” ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปีนี้มาได้
“ไม่มีหญิงสาวในบทกวี เป็นกวีนิพนธ์ที่รวบรวมผลงานต่างกรรมต่างวาระ เป็นเรื่องของชีวิตผมที่ได้ไปมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะทรรศนะความคิดเห็นต่อการเป็นกวี บทกวี การเมือง สังคม ปรัชญา ความรัก ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้พบเจอมา ซึ่งมีทั้งเขียนจากแรงบันดาลใจฉับพลัน เจอปุ๊บคิดได้ปั๊บ ก็ลงมือเขียนเลย หลายชิ้นก็เก็บไว้ในความทรงจำมายาวนานเพื่อรอการบ่มเพาะทางความคิดจนตกผลึก”
รูปฉาย ลายชีพ : ภาพที่พบสะท้อนชีวิต
“ถ้อยคำที่เรียบง่าย จังหวะที่ห้วนสั้นกระชับ มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทิ้งท้ายคำถามให้คนอ่านได้ขบคิด” คือนิยามถึงบทกวีของ “โชคชัย บัณฑิต” เจ้าของรางวัลซีไรต์ปี 2544 จากบทกวีเรื่อง “บ้านเก่า”
รวมบทกวีนิพนธ์ 56 บท ระหว่างช่วงปลายปี 2541 ถึงต้นปี 2553 ที่ผ่านการคัดสรรและจัดลำดับภายในกรอบ “รูปเล่าเรื่อง” มาเป็นอย่างดี นำเสนอในรูปแบบของกลอนแปด และมีกาพย์ยานี 11 แทรกมาในบางบท “ผมรวบรวมบทกวีที่เข้าธีมของเรื่องได้เยอะมาก ซึ่งก็ต้องมาคัดว่าอะไรเด็ดที่สุด ซึ่งแต่ละเรื่องก็มีที่มาจากต่างกรรมต่างวาระกันออกไป แต่มีแก่นของทั้งเล่มร่วมกันอยู่ นั่นก็คือ ภาพเหตุการณ์ที่ได้พบเจอฉายไปสู่ชีวิตของคนเรา เป็นการสะท้อนภาพชีวิตที่ได้พบเจอมาทั้งเหตุการณ์ที่เราไปเจอเอง คนอื่นมาเล่าให้ฟัง ทุกชิ้นอธิบายได้หมดว่ามาจากเหตุการณ์ไหน มีครบรสทั้งการเมือง ชีวิต สังคม บันเทิง ศาสนา”
เมืองในแสงแดด : บทกวี(มี)ชีวิต
บทกวีที่สะท้อนภาพชีวิตประจำวันที่ประทับอยู่ในใจของผู้แต่ง “โกสินทร์ ขาวงาม” คล้ายผู้แต่งกำลังวาดภาพด้วยภาษา แตะแต้มรายละเอียดให้ผู้อ่านสัมผัสรับรู้ รูป รส กลิ่น เสียง ที่ผู้แต่งรู้สึก “ผมไม่ได้วางแผนว่าจะเขียนเรื่องอะไร หรือของใครเป็นพิเศษ เผอิญเรื่องมันเกิดขึ้นจากการย้ายบ้านมาอยู่ซอยอยู่สุข แถวๆ ปากน้ำ และบังเอิญก็มีเรื่องให้เขียนน่าสนใจ ผมพยายามจะไม่อ่านหนังสือเพื่อเขียนบทกวี แต่จะอ่านเพื่อต่อยอดมาสู่การเขียนมากกว่าเป็นการเหยียบตะปูเลือดไหลเลย แล้วเอาสิ่งที่เจอกับตัวเองมาเขียน คนอื่นอาจจะมีวิธีทำงานต่างกับผม และด้วยความที่ผมมีเวลาเยอะ ไม่ได้ทำงานประจำ คนอ่านต้องศึกษาอะไรเนื้อหามากหน่อย”







