
ปัญหา HR ของธุรกิจ Healthcare
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รัฐบาลหลายคณะของประเทศไทยเราล้วนเคยสร้างฝันไว้หลายเรื่อง เช่น อยากให้ไทยเป็นนิกส์ (NICs = Newly Industrial Countries) อยากให้เป็นดีทรอยต์ของเอเชีย...อยากให้เป็นศูนย์แฟชั่น...อยากให้เป็นแหล่งอาหารของโลก...อยากให้เป็นศูนย์ท่องเที่ยวและสปา...และอยากให้เป็นศูนย์การแพทย์และพยาบาล
จากฝันทั้งหมดนี้ผู้เขียนอยากสนับสนุนแนวคิดที่จะให้ประเทศไทยเป็นแหล่งอาหารเลี้ยงดูโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นศูนย์การแพทย์และพยาบาล รวมถึงการดูแลสุขภาพมากที่สุด ผู้เขียนเชื่อว่า 3 ฝันนี้น่าจะเป็นฝันที่คนไทยเราสามารถทำให้มันเป็นความจริงได้มาก โดยเฉพาะเรื่องของการรักษาพยาบาลนั้น ใครๆ ก็รู้ว่าแพทย์ชาวไทยนั้นมีความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชาติอื่นๆ ทั้งแพทย์และพยาบาลไทยของเราเป็นที่ต้องการของประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรปมานานแล้ว อาการ
“สมองไหล” ของบุคลากรทางด้านการรักษาพยาบาลจึงเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศไทยมาหลายทศวรรษ และดูเหมือนว่ายังไม่มีหนทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิผลอย่างแท้จริงแต่จะโทษรัฐบาลไทยอย่างเดียวก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในทวีปเอเชียและแอฟริกาก็ประสบกับปัญหาแพทย์และบุคลากรด้านการรักษาพยาบาลถูก
“ซื้อตัว” โดยโรงพยาบาลในประเทศพัฒนาแล้วที่มีกำลังจ่ายมากกว่าเช่นกัน จากการสำรวจวิจัยของ ดร. ดาเนีย บาบา วัสซัน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหาร Healthcare ที่ทำการศึกษาเรื่องสถานการณ์แนวโน้มของบุคลากรผู้ประกอบอาชีพในสาขา Healthcareทั่วโลกเมื่อปี ค.ศ. 2008 ระบุว่า ปัจจัยด้าน HRที่ท้าทายผู้บริหารธุรกิจ Healthcare ที่มาแรงที่สุด 5 อันดับแรกก็คือการวางแผนสืบทอดตำแหน่งที่จะว่างลง
การดึงดูดใจสร้างความผูกพันและรักษาพนักงานคนเก่ง
สร้างทักษะในการทำงานแก่ผู้นำในธุรกิจ Healthcare เพื่อทำงานให้ประสบความสำเร็จ
สรรหาและคัดเลือกพนักงานคนเก่งมาทำงาน
ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนเรื่องสิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาลของพนักงานสูงขึ้น (Rising costs for medical benefits)
ท่ามกลางปัจจัยท้าทายต่างๆ ดังที่กล่าวมานี้ ดร.วัสซันได้ชี้ให้เห็นด้วยว่าธุรกิจหรืออุตสาหกรรม Healthcare ก็เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับสภาพความเป็นไปของสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปไม่หยุดยั้งและมีผลทำให้ผู้บริหารในทุกธุรกิจต้องทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อมและทิศทางการเปลี่ยนแปลงให้ดีเสียก่อนจึงจะสามารถวางกลยุทธ์และแผนงานได้อย่างเหมาะสม
ทิศทางแนวโน้มของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจด้าน Healthcare
ในปัจจุบันนี้ ธุรกิจทางด้าน Healthcare ต้องจับตามองแนวโน้มของปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ
1.ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ (Demographics) เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าในเวลาไม่เกิน 15 ปีข้างหน้า พนักงานวัย Baby Boomers ก็จะทยอยกันเกษียณอายุกันไปหมด แต่ปัญหามีอยู่ว่าธุรกิจ Healthcare ไม่สามารถสร้างตัวตายตัวแทนรุ่นต่อไปให้มาสวมตำแหน่งได้ทันน่ะสิคะ!
2.ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่แสนจะลุ่มๆ ดอนๆ ค่อนไปทางร้ายมากกว่าดี ทำให้งบประมาณใช้จ่ายขององค์กรมีจำกัดในการสรรหา พัฒนา และรักษาคนเก่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้คนรุ่นใหม่ที่แสวงหาความสำเร็จและความมั่งคั่งให้แก่ตนเองอย่างรวดเร็วก็นิยมเลือกศึกษาวิชาชีพอื่นๆ ที่ทำเงินง่ายกว่า เร็วกว่า เสี่ยงน้อยกว่าอาชีพในสาขา Healthcare
3.ปัจจัยด้านโลกาภิวัตน์ที่บีบคั้นให้มีการแข่งขันและการพัฒนามาตรฐานของ Healthcare ทั่วโลกให้ได้มาตรฐานสากล (ภายในงบที่จำกัด)
4. ปัจจัยการขาดแคลนบุคลากรสาขา Healthcare เพราะเป็นสาขาวิชาที่เรียนยาก ใช้ค่าใช้จ่ายสูง แต่ค่าตอบแทนไม่สูงเท่าอาชีพอื่นๆ เช่น นักการเงิน นักการตลาด เป็นต้น
5. ปัจจัยความก้าวหน้า และความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทำให้ต้องใช้ค่าใช้จ่ายและงบประมาณที่สูงในการซื้อเทคโนโลยีและฝึกอบรมพนักงานให้ใช้เทคโนโลยีเป็น
เจอปัจจัยทั้งเรื่องสิ่งท้าทายและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจแบบนี้ ผู้บริหารธุรกิจ Healthcare จึงต้องไตร่ตรองกันให้ดีว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะบริหาร Healthcare ให้รุ่งเรืองให้ได้ด้วยหลัก HR ซึ่งเรื่องนี้ขอคุยต่อสัปดาห์หน้านะคะ







