ภัทรา โชติวิทยะกุล สวยใส ต้องไร้สารพิษ
สาวสวยรูปร่างเล็กหน้าเด็กกว่าวัย หน้าตายิ้มแย้ม อดีตวิศวกร ที่หันมาทำธุรกิจนำเข้าสินค้าเพื่อสุขภาพ
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ... กิจจา อภิชนรจเรข
สาวสวยรูปร่างเล็กหน้าเด็กกว่าวัย หน้าตายิ้มแย้ม อดีตวิศวกร ที่หันมาทำธุรกิจนำเข้าสินค้าเพื่อสุขภาพ ภัทราโชติวิทยะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธราภาผู้นำเข้าเห็ดหลินจือจากประเทศญี่ปุ่น และเครื่องสำอางออร์แกนิกจากประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ จนหาทางรักษาตัวเองตามแนวธรรมชาติบำบัดจนได้ผลดี
ทางด้านการศึกษานั้น เธอไปเรียนต่อระดับไฮสกูล ตั้งแต่จบชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนสาธิต จนไปจบมัธยมปลายจนถึงปริญญาโท รวม 16 ปี จึงกลับมาทำงานที่ประเทศไทยเมื่อ10 ปีที่ผ่านมา โดยเธอจบปริญญาตรีทางด้านIndustrial Systems Engineering และปริญญาโททางด้าน Engineering Management ที่ University of Southern California จบปริญญาโทตอนอายุ 22 ปี เนื่องจากเป็นเด็กชอบเรียนหนังสือ เลยเรียนดีมาตั้งแต่เด็กๆ เลย
หลังจากเรียนจบปริญญาโทแล้ว เธอยังทำงานต่อที่สหรัฐอีกหลายปี โดยเธอได้ทำงานที่บริษัท Boeing ที่บริษัท United Airlines และที่บริษัท Intel อยู่ที่ซิลิคอนวัลลีย์ รวมๆ เกือบ 6 ปี การทำงานแอร์ไลน์ทำให้เธอต้องบินไปทำงานดูเครื่องบินที่ประเทศต่างๆ เดือนหนึ่งนับสิบครั้ง ซึ่งเป็นงานที่สนุกมาก ไม่น่าเบื่อเลย ซึ่งในตอนนั้นเธอไม่คิดว่าจะกลับประเทศไทย ตั้งใจว่าจะทำงานที่อเมริกาไปตลอด แต่คุณแม่เรียกให้กลับ เพราะไปอยู่ที่อเมริกานานไป แล้วกลัวว่าเธอจะไม่ยอมกลับก่อนจะติดลมไปยาวนาน เธอก็เลยจำเป็นต้องกลับมา ตอนนั้นทำงานหนักมากเริ่มมีปัญหาสุขภาพบ้างแล้ว ก็เลยตัดสินใจกลับประเทศไทย
หลังจากกลับประเทศไทย เธอก็ทำงานให้กับหลายที่ โดยอยู่ในสายงานของวิศวกรด้านคอมพิวเตอร์ พวกสร้างระบบต่างๆ ซึ่งเป็นบริษัทของต่างประเทศ จนสักพักใหญ่ก็มาทำงานวางระบบให้กับโรงงานเปิดใหม่ในธุรกิจอาหาร ซึ่งเริ่มเหนื่อยและป่วยบ่อย ก็เลยลาออกมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นอาจารย์พิเศษอีก 2 แห่ง เป็นเทรนนิ่งให้กับการบินไทย เป็นอาจารย์พิเศษรวมๆ แล้ว 13 ปี ก่อนที่จะลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง
“คือเริ่มป่วยมาเรื่อยๆ จนเยอะขึ้น เป็นภูมิแพ้ขั้นรุนแรง ต้องเข้าโรงพยาบาลนานเป็นร่วมเดือนรักษาอย่างไรก็ไม่หายขาด เวียนเข้าเวียนออกโรงพยาบาลอยู่เกือบปี รักษาอย่างไรก็ไม่หายขาด ก็เริ่มทบทวนตนเองว่าเราใช้ชีวิตผิดพลาดตรงไหนอย่างไร แล้วมีผู้ใหญ่ท่านแนะนำให้กินอาหารเสริมสุขภาพที่ทำจากประเทศญี่ปุ่นของบริษัท นิสสันเรชิ กินไปพักเดียวอาการเริ่มดีขึ้นก็เลยหันมาสนใจเรื่องสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกแนวออร์แกนิกอย่างจริงจัง” เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
โดยเริ่มแรกเธอเป็นเพียงลูกค้าที่ซื้อยาบำรุงมากิน แต่ของญี่ปุ่นเขาคุณภาพดี ผลิตแบบออร์แกนิก ผลผลิตก็ได้น้อยหาซื้อยาก “บริษัท นิสสัน ที่ญี่ปุ่นขายยาด้วย แต่ที่บ้านเราเขามาทำธุรกิจเฉพาะเรื่องรถยนต์เท่านั้น หลังจากที่เป็นลูกค้าซื้อกินเองอยู่ 2 ปีกว่า ก็มีเพื่อนๆ ญาติๆ ฝากซื้อมาด้วย แต่ละเดือนเราก็มียอดฝากซื้อเยอะ แต่ก็หาซื้อยาก ก็เลยคิดว่าควรจะเป็นตัวแทนจำหน่ายเลยดีกว่าไหม ปรากฏว่าทำเรื่องขอเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ปีกว่าถึงจะสำเร็จ เขาพิจารณาละเอียดมาก เพิ่งเป็นตัวแทนได้ 2 ปีกว่า ทุกวันนี้เรานำเข้ามาจำหน่ายก็แทบจะไม่พอขายเลย เพราะใน1 ปี เขาได้เห็ดที่มีคุณภาพดีที่สุดแค่ปีละ 4 เดือนเท่านั้น” เธอเล่าให้ฟัง
หลังจากเริ่มฟื้นฟูสุขภาพของตัวเองด้วยแนวธรรมชาติบำบัดแล้ว จนได้ผลดีงามอย่างเห็นได้ชัดแล้ว เธอจึงเริ่มหันมาศึกษาเรื่องสุขภาพจริงจัง เลือกใช้สินค้าออร์แกนิกทั้งเรื่องอาหารการกินและของใช้ โดยเฉพาะเรื่องสินค้าเครื่องสำอางที่เธอมีปัญหาแพ้ง่าย แม้สินค้าที่มีราคาแพงๆ ก็ยังแพ้ เพราะเคยแพ้เครื่องสำอางมา เข้าใจดีว่ามันน่าเบื่อเพียงใดเวลาใช้อะไรแล้วแพ้บ่อยๆ
“เมื่อก่อนแต่งหน้าไม่ได้เลยค่ะ ปล่อยหน้าสดตลอด ใช้ครีมอะไรก็แพ้ อยากทาปากสีสดๆ ก็ไม่ได้ ถ้าพลาดแล้วแพ้ขึ้นมาปากจะเจ่อบวมเลย บางทีเห็นเพื่อนๆ ทาปากแดงสด ชมพูวิ้งๆ นี่อยากทาแบบเขาบ้างก็ไม่ได้ จนกระทั่งเพื่อนๆ แนะนำให้ลองใช้ ปรากฏว่าดีจริง ไม่แพ้ ก่อนนำสินค้าใดๆ มาทุกตัว จะต้องลองใช้เองก่อนทุกครั้งลองใช้อยู่ 2-3 เดือน ก็เริ่มหาข้อมูลแล้วก็ติดต่อขอนำเข้า”
สินค้าเครื่องสำอางนำเข้าแบรนด์แรกที่เธอนำเข้ามาเมื่อกลางปีที่ผ่านมาก็คือ ZUII จากประเทศออสเตรเลีย เป็นเมกอัพที่มั่นใจสูงมากว่าไม่แพ้กับทุกสภาพผิว ZUII เป็นภาษาพื้นเมืองของออสเตรเลีย ที่มีรากศัพท์มาจากคำว่า Beauty เขาเป็นแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเปิดมาไม่ถึง 5 ปี ของเขารับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิก 100% ใช้น้ำมันสกัดจากธรรมชาติจากพืช 108 ชนิด เพื่อให้สวยแบบไร้สารพิษ เธอเริ่มติดต่อไปเพื่อขอนำเข้า ใช้เวลาประสานงานอยู่ 2 ปี
