กานต์ กิตติเวช ชายหนุ่มผู้เป็นมากกว่าเชฟ
กานต์ กิตติเวช หนุ่มมากความสามารถผู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากร้านอาหารในสหรัฐ ฝรั่งเศส และไทยมากว่า 2 ทศวรรษผู้นี้
โดย...ภาดนุ
กานต์ กิตติเวช หนุ่มมากความสามารถผู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากร้านอาหารในสหรัฐ ฝรั่งเศส และไทยมากว่า 2 ทศวรรษผู้นี้ เป็นทั้งบาร์เทนเดอร์ เชฟ ฟู้ดสไตลิสต์ และอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ล่าสุดเขายังรับหน้าที่เชฟประจำร้านอาหารอิตาเลียน “ไฟว์ ครอสซิ่ง อีเทอรี แอนด์ ไวเนอรี” (Five Crossing Eatery & Winery) ด้วย เมื่อมีโอกาสได้พบกัน เราจึงอดไม่ได้ที่จะชวนเขานั่งพูดคุย
“ผมเรียนจบปริญญาตรีทางด้านการโรงแรมและการบริหารจัดการ จากมหาวิทยาลัยมหิดล อินเตอร์ฯ ศาลายา ที่จริงแล้วผมสนใจในเรื่องอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะโดยส่วนตัวแล้วชอบกินมาก (หัวเราะ) แต่ช่วงแรกของชีวิตการทำงาน ผมสนใจในเรื่องเครื่องดื่มมากกว่าการทำอาหาร ก็เลยไปลงเรียนโปรแกรมเกี่ยวกับเครื่องดื่มของโรงแรมโอเรียนเต็ล
จากนั้นผมก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับ เดวิด เจค็อบสัน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งผับคิวบาร์ แบงค็อก อยู่พักใหญ่ ต่อมาจึงมีคนชวนให้ไปทำงานในเรือสำราญที่เพิ่งต่อเสร็จ ซึ่งเรือลำนี้จะวิ่งในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปเทียบท่าที่ตุรกี แล้วข้ามทะเลแคริเบียนไปที่ฟลอริดาอีกที ตอนนั้นผมอายุ 24 ปีพอดี กำลังชอบดื่มและชอบสนุกสนานเลยละ ฉะนั้นอาชีพบาร์เทนเดอร์จึงเหมาะกับผมมากๆ
แต่พอทำงานไปได้สักปีกว่าๆ เมื่อได้เดินทางซ้ำไปซ้ำมาในสถานที่เดิมๆ ผมก็เริ่มคุยกับคนอื่นว่า อาหารที่ร้านไหนอร่อย เมื่อเรือไปเทียบท่าที่เมืองนี้ต้องกินที่ร้านไหน นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมหันมาสนใจในเรื่องอาหาร หลังจากนั้นผมจึงนำเงินเก็บที่มีไปเรียนทำอาหารเพิ่มเติมที่โรงเรียนสอนทำอาหาร Art Institute of Los Angeles ซึ่งตอนที่เรียนอยู่ ผมก็หาความรู้เพิ่มเติมไปเรื่อยๆ”
เชฟกานต์ เล่าว่า เมื่อเรียนจบเขาก็เริ่มทำงานในร้านอาหารที่สหรัฐ วันหนึ่งด้วยความโชคดี เขามีโอกาสได้พบกับท่านทูตฝรั่งเศสประจำรัฐแคลิฟอร์เนีย แล้วพูดคุยกันถูกคอ ท่านทูตจึงแนะนำให้ไปฝึกทำอาหารในร้านระดับมิชลินสตาร์ในกรุงปารีสเพิ่มเติม
“หลังจากนั้นผมก็กลับมาทำงานที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐ อีกครั้ง ซึ่งตอนนั้นผมกะว่าจะลงหลักปักฐานอยู่ที่นั่นแล้ว แต่พอดีว่าคุณปู่ผมเสียชีวิต ผมจึงต้องกลับมาที่เมืองไทย ตอนแรกก็คิดว่าจะอยู่ไม่นาน แต่ไปๆ มาๆ เมื่อมีโอกาสได้เจอคนในแวดวงอาหาร เขาก็แนะนำผมว่าอาชีพฟู้ดสไตลิสต์กำลังมาแรงในช่วงนั้นนะ ผมจึงตัดสินใจไปลองเรียนรู้และทำงานทางด้านนี้กับ ‘เอกรินทร์ อยู่สุขสมบูรณ์’ ซึ่งเป็นฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดังในขณะนั้น
