
‘โรนัลโด-เมสซี’ชูโรง ทีมยอดเยี่ยมปี 2016
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันสำหรับสิ้นปี สื่อแต่ละสำนักจะจัด 11 ตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยม
โดย...ราชันเบอร์23
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันสำหรับสิ้นปี สื่อแต่ละสำนักจะจัด 11 ตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยม ล่าสุดสื่ออังกฤษอย่างอีเอสพีเอ็นได้จัดนักเตะที่มีเกมรุกยอดเยี่ยมมาติดชื่อมากมาย นำทัพมาโดย คริสเตียโน โรนัลโด กองหน้าจากเรอัล มาดริด ที่ถือเป็นปีทองของเขาอย่างแท้จริง เพราะกวาดรางวัลเพียบ รวมถึง ลิโอเนล เมสซี กองหน้าบาร์เซโลนา ที่ฟอร์มคงเส้นคงวาตลอดปี
ผู้รักษาประตู
จิอันลุยจิ บุฟฟอน (ยูเวนตุส)
นายทวารจอมเก๋าจากค่ายยูเวนตุส ผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องการันตีอย่างดี แม้จะมีมือกาวฝีมือดีหลายรายขึ้นมาทาบรัศมี ทั้ง เคย์เลอร์ นาบาส (เรอัล มาดริด) หรือ แยน โอบาลัค (แอต.มาดริด) แต่ถ้าเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แล้ว บุฟฟอน กินขาด เพราะลงสนามทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ 45 นัด กลับเสียประตูแค่ 24 ประตู และเก็บคลีนชีตได้ถึง 26 นัด
กองหลัง
โจชัว คิมมิช (บาเยิร์น)
เจ้าของฉายา “นิว ฟิลิปป์ ลาห์ม” เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับกองหลังคลื่นลูกใหม่ เพราะมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดด สามารถขึ้นมาเบียดรุ่นพี่ กระโดดขึ้นทีมชาติชุดใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัยเรื่องของฝีเท้าและเซนส์บอลที่ยอดเยี่ยม สามารถยึดตำแหน่งแบ็กขวาตัวหลักของทีมบาเยิร์นรวมถึง “อินทรีเหล็ก” ชุดใหญ่ด้วย กองหลังวัย 21 ปี สามารถเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์และแบ็ก เรียกว่าเป็นกองหลังสารพัดประโยชน์ก็คงไม่ผิดแต่อย่างใด
เลโอนาร์โด โบนุชชี (ยูเวนตุส)
เป็นกองหลังที่ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง แม้จะพาทีม “ม้าลาย” คว้าแชมป์กัลโช เซเรียอา แต่กับทีมชาติไม่สามารถพาอิตาลีไปไกลในยูโร 2016 อย่างที่หลายๆ คนคาดไว้ แต่ โบนุชชี จะกลายเป็นนักเตะกองหลังที่แพงที่สุดในโลกหากเขาตัดสินใจย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แซร์จิโอ รามอส (เรอัล มาดริด)
โชว์ฟอร์มสมราคาสำหรับกองหลังตัวหลักทีมชาติสเปน แม้ “กระทิงดุ” จะจอดป้ายแค่รอบ 16 ทีม แต่สำหรับ “ราชันชุดขาว” รามอส เป็นตัวหลักและมักจะโขกประตูสำคัญอย่างต่อเนื่อง ชนิดกองหน้าบางคนยังต้องอาย และที่สำคัญเขาเป็นกองหลังที่ยิงประตูในนัดชิงแชม เปี้ยนส์ลีกถึง 2 ครั้งติดต่อกัน
มิดฟิลด์ตัวรับ
เอ็นโกโล ก็องเต (เชลซี)
มิดฟิลด์เจ้าของฉายา “นิวมาเกเลเล่” พาทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สร้างประวัติศาสตร์สโมสร และพอเจ้าตัวย้ายทีมไปอยู่กับเชลซี มีส่วนสำคัญพา “สิงห์บลู” นำเป็นจ่าฝูงอยู่ในขณะนี้ ขณะที่ต้นสังกัดเก่า เมื่อขาดเขาไป ก็ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น
มิดฟิลด์ตัวรุก
อองตวน กรีซมันน์ (แอต.มาดริด)
ติด 1 ใน 3 ของผู้ท้าชิงตำแหน่งบัลลงดอร์ปี 2016 ถือว่าไม่ธรรมดาแน่ เพราะปีนี้กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสยิงไป 33 ประตู และมีตำแหน่งดาวซัลโวยูโร 2016 ที่ยิงไป 6 ประตู เป็นเครื่องการันตีฝีเท้า แต่ก็ยังไม่ได้เป็นปีทองของเขา เพราะไม่ว่าจะยูโร 2016 หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็ได้เป็นแค่บทพระรองเท่านั้น
ดิมิทรี ปาเยต์ (เวสต์แฮม)
มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสโชว์ฟอร์มได้ดีกับทีมชาติ ผลงาน 14 ประตู 19 แอสซิสต์ ตลอดปี 2016 ต้องยกนิ้วให้ ถ้าไม่ดีจริงคงไม่ได้โหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมของทั้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และยูโร 2016
ลิโอเนล เมสซี (บาร์เซโลนา)
สำหรับทีมชาติ เมสซี ก็ยังไม่สามารถหยิบถ้วยแชมป์ให้ทีมบ้านเกิดได้ แต่เรื่องความมหัศจรรย์ของฝีเท้า หาตัวจับได้ยาก ยกเว้น โรนัลโด กองหน้าอาร์เจนตินายิง 52 ประตูในปีนี้ และเพิ่งทำสถิติยิงครบ 300 ประตูในลาลีกา และ 500 ประตูในอาชีพ และแฮตทริก มากที่สุดในแชมเปี้ยนส์ลีกที่ 7 ครั้ง
คริสเตียโน โรนัลโด (เรอัล มาดริด)
ปีทองของ โรนัลโด คว้าแชมป์ลาลีกา แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูโร 2016, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และบัลลงดอร์ นอกจากนี้เจ้าตัวยังทำสถิติยิงให้กับ “ราชันชุดขาว” เกิน 50 ประตู เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน รวมถึงขึ้นไปทาบ มิเชล พลาตินี ในการเป็นดาวซัลโวรอบสุดท้ายของยูโรที่ 9 ประตู
กองหน้า
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี (บาเยิร์น)
กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ เป็นนักเตะคนแรกในรอบ 39 ปี ที่ยิงได้ถึง 30 ประตูในบุนเดสลีกา หากนับรวมตลอดทั้งปี 2016 ก็ซัดไปถึง 41 ประตู น้อยกว่า เมสซี กับ โรนัลโด แค่ไม่กี่ประตู
หลุยส์ ซัวเรซ (บาร์เซโลนา)
ฤดูกาลแรกที่ได้เล่นให้บาร์เซโลนาเต็มตัว ยิงถึง 59 ประตู จาก 53 นัดในทุกรายการ นอกจากนี้ยังมีรางวัลดาวซัลโวลาลีกา รวมถึงรางวัลรองเท้าทองคำ เป็นเครื่องการันตี หลังยิงได้ถึง 40 ประตูในฤดูกาลก่อน และในปี 2016 กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยยังสร้างปรากฏการณ์ด้วยการเป็นนักเตะคนแรกในลาลีกาที่ยิง 4 ประตูได้ 2 นัดติดต่อกันอีกด้วย







