
เที่ยวไทยเก๋ไก๋ สไตล์ลึกซึ้ง
ไทยมีศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า ล่าสุดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กำหนดนโยบาย “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง”
โดย...มีนา
ไทยมีศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า ล่าสุดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กำหนดนโยบาย “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” เพื่อต้อนรับศักราชใหม่อย่างมีความสุข หนุนตลาดการท่องเที่ยวไทย พร้อมปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศตลอดปี 2560 โดยคาดหวังเม็ดเงินเข้าประเทศกว่า 9.5 แสนล้านบาท
อะไรคือลูกเล่นของการท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า เคมเปญชื่อน่าดึงดูดนี้ เป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยต่อยอดจากการท่องเที่ยวไทยเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่างให้การท่องเที่ยวไทยได้ไม่น้อย
“ปีที่แล้ว เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร นักท่องเที่ยวอาจแค่รับรู้ว่าเมืองไทยมีอะไรที่หลากหลาย แต่เคมเปญใหม่เราเชิญชวนให้คนไทยได้ลงมือทำบางกิจกรรมด้วยตัวเอง เช่น ทำอาหารไทย ดำนา ย้อมผ้า และอีกมากมาย เมื่อลงมือทำแล้วจะซาบซึ้งถึงความเป็นไทยมากขึ้น”
ดึงไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้น
เคมเปญชื่อเก๋ๆ แบบนี้ เกิดขึ้นมาจากการสำรวจการรับรู้ของคนไทยเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งออกมาว่า นักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติ ยังชื่นชอบการท่องเที่ยวเมืองไทยอยู่ แต่จะเกิดคำถามตามมาว่า ตรงนู้นตรงนี้จะมีอะไรให้ทำบ้าง
“เมื่อเกิดคำถามเราก็เลยเอามาสานต่อ แสดงว่าเขาอยากใช้เวลาอยู่ตรงสถานที่ท่องเที่ยวให้นานขึ้น ซึ่งหลายสถานที่ท่องเที่ยวมีกิจกรรมอยู่แล้ว เราไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ เพียงแต่เราบูรณาการขึ้นมา แล้วส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้ไป จัดกิจกรรมให้ทำอย่างเป็นระเบียบมากขึ้น ซึ่งเราคาดหวังกับเคมเปญนี้ ก็คือ คนไทยจะยิ่งรักเมืองไทยมากขึ้น ท่องเที่ยวไทยให้ลึกซึ้งมากขึ้น ผลก็น่าจะออกมาเป็นที่น่าพอใจ เราอยากทั้งกระจายรายได้ไปสู่ทุกภูมิภาคจากการท่องเที่ยวสไตล์ลึกซึ้ง”
ปีที่แล้ว เที่ยวไทยมีรายได้ราว 8.5 แสนล้านบาท ปีนี้ ททท.ตั้งเป้าที่ท้าทายขึ้นมาอีก โดยโฟกัสไปที่คนไทยท่องเที่ยวเมืองไทย ถือเป็นเม็ดเงินที่สำคัญมาก
“ต่างชาติกว่าจะมาเที่ยวเมืองไทยก็มีตัวแปรเยอะ ความแน่นอนมันน้อยกว่าที่คนไทยเที่ยวไทยกันเอง ทางรัฐบาลและการท่องเที่ยวเองถือว่าคนไทยเที่ยวไทยถือเป็นจุดสำคัญ เป็นตัวแปรผันด้านเศรษฐกิจของประเทศเลยก็ว่าได้”
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหากได้ลองมาสัมผัสวิถีชีวิตแบบไทยๆ ก็น่าจะชื่นชอบเมืองไทยไม่แพ้นักท่องเที่ยวชาวไทย
“เราสังเกตเห็นว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็ชอบมาเที่ยวเมืองไทยและอยากหากิจกรรมทำเหมือนกัน ซึ่งความสนใจของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติใกล้เคียงกันมาก เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ซึ่งอยู่ที่การบูรณาการให้เจ้าของกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆ ให้ความร่วมมือกันทุกภาคส่วน เท่าที่ผ่านมาทั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์การการท่องเที่ยวต่างๆ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