ต่อมาผมจึงมีโอกาสนำเสนอตัวเองทั้งหน้าที่เชฟและฟู้ดสไตลิสต์ ซึ่งที่จริงตอนนั้นงานพาร์ตไทม์ที่ผมมองหาก็คือการแปลข่าว แต่ก็มีเพื่อนที่ทำงานทีวีมาถามผมว่า สนใจจะลองไปอ่านข่าวภาคภาษาอังกฤษดูมั้ย มีคนสอนให้ ผมก็เลยเข้าไปอ่านข่าวที่ช่อง TAN Network อยู่ 1 ปี ต่อมาก็ถูกชักชวนให้ไปเป็นเชฟในรายการไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับการทำอาหารชื่อ ‘Do It Right’ ทางช่อง 9 ซึ่งเป็นช่วงสั้นๆ ทุกวันอังคาร-พฤหัสบดี”
หลังจากทำรายการสักพัก เชฟกานต์ก็มาทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการ ดูแลสูตรอาหาร และการดีไซน์เมนู ที่เคยตั้งใจว่าจะกลับไปทำงานที่สหรัฐ ก็เลยต้องอยู่เมืองไทยยาวมาจนถึงวันนี้
“หลังจากผมรับงานเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารได้สักพัก ก็มีเพื่อนที่อยู่ระยองชักชวนให้ไปหุ้นกันเปิดร้านอาหารชื่อ ‘เดอะ บีซาร์ ไอส์แลนด์’ ซึ่งสวยงามคล้ายกับร้านแถวทองหล่อ พอเปิดปุ๊บก็ได้รับเสียงชื่นชมจากลูกค้า ที่นี่จะคล้ายๆ กับไวน์บาร์ มีทั้งอาหารฝรั่งและไทย กิจการก็ไปได้ดี สุดท้ายก็หุ้นกันเปิดร้านชาบูและร้านปิ้งย่างในตัวเมืองระยองอย่างละ 1 ร้าน ที่ผ่านมาผมจึงใช้เวลาอยู่ที่ระยอง 4 ปี และตอนนี้กำลังจับมือกับทีมที่กัมพูชาเพื่อเปิดร้านเพิ่มในกรุงพนมเปญด้วยครับ
เมื่อร้านอาหารต่างๆ ที่ระยองอยู่ตัวแล้ว ผมก็เริ่มกลับมาอยู่กรุงเทพฯ นานขึ้น จนมีโอกาสได้รู้จักกับ ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ซึ่งมีความคิดที่จะเปิดร้านอาหารอิตาเลียน เมื่อพูดคุยกันถูกคอ ดร.ดิเรกฤทธิ์จึงชวนผมมาเปิดร้าน ‘ไฟว์ ครอสซิ่ง อีเทอรี แอนด์ ไวเนอรี’ โดยมีผมและเชฟบูชา บุญชู เป็นเชฟประจำร้าน ที่นี่จะเน้นอาหารอิตาเลียนและเมนูสเต๊กต่างๆ ซึ่งสามารถจับคู่กับไวน์ในร้านบรรยากาศอบอุ่นร้านนี้ได้ดีเลยล่ะ”
เชฟกานต์ บอกว่า อาหารที่เขาถนัดก็คือ อาหารสเปน อิตาเลียน ฝรั่งเศส และอเมริกัน จากแนวคิดเรียบง่ายที่ทำอาหารคู่กับไวน์ เขาจึงคิดให้ใหญ่ขึ้น จนเป็นที่มาของเมนูอาหารที่สามารถแบ่งกันรับประทานในร้านได้ ซึ่งเมนูทั้งหมดของร้าน เขาและเชฟบูชาได้ร่วมกันสร้างสรรค์เมนูต่างๆ ที่น่าสนใจอีกหลายเมนู
“สำหรับอนาคต ยังไงซะผมคิดว่าก็คงทำอาชีพเชฟหรือคงทำงานที่เกี่ยวข้องกับอาหารอยู่ดีแหละครับ เพราะรู้สึกว่าตัวเองทำได้ดี ซึ่งผมมารู้ว่าตัวเองถนัดในเรื่องอาหารก็ตอนที่เริ่มเข้าเรียนในสถาบันสอนทำอาหารนั่นแหละ ฉะนั้นผมจึงคิดว่าการเลือกงานทางด้านเชฟหรืองานที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เป็นเส้นทางที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดแล้ว
ในอนาคตผมอาจจะเป็นเทรดเดอร์หรือตัวแทนที่นำเข้าวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ทำอาหารให้ร้านตัวเองและร้านของลูกค้าก็ได้ เพราะผมรู้สึกว่าตัวเองคลุกคลีอยู่กับการทำอาหารและการเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีมานาน จึงรู้ว่าวัตถุดิบแบบไหนเหมาะกับการทำเมนูอะไร แต่ตอนนี้ผมขอทำหน้าที่เชฟของร้านไฟว์ ครอสซิ่งฯ ให้ดีที่สุดก่อนครับ”
เชฟกานต์ ทิ้งท้ายว่า แรงบันดาลใจในการทำอาหารของเขามาจากผู้คนและเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัว การที่เขาชอบเรียนรู้ ทำให้เขาสามารถนำสิ่งต่างๆ มาผสมผสานกันจนเป็นเมนูใหม่ได้เรื่อยๆ แต่สิ่งสำคัญก็คือ ในเวลาที่ทำอาหารทุกครั้งเขาจะคิดไว้เสมอว่า กำลังปรุงเมนูนั้นให้คนที่ตัวเองรัก เท่านี้ก็จะสามารถทำเมนูนั้นๆ ออกมาได้ดีแล้วล่ะ


