
ไก่บุกรังหงส์ ไล่ล่าแชมป์
บิ๊กแมตช์สุดสัปดาห์นี้ (11ก.พ.) ระหว่าง “หงส์แดง” กับ “ไก่เดือยทอง” น่าจะหวดกันไฟแลบ เพราะทั้งสองทีม
โดย...ราชันเบอร์23
บิ๊กแมตช์สุดสัปดาห์นี้ (11ก.พ.) ระหว่าง “หงส์แดง” กับ “ไก่เดือยทอง” น่าจะหวดกันไฟแลบ เพราะทั้งสองทีมต่างมีเดิมพันครั้งสำคัญ เจ้าถิ่นหากแพ้อีก โอกาสลุ้นท็อปโฟร์ลำบาก ขณะที่ทีมเยือน หากปราชัยเกมนี้ ก็เปรียบเสมือนยกแชมป์ให้เชลซี
ลิเวอร์พูล-สเปอร์ส สนาม : แอนฟิลด์ เวลา : 00.30 น.
นับตั้งแต่สตาร์ทปี 2017 ลิเวอร์พูล ชนะนัดเดียว จาก 10 นัดทุกรายการ รั้งอันดับ 5 มี 45 แต้ม ต้องลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างหนัก ฅทว่า เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ “หงส์แดง” มั่นใจลูกทีมจะกลับมาโชว์ฟอร์มเก่ง เพื่อที่จะกลับมาสู่เส้นทางไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีก
“เราต้องแสดงออกให้เต็มที่ แม้ว่าสเปอร์สเป็นทีมชั้นนำของลีก มันไม่ง่าย แต่เชื่อว่าเราทำได้ และหลังจากนั้นเราก็ต้องจัดการกับทีมเล็กๆ ด้วย เราต้องไม่โชว์ฟอร์มเหมือนเกมแพ้ ฮัลล์ เรามีเกมที่ดีในเกมกับ
เชลซี แต่เราทำไม่ได้ในเกมล่าสุด ดังนั้นเราต้องยอมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์” กุนซือชาวเยอรมัน กล่าว
สภาพทีม คลอปป์ เปิดให้โอกาส ลอริส คาริอุส ทำหน้าที่แทน ซิมง มิโญเลต์ ก่อนตัดสินใจว่าจะล่าตัว โจ ฮาร์ท หรือไม่ ส่วน เดยัน ลอฟเรน กองหลังชาวโครแอต รวมถึงอาการป่วยของ รักนาร์ คลาวาน คาดว่าน่าจะเข็นคนใดคนหนึ่งลงเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก ร่วมกับ โจแอล มาติป และอาจปรับทัพส่ง จอร์จินโญ ไวจ์นัลดุม กองกลางดัตช์ ที่ได้รับการโหวตให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมเดือน ม.ค. ยืนกลางกับ อดัม ลัลลานา และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนแนวรุกเป็นหน้าที่ของ คูตินโญ, ซาดิโอ มาเน และ โรเบอร์โต แฟร์มิโน
ขณะที่ สเปอร์ส ของกุนซือเมาริซิโอ โปเช็ตติโน กำลังอยู่ในช่วงที่ดี รั้งอันดับ 2 ของตาราง มีแต้มตามหลังจ่าฝูงเชลซี 9 แต้ม ทำให้มั่นใจว่ายังมีโอกาสลุ้นแชมป์เหมือนกัน
“แต้มห่าง 9 แต้ม มันโอเค มันก็คือ 3 เกม แต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับ เชลซี ด้วยเหมือนกัน และที่สำคัญพวกเราที่จะกดดันพวกเขาได้ขนาดไหนด้วย และต้องเอาชนะให้ได้มากที่สุด นั่นคือสิ่งสำคัญของพวกเรา เราคือผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ และเราพร้อมที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แม้ว่านั่นคือความกดดันก็ตาม” กุนซือวัย 44 ปี กล่าว
“ไก่เดือยทอง” ยังไม่มี แยน แฟร์ตองเกน กับ เอริค ลาเมลา กองหลังตัวจริงที่ยังเจ็บ ส่วน เอริค ลาเมลา ไม่น่าจะฟิตทัน ซึ่ง สเปอร์ส น่าจะเลือกเล่นระบบแบ็กโฟร์ ด้วยการถอย เอริก ดายเออร์ เล่นเซ็นเตอร์กับ โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ ส่วนแนวรุกถอย ซองเฮืองมิน มาทำเกมกับ เดเล อัลลี และ คริสเตียน อีริกเซน โดยมี แฮร์รี เคน เป็นหน้าเป้า
ความน่าจะเป็น : หากเทียบฟอร์มนักเตะเจ้าถิ่นเป็นรอง ทว่า “หงส์แดง” มักเล่นดีกับทีมใหญ่ ยิ่งดูสถิติที่พบกัน “หงส์แดง” ข่มมิด โดย 9 นัดล่าสุด ลิเวอร์พูล ชนะ 6 นัด และเสมอ 3 นัด เชื่อว่าลูกทีมของคลอปป์น่าจะทำได้ดีเกมนี้มีลุ้นเบียดชนะได้
แมนฯ ยูไนเต็ด-วัตฟอร์ด สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด เวลา : 22.00 น.
“ผีแดง” รั้งอันดับ 6 ต้องแย่งชิงพื้นที่ท็อป 4 กับ สเปอร์ส อาร์เซนอล แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ทำให้ โจเซ มูรินโญ กุนซือโปรตุกีส กระตุ้นลูกทีมเก็บ 3 แต้มให้ได้ เพราะนอกจากจะได้ไปเล่นถ้วยยุโรป อาจได้ตัว อองตวน กรีซมันน์ กองหน้า แอต.มาดริด เพราะกองหน้าชาวฝรั่งเศส เผยว่า เงินไม่สำคัญ แต่ต้องการประสบความสำเร็จในการเล่นถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก
ขณะที่ เวย์น รูนีย์ กองหน้าแมนฯ ยูไนเต็ด ลั่นอยากซิวแชมป์ลีก แต่ตอนนี้ขอจบท็อป 4
“เราอยากคว้าแชมป์ลีก แต่เราต้องมองถึงความเป็นจริง เรายังอยู่ในเส้นทางการลุ้นยูโรปา ลีก, ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศลีก คัพ และยังคงอยู่ในเส้นทางของเอฟเอ คัพ ดังนั้นถ้วยรางวัลเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราเชื่อว่าเรามีขุมกำลังที่แข็งแกร่งพอที่จะคว้ามันมาได้” กองหน้าวัย 31 ปี กล่าว
สภาพทีม “ผีแดง” ไม่มีปัญหาเรื่องการจัดทัพ นักเตะกำลังโชว์ฟอร์มดี โดยเฉพาะแนวรุกที่กำลังเข้าขากัน ทั้ง เฮนริก มคิตาร์ยาน, ฆวน มาตา และซลาตัน อิบราฮิโมวิช
ด้าน “แตนอาละวาด” ของวอลเตอร์ มัซซาร์รี ผลงานดูดี รั้งอันดับ 10 ล่าสุด บุกชนะเบิร์นลีย์ และชนะอาร์เซนอล มี เมาโร ซาราเต และ ทรอย ดีนีย์ เป็นตัวทีเด็ด
ความน่าจะเป็น : “ผีแดง” ช่วงนี้เกมรุกกลับมาจัดจ้าน หากไม่ใช้โอกาสเปลืองน่าจะเก็บ 3 แต้ม