“คนไทยจะชอบเมกอัพที่สีติดทนนาน ซึ่งบางครั้งสีที่ติดทนนานนั้นก็อาจจะไม่ดีเสมอไป เพราะอาจจะมีสารส่วนประกอบที่ไม่ดีกับร่างกาย อย่างที่มีข่าวว่ามีลิปสติกที่มีส่วนประกอบจากสารตะกั่ว จากปรอท ยิ่งติดยาวนานยิ่งน่ากลัว และแน่นอนว่าเมกอัพที่ผลิตจากส่วนผสมออร์แกนิกจะติดทนนานสุดแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น กินข้าวก็อาจจะหลุดไปบ้าง แต่ถ้ามันดีกับร่างกายก็ยอมค่ะผู้หญิงนี่มีการสะสมสารพิษในร่างกายมากกว่าผู้ชาย เพราะเราทาเล็บ ทาปาก ทำสีผม เขียนขอบตา มีรายงานข่าวว่าผู้หญิงจะวุ้นตาเสื่อมเร็วกว่าผู้ชาย เพราะเราแต่งตาเขียนขอบตา ปัดมาสคารา ซึ่งพวกนี้ส่วนใหญ่มีสารกันบูดผสมอยู่ด้วย แต่แบรนด์ที่เรานำเข้าใช้สีจากเปลือกไม้ เขาได้รับมาตรฐานว่าปลอดสารเคมี ให้ใช้คำว่าออร์แกนิกติดอยู่ที่ตัวสินค้าทุกตัว ลูกค้าที่เป็นมะเร็งสามารถมาใช้แบรนด์นี้ได้อย่างปลอดภัย” เธอกล่าวอย่างภูมิใจ
เมื่อได้สินค้าที่เป็นตัวเมกอัพมาแล้ว เธอจึงพยายามหาตัวสกินแคร์สำหรับบำรุงผิวมาเพิ่ม เพื่อให้ครบวงจรสำหรับสาวๆ ที่รักสุขภาพ และเธอก็ได้อีกแบรนด์มาจากประเทศออสเตรเลียเช่นกัน นั่นก็คือ ออสตานิก้า ที่มีตัวบำรุงผิวเกือบครบวงจร และยังมีแชมพู ยาสีฟัน ซึ่งเพิ่งนำเข้าได้เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา แน่นอนว่าจับกลุ่มสาวรักสุขภาพเช่นเดิม เพื่อให้ครบวงจรเรื่องความงาม
ภัทรา เล่าถึงแผนงานในอนาคตอันใกล้นี้ที่เธออยากจะทำต่อไปว่า เธอวางแผนว่าอยากจะนำเข้าอาหารออร์แกนิกให้ครบวงจรไปเลยแต่อาจจะเป็นปลายปีหรือต้นปีหน้า เพื่อทำตลาดของ 2 แบรนด์ที่มีอยู่ให้แข็งแรงมากขึ้นก่อน แล้วค่อยนำแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มโดยมีจุดยืนในการทำงานว่าจะนำเข้าเฉพาะสินค้าที่เป็นแนวสุขภาพเท่านั้น แม้จะเป็นตลาดที่มีความเป็นเฉพาะด้านแต่ก็เชื่อว่ามีลูกค้าที่เห็นความสำคัญกับเรื่องสุขภาพเพราะใครๆ ก็อยากมีสุขภาพที่ดีทุกคน
สำหรับในเรื่องหลักการทำงานของเธอก็คือ เลือกทำงานในสิ่งที่ชอบ และทำงานที่ทำแล้วมีความสุข โดยไม่ได้เอารายได้เป็นตัวตั้งไม่ได้อยากรวยเป็นตัวนำ คืออยากทำงานที่ทำแล้วอิ่มใจ ได้ใช้ของดีแล้วบอกต่อ มีรายได้พอเลี้ยงตัวเองได้ มีความสุขในการทำงานก่อนแล้วเงินค่อยตามมาเมื่อผู้บริหารและทีมงานทำงานอย่างมีความสุขแล้วทุกอย่างจะดีเอง เมื่อต้องเจออุปสรรคบ้างก็คิดในแง่บวกว่า นั่นคือบททดสอบที่จะทำให้แข็งแกร่งขึ้นถ้าไม่มีอุปสรรคก็จะไม่ฉลาด ไม่อดทน


