
เซ็นทรัลเสริมทีมแกร่ง รับยุคดิจิทัล-แข่งค้าโลก
ในยุคที่ธุรกิจค้าปลีกแข่งขันกันอย่างรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งการแข่งขันจากคู่แข่งในประเทศ การออกไปแข่งขันในตลาดโลก รวมไปถึงการต้องปรับตัวรับกับยุคดิจิทัลที่ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องเกิดการปรับตัวให้เท่าทัน ซึ่งล่าสุด กลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศก็ได้ปรับตัวครั้งสำคัญด้วยการเสริมทัพผู้บริหารระดับสูงเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง
ในยุคที่ธุรกิจค้าปลีกแข่งขันกันอย่างรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งการแข่งขันจากคู่แข่งในประเทศ การออกไปแข่งขันในตลาดโลก รวมไปถึงการต้องปรับตัวรับกับยุคดิจิทัลที่ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องเกิดการปรับตัวให้เท่าทัน ซึ่งล่าสุด กลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศก็ได้ปรับตัวครั้งสำคัญด้วยการเสริมทัพผู้บริหารระดับสูงเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง
ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า เพื่อรองรับกลยุทธ์การขยายงานของกลุ่มอย่างก้าวกระโดดต่อไป กลุ่มเซ็นทรัลได้เสริมทัพผู้บริหารระดับสูงขององค์กรด้วยบุคลากรที่มากด้วยความรู้ ความสามารถและประสบการณ์จากหลากหลายแขนง
ทั้งนี้ ได้แต่งตั้ง ญนน์ โภคทรัพย์ เข้ามาดำรงตำแหน่ง President of Central Group ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2559 ที่ผ่านมา จากเดิมดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์ และเป็นผู้ที่ได้รับยกย่องอย่างมากในเรื่องของการนำความเชี่ยวชาญในด้านสินค้าอุปโภคบริโภคจากประสบการณ์บริหารงานในบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย
พร้อมกันนี้ยังได้เสริมทัพผู้บริหารระดับสูงอีกหลายตำแหน่งสำคัญด้วยการแต่งตั้ง นิโคโล กาลันเต้ อดีต Managing Partner บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ McKinsey & Company ดำรงตำแหน่ง Chief Operating Officer, ชนิตร ชาญชัยณรงค์ อดีตรองผู้จัดการการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและอดีตผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ mai ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ, สจ๊วต สเต็มเพิล (Mr.Stewart Stemple และ วิมลมาศ เกื้อโกมลเดช ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังได้รับเกียรติจาก ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นที่ปรึกษาอาวุโสเริ่มเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาอีกด้วย
“กลุ่มเซ็นทรัลภูมิใจในการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่าเจ็ดทศวรรษ การสร้างทีมและการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถโตไปพร้อมองค์กรถือเป็นพันธกิจ Top Priority ของกลุ่ม เพราะเราเชื่อว่าทีมที่แข็งแกร่งเป็นรากฐานของความสำเร็จ เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต ทั้งในและต่างประเทศและในโลกดิจิทัลอย่างยั่งยืน และเพื่อนำพากลุ่มเซ็นทรัลให้เป็น truly world-class organization ในเวทีการค้าระดับโลก”
ด้านผลประกอบการปีนี้ คาดว่าจะสามารถเติบโตมากกว่า 20% และในอนาคตกลุ่มเซ็นทรัลเล็งเห็นโอกาสในการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า หรือซีแอลเอ็มวี และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี และที่สำคัญจากเวทีการค้าที่เปิดกว้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และออนไลน์ โดยเล็งเห็นเป็นโอกาสที่จะก้าวไปอย่างต่อเนื่องให้ทันต่อกระแสธุรกิจยุคดิจิทัล







