
ความร่ำรวย กับความสุข
ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย คนส่วนใหญ่เชื่อว่าความร่ำรวยจะนำมาซึ่งความสุข จึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินมาให้ได้มากที่สุด
โดย...ภาดนุ ภาพ... เอพี/เอเอฟพี
ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย คนส่วนใหญ่เชื่อว่าความร่ำรวยจะนำมาซึ่งความสุข จึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินมาให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ใช้เงินหาความสุขในชีวิตบั้นปลาย แต่ลืมคิดไปว่าร่างกายคนเราก็เหมือนเครื่องจักร ถ้าใช้งานมากๆ โดยไม่บำรุงรักษาก็อาจชำรุดทรุดโทรมได้
หลายคนทำงานหนักมาตลอดชีวิตเพื่อเก็บเงินสำหรับชีวิตยามเกษียณ ครั้นเมื่อถึงวัยเกษียณจริงๆ แทนที่จะได้ใช้เงินอย่างมีความสุข กลับต้องใช้เงินเหล่านั้นไปกับการรักษาพยาบาลซะนี่
เพราะฉะนั้นความรวยจึงไม่ใช่เครื่องวัดความสุขของคนเรา บางคนร่ำรวยเงินทองมากมาย แต่หาความสุขไม่ได้ก็มี หรือบางคนถึงแม้จะมีฐานะยากจน แต่ก็มีความสุขในชีวิตได้
ถึงเงินจะไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตก็จริง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเงินก็มีความสำคัญในการมีชีวิตอยู่ของคนเราเช่นกัน
แล้วควรทำอย่างไรจึงจะทำให้เราดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุขตลอดเส้นทางการทำงาน โดยไม่ต้องรอความสุขครั้งสุดท้ายตอนเกษียณ เพราะถึงตอนนั้นอาจจะไม่เป็นเหมือนที่เราตั้งความหวังไว้ก็ได้ การยึดหลัก “กินอยู่อย่างพอเพียง” น่าจะช่วยให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท โดยหลักง่ายๆ ที่น่าจะช่วยให้เรามีความสุขได้ ถึงแม้ไม่ร่ำรวยก็คือ
อย่าโลภ
มีหลายคนหาความสุขในชีวิตไม่ได้ เพราะ “ความโลภ” มีเท่านี้ อยากได้เท่านั้น เรียกว่าไม่รู้จักพอ ทำให้เกิดทุกข์ ขอเพียงเราตั้งใจทำมาหากิน รู้จักเก็บหอมรอมริบ เงินที่หามาได้มากหรือน้อยก็ตามต้องเก็บส่วนหนึ่ง จะเก็บ 1 ส่วน ใช้ 3 ส่วน หรือเท่าไหร่ก็ตาม ขอให้เก็บออมอย่างสม่ำเสมอให้ได้ทุกเดือนก็พอ
อย่าพยายามก่อหนี้
อยากได้อะไรพยายามเก็บออมเงินเพื่อซื้อ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรสร้างหนี้ ยกเว้นกรณีกู้ซื้อที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมกับฐานะและความสามารถในการผ่อนชำระ และเมื่อเป็นหนี้แล้วก็ต้องมีวินัยในการผ่อนชำระด้วย
อย่าเป็นสมาชิกลัทธิเอาอย่าง
พอเห็นใครมีอะไรก็อยากมีบ้าง ทั้งที่ไม่อยู่ในฐานะที่จะซื้อได้หรือไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ก็พยายามขวนขวายซื้อตามเขา ในที่สุดก็ต้องเป็นหนี้เป็นสิน ลดละเลิกนิสัย “รายได้ต่ำ รสนิยมสูง” เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องไปตามอย่างคนอื่น ใช้จ่ายตามฐานะก็จะมีความสุขได้
อย่าใช้จ่ายเกินตัว
เมื่อไหร่ที่เราใช้จ่ายเกินตัว เมื่อนั้นปัญหาย่อมเกิด ในช่วงที่ใช้จ่ายซื้อโน่นซื้อนี่ตามใจตัวเอง อาจทำให้ดูเหมือนเรามีความสุข แต่สุขเพียงชั่วครู่เท่านั้น ที่เหลือทุกข์ตลอด เพราะต้องหาเงินมาชดใช้ภาระที่เราก่อขึ้นมา เช่น การใช้บัตรเครดิต เป็นต้น พยายามใช้จ่ายตามฐานะให้อยู่ในงบประมาณที่เราสามารถใช้ได้ในแต่ละเดือน “สิ่งไหนไม่ควรซื้อ ก็อย่าไปพิไรซื้อ” ยึดถือสุภาษิตโบราณนี้ไว้บ้างก็จะดี
อย่าอยู่อย่างอยาก
อยากได้โน่นอยากได้นี่ วันๆ หนึ่งอยากได้ร้อยแปด เมื่อไม่มีเงินซื้อก็พยายามดิ้นรนหาหนทาง ล้วนแล้วแต่เป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ทั้งสิ้น อยากได้เงินเดือนมากๆ แต่อยากทำงานน้อยๆ ก็คงเป็นไปไม่ได้ ต้องรู้จักประมาณตน ขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพ ในที่สุดเป้าหมายที่เราตั้งไว้ก็จะสำเร็จ เราก็จะทำงานอย่างมีความสุข
หากเรารู้จักประมาณตน ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต รู้จักเก็บออม ใช้จ่ายตามฐานะ ไม่ก่อหนี้ แค่นี้เราก็สามารถร่ำรวยได้ นั่นคือ “ร่ำรวยความสุข” ซึ่งอาจจะสุขมากกว่าคนร่ำรวยบางคนด้วยซ้ำไป







