บันทึกไว้ในหัวใจ เยือนบ้านใกล้เรือนเคียง
เส้นทางที่ทอดยาวกับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ทางทีมงานโลก 360 องศาได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์
โดย...ทีมงานโลก 360 องศา [email protected]
เส้นทางที่ทอดยาวกับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ทางทีมงานโลก 360 องศาได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ทั้งแนวคิดและวิถีชีวิตผู้คนในหมู่บ้านชนบทที่ห่างไกล เมืองใหญ่ บนถนน หรือแม้แต่มุมเล็กๆ ในซอกตึกในดินแดนต่างบ้านต่างเมือง รวมถึงความงดงามยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ศิลปะวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นมากมาย เก็บบันทึกมาเป็นภาพและตัวอักษรแทบจะทุกองศาทั่วโลก เพื่อนำมาถ่ายทอดสู่สายตาคนไทยมากว่า 16 ปีแล้ว
ทุกความรู้สึกและความประทับใจยังคงชัดเจนเสมอ จึงถือโอกาสนี้รวบรวมเรื่องราวที่ทีมงานช่วยกันคัดสรร กลับมาบันทึกเป็นประสบการณ์ฉบับย่อ เรียบเรียงเป็นหมวดหมู่เพื่อเก็บเรื่องราวและประสบการณ์อันมีค่าเหล่านี้ไว้อย่างเป็นระบบ และท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะพลาดตอนใดตอนหนึ่งไป ก็สามารถเก็บสาระในส่วนสำคัญย้อนหลังได้อีกครั้งจากฉบับย่อนี้
ขอเริ่มจากบ้านใกล้เรือนเคียง จะห่างกันก็แค่ฝั่งโขงกั้น คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก่อนเป็นอันดับแรก
…แสงแดดอ่อนยามเช้าพาดผ่านบนถนนเส้นเล็กๆ ในเมืองหลวงพระบาง กับอากาศที่แสนจะสดชื่นและเย็นสบาย ในทุกเช้าจะเห็นภาพหญิงสาวนุ่งซิ่น มีแพรเบี่ยงหรือผ้าสไบพาดไหล่ตักบาตรด้วยความสำรวมและอ่อนช้อย เป็นภาพที่ชินตา ซึ่งเป็นความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว การร่วมตักบาตรยามเช้าที่หลวงพระบางจึงเป็นอีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด
สำหรับคนไทยการไปท่องเที่ยวในลาว จะให้ความรู้สึกเหมือนไปเที่ยวบ้านญาติพี่น้องหรือเพื่อนสนิท เพราะจะมีภาษาที่เราคุ้นเคย นิสัยใจคอของผู้คนที่คล้ายคลึงกัน ความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมที่แทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับภาคอีสานของไทย
ส่วนธรรมชาติในลาวส่วนใหญ่ ก็ยังค่อนข้างบริสุทธิ์ ร่มรื่น และสวยงาม สัมผัสได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังมีการปรุงแต่งน้อย ต้นไม้ สายน้ำ ยังน่าชวนมองเสมอ ขอแนะนำให้ใช้เส้นทางจากเวียงจันทน์ ขึ้นไปวังเวียง จุดหมายปลายทางที่หลวงพระบาง จะเป็นการเดินทางที่จะได้สัมผัสบรรยากาศที่หลากหลายอย่างน่าประทับใจของประเทศลาว
ข้อดีของการไปเที่ยวประเทศลาว คือ ความคุ้มค่าของเงิน ค่าใช้จ่ายไม่แพงแต่สร้างความสุขในหัวใจได้ไม่แพ้ที่ใดในโลกเช่นกัน หากอยากหลีกหนีความวุ่นวาย อยากลดจังหวะความเร็ว ความรีบเร่งในชีวิต ความกดดันที่ทำให้หัวใจแทบไม่ได้พัก ลาวน่าจะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาในความคิด
ประเทศถัดไปคือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หรือประเทศพม่าก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อนั่นเอง หลายคนยังไม่ทราบที่มาของการเปลี่ยนชื่อซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 หรือปี พ.ศ. 2532 โดยรัฐบาลทหารเมียนมาที่เปลี่ยนชื่อเรียกประเทศในภาษาอังกฤษจาก Burma เป็น Myanmar ซึ่งในภาษาท้องถิ่นคำว่า Myan แปลว่า รวดเร็ว และ Ma แปลว่า เข้มแข็ง รวมกันแล้วจึงแปลว่า ประเทศที่เข้มแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมียนมา เป็นประเทศที่เกิดขึ้นจากการรวมกันของหลายชาติพันธุ์ในแต่ละรัฐ ซึ่งแต่ละรัฐจะมีประวัติศาสตร์และมีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง ทำให้เสน่ห์ของประเทศเมียนมาคือ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
ถ้าต้องการสัมผัสความเป็นเมียนมาแบบแท้ๆ ก็ต้องที่เมืองย่างกุ้ง เพราะผู้คนส่วนใหญ่จะเป็นชนชาติ บามาร์ (Bamar) หรือชาวเบอร์มีส (Bermese) จะได้เห็นความเป็นเมียนมาอย่างชัดเจนได้ที่นี่
อย่างไรก็ตาม ชาวเมียนมาในปัจจุบันเปิดรับวัฒนธรรมสมัยใหม่มากขึ้น ภาพเดิมๆ ที่เคยเห็นผู้คนแต่งกายด้วยชุดประจำชาติมีลดน้อยลงไป จะมีภาพคนแต่งตัวด้วยเสื้อยืด กางเกงยีนส์ และกางเกงขาสั้น เข้ามาแทนที่ เพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กับจำนวนตึกสูง โรงแรม หรือการเติบโตของความเป็นสังคมเมืองนั่นเอง
แม้ความเป็นสังคมเมืองจะเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ไม่เคยลดน้อยถอยลงไปเลยก็คือ ชาวเมียนมาไม่เคยเอาใจออกห่างจากพระพุทธศาสนา วัดในเมียนมายังคงรักษาประเพณี วิธีปฏิบัติแบบดั้งเดิมไว้อย่างเคร่งครัด จะเข้าวัดต้องแต่งตัวสุภาพและถอดรองเท้าก่อนเข้าวัดทุกครั้ง ทุกวัดในเมียนมาต้องเดินด้วยเท้าเปล่าเพียงอย่างเดียว
อีกจุดหมายปลายทางในเมียนมาที่น่าไปเที่ยวที่สุดเมืองหนึ่งคือเมือง เชียงตุง ที่นั่นจะได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป มีทั้งไทยเขินและไทยใหญ่ บรรยากาศจะคล้ายกับการย้อนอดีตไปสัมผัสชีวิตผู้คนทางภาคเหนือไทยนั่นเอง ได้เห็นภาพวิถีชีวิตที่เรียบง่าย กินอยู่อย่างพอเพียง และความมีศรัทธาอันแรงกล้าต่อพระพุทธศาสนา
“เวียดนาม” เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ชวนให้หลงใหลเช่นกัน โดยเฉพาะคนที่ชอบความสนุกสนานและความมีสีสัน เมืองโฮจิมินห์ หรือไซ่ง่อน จะเป็นคำตอบที่จะสร้างความประทับใจให้ แต่หากต้องการสัมผัสอากาศที่เย็นสบายก็แนะนำให้ขึ้นไปทางเหนือที่เมืองฮานอย
ยิ่งใกล้เทศกาลปีใหม่แบบนี้ ทีมงานโลก 360 องศา อยากให้ลองไปสัมผัสกับเทศกาลปีใหม่ของชาวเวียดนาม หรือเทศกาล “เต็ด” (tet) กัน ซึ่งจะมีงานเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ชนเผ่าต่างๆ ไปเที่ยวเวียดนามช่วงปีใหม่รอบนี้จะสร้างความประทับใจให้แบบไม่รู้ลืมเลยก็เป็นได้


