
‘มคิตาร์ยาน’ พกฟอร์มฮอต ขอช่วยผียิงไก่ต่อหน้าแฟน
บิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านต้อนรับ สเปอร์ส โดย มคิตาร์ยาน
โดย...ชมณัฐ
บิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านต้อนรับ สเปอร์ส โดย มคิตาร์ยาน ตั้งเป้ายิงประตูต่อหน้าแฟนบอล ซึ่งมีลุ้นทำได้หลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมในยูโรป้าลีก
แมนฯ ยูไนเต็ด - สเปอร์ส สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด วันที่ 11 ธ.ค. เวลา : 21.15 น.
ปีศาจแดง อันดับ 6 ไม่มีปัญหาการจัดทัพ คาดว่า โจเซ มูรินโญ กุนซือใหญ่ จะส่ง เฮนริก มคิตาร์ยาน ที่เพิ่งปลดล็อกประตูแรก ลงสนามร่วมกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หลังเพิ่งช่วยกันยิงคนละตุงในเกมล่าสุดที่บุกชนะ ซอร์ยา ลูฮันส์ก ในยูโรป้าลีก 2-0 เมื่อคืนวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา
“มคิตาร์ยาน เป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่ง และมุ่งมั่นสูงที่จะต่อสู้กับการปรับตัวอันยากลำบาก เขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม เขาฝึกซ้อมอย่างหนักและเรียนรู้แท็กติก พรสวรรค์คือสิ่งที่เราซื้อเข้ามา ตอนนี้เขาทำได้ดีในทุกรายการที่ลงเล่น เขามีส่วนร่วมมากขึ้น ดังนั้นผมพอใจมาก” เทรนเนอร์โปรตุกีส กล่าวชม
ขณะที่ มคิตาร์ยาน ขอตั้งเป้าที่จะทำประตูต่อหน้าแฟนบอลในรังเหย้า
“ผมแฮปปี้ที่พังประตูได้ มันเหมือนเป็นการปลดเปลื้องภาระออกจากไหล่ เพราะผมรอประตูนี้มานานพอสมควร แต่ประตูต่อไปของผมจะอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ผมอยากยิงประตูในบ้านต่อหน้าแฟนๆ” แข้งทีมชาติอาร์เมเนีย เปิดใจก่อนเจอสเปอร์ส
ด้าน “ไก่เดือยทอง” อันดับ 5 ยังต้องลุ้นเช็กความฟิตของ วินเซนต์ แยนส์เซน และ อีริก ลาเมลา ส่วนที่เหลือฟูลทีม นำโดย แฮร์รี เคน ที่ฟอร์มแรงยิงไป 6 ประตู จาก 5 นัดหลังสุดในทุกถ้วย
ความน่าจะเป็น : แมนฯ ยูไนเต็ด ยังฟอร์มลุ่มๆ ดอนๆ และยังล้าจากเกมยุโรป อาจจะทำได้แค่เสมอ
เชลซี - เวสต์บรอมวิช อัลเบียน สนาม : สแตมฟอร์ดบริดจ์ วันที่ 11 ธ.ค. เวลา : 19.00 น.
ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ หลังคว้าชัยมาแล้ว 8 นัดติด รั้งจ่าฝูงของตาราง นำหน้าอาร์เซนอล 3 คะแนน ซึ่งหากเกมนี้สามารถเอาชนะเวสต์บรอมวิชได้ จะเป็นการชนะ 9 เกมติดในลีก นับตั้งแต่ที่เคยทำได้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2007
ทว่าต้องรอเช็กความฟิตของ 3 ผู้เล่นตัวหลัก โดยเฉพาะ ดิเอโก คอสตา ผู้นำดาวซัลโว 11 ประตู ที่มีอาการตึงที่กล้ามเนื้อต้นขา รวมถึง เปโดร โรดริเกวซ แนวรุกริมเส้นเจ็บข้อเท้า และ
เนมานยา มาติช กองกลางที่เจ็บบริเวณกล้ามเนื้อตั้งแต่เกมที่แล้ว
มิชี บาตชูอายี หอกเบลเยียม วัย 23 ปี จึงมีโอกาสที่จะได้ลงล่อเป้าแทนในระบบ 3-4-3 สนับสนุนด้วย เอเดน อาซาร์ กับ วิลเลียน ที่ได้ลากเลื้อยแทน เปโดร ส่วนแดนกลาง เชส ฟาเบรกาส จะได้ลงเล่นแทน มาติช อีกครั้ง คอยทำเกมร่วมกับ เอ็นโกโล ก็องเต และมี มาร์กอส อลอนโซ กับ วิกเตอร์ โมเซส เดินเกมริมเส้นซ้าย-ขวา ตามลำดับ
ด้าน “เดอะ แบ็กกี้ส์” อันดับ 7 ของตาราง แม้จะไม่เคยบุกมาชนะเชลซีได้เลยเป็นเวลาถึง 32 ปี ทว่า 3 เกมหลังสุดที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ สามารถยันเสมอได้ถึง 2 ครั้ง ที่สำคัญผลงานตอนนี้ไม่แพ้ใครติดต่อกันมาแล้ว 4 เกม แมตช์นี้จะขาดเพียง โบอาซ มายฮิลล์ นายด่านที่เจ็บข้อเท้า ที่เหลือฟูลทีม นำโดย ซาโลมอน รอนดอน กองหน้า และ นาเซอร์ ชาดลี มิดฟิลด์ ที่ทำไปคนละ 4 ประตู
ความน่าจะเป็น : เชลซี ฟอร์มกำลังขึ้นหม้อคงยากที่จะพลาด 3 แต้ม แต่ถ้า คอสตา ไม่ฟิตอาจทำได้แค่เฉือนชนะ