แคมเปญนี้เราจะทำกันยาวตลอดทั้งปี ผมอยากให้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้ลองใช้เวลานิ่งๆ สักนิดแล้วหันไปดูรอบตัว อาจจะเห็นอะไรที่เราเคยมองข้ามไป ถ้าได้แรงบันดาลใจพอ ก็อยากให้ลองลงไปสัมผัส มีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมต่างๆ รอบตัว เมืองไทยมีการท่องเที่ยววิถีธรรมชาติเยอะมาก ซึ่งคนในพื้นที่รอให้นักท่องเที่ยวไปลององค์ความรู้ที่เขาสะสมมาหลายชั่วอายุคน นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมได้ดีเลิศ เพียงแค่ให้รู้อรรถรสเสน่ห์วิถีของคนไทยบางอย่าง” ฉัททันต์ กล่าว
เที่ยวให้ลึกซึ้ง ได้อะไรกว่าที่คิด
หนึ่งในชาวบ้านเจ้าของพี้นที่แหล่งท่องเที่ยว อรพิน ทองหนองกอย ประธานกลุ่มหัตถกรรมของฝาก อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ยกมือขานรับนโยบาย “ท่องเที่ยวไทยเก๋ไก๋ สไตล์ลึกซึ้ง” เธอบอกว่า เสน่ห์ของ อ.ภูเวียง นอกจากแหล่งท่องเที่ยวโครงกระดูกไดโนเสาร์แล้ว ยังมีการทอผ้า และการย้อมผ้าแบบธรรมชาติอวดสายตานักท่องเที่ยว
“เรามีตุ๊กตาไดโนเสาร์เป็นที่ระลึก ซึ่งเรามีตำนาน มีการค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ที่ อ.ภูเวียง หากมีการให้นักท่องเที่ยวมาเรียนทอผ้า ดีตรงเราจะได้เผยแพร่ความรู้ของเรา และลูกหลานเราก็จะได้มีงานทำในพื้นที่”
สำหรับการเตรียมรับมือหากนักท่องเที่ยวจะมาใช้บริการโฮมสเตย์ เธอบอกว่า ชาวบ้านได้เตรียมตัว เตรียมสถานที่ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวพร้อมแล้ว
“เรามีทั้งคนสอน มีทั้งสถานที่พัก เตรียมไว้พร้อม ใครอยากนอนกางเต็นท์ หรือพักโฮมสเตย์ หรือแพสเตย์ก็ได้ สิ่งที่เราอยากสอนมีหลายแขนง เช่น การทอผ้า การถนอมอาหาร และการทำขนม ที่สำคัญคือเราเป็นกลุ่มหัตถกรรมทอผ้าของฝากภูเวียง เรามีผ้าแพรเวียงภู ผ้าทอธรรมชาติเราก็ขึ้นชื่อ มีทั้งผ้าคลุมไหล่ เราเอาสีธรรมชาติ เช่น ย้อมคราม หรือการเอาสีมาจากต้นประดู่ หรือฟางมาทำเป็นสีย้อมผ้าด้วย ทุกอย่างเป็นธรรมชาติทั้งหมด หรือสนใจการแปรรูปปลา เราก็มี เพราะบ้านเราเป็นส่วนหนึ่งของเขื่อนอุบลรัตน์ ถ้านักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยว 1 วัน 1 คืน หรือ 2 วัน 1 คืน ก็ได้”
ด้าน จันทร์ฉาย สาสมจิตต์ วัย 63 ปี เจ้าของร้านและเจ้าของแบรนด์จันทร์ฉายขนมหวาน ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยของ จ.ฉะเชิงเทรา ก็บอกว่า ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อฝีมือของเธอ คือ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ขนมถ้วย ข้าวต้มมัด มีรสชาติที่อร่อย หากใครสนใจจะมาเรียนรู้วิธีทำขนมเหล่านี้ให้มีรสชาติดี ป้าจันทร์ฉายจะสอนแบบไม่ห่วงสูตรความอร่อย
“ป้าสามารถสอนให้นักท่องเที่ยวทำขนมได้ การทำขนมเป็นกิจกรรมที่สนุก นักท่องเที่ยวจะได้รู้ว่าขนมหวาน เช่น ขนมตาล ข้าวต้มมัด มีกระบวนการทำอย่างไร ซึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ไป คือ เรียนรู้ขั้นตอนการทำขนมหลากหลายชนิด เอาไปสร้างเสริมอาชีพได้ เช่น เรามีวัตถุดิบ เช่น ใบตองที่ปลูกอยู่ ก็ไปตัดมา ป้าจะปล่อยความรู้เต็มที่ไม่เคยหวง ป้าอยู่ในหมู่บ้านอัจฉรา เป็นย่านชุมชน แต่อยู่ใกล้ตลาดน้ำ 100 ปีบ้านใหม่ บางคล้า ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ”







